หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่
พื้นที่โฆษณา ราคา 1,500 บาทต่อเดือน ติดต่อได้ที่ 080-500-1180 หรือ ติดต่อเราที่นี่

หน้าแรก » ชุมชนออนไลน์ของชาวเชียงใหม่และภาคเหนือ
ห้องการเมือง
เว็บบอร์ด » ห้องการเมือง
รายละเอียดของห้อง : "แตกต่างแต่ไม่แตกแยก" ความคิดอันหลากหลาย สำหรับการเมืองในไทย
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
BAN ทักษิณ ชินวัตร กับการ จงรักภักดีต่อพระเจ้าอย่หัว

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VVVVV ถูกใจกระทู้นี้ กดเลยฮร๊าฟฟฟ !!!
ทักษิณ ชินวัตร กับการ จงรักภักดีต่อพระเจ้าอย่หัว



ลิงก์ผู้สนับสนุน


ตั้งแต่ผมเติบโตมา ก็เห็นรูปของพระเจ้าอยู่หัวอยู่ในบ้านตั้งหลายแห่ง ทั้งปฏิทิน ทั้งหิ้งบูชาในห้องพระ ตอน 2 ทุ่มพ่อกับแม่ดูข่าวโทรทัศน์ ก็เห็นพระเจ้าอยู่หัว ไปทำงานตามที่ต่างๆทุกวัน  พ่อกับแม่ รวมทั้ง ตากับยาย จะพร่ำสอนตลอดเวลาว่า เราโชคดีนะลูก ที่ได้เกิดเป็นคนไทย เรามีพระเจ้าอยู่หัวที่ดีที่สุดในโลก พระองค์ท่านรักราษฎรของพระองค์อย่างที่สุด พระองค์ท่านทำงานหนักทุกวันเพื่อช่วยราษฎรของพระองค์ จึงทำให้ผมรักพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

 พอโตขึ้น มีปัญญาคิดเองได้ ได้รับพระราโชวาท คำสอนของพระองค์ ยิ่งจับใจถึงปัญญาที่พระเจ้าอยู่หัว ส่งมอบให้กับราษฎรในทุกวโรกาสสำคัญ  เป็นคำสอนที่เปี่ยมพลังแห่งปัญญาและยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงยิ่งรักและศรัทธา พระองค์ท่านเหมือนกับแสงสว่างแห่งปัญญาที่ให้พวกเราไปรับแสงได้ตลอดเวลา

ตั้งแต่เด็กมาจนเรียนจบมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะไปแห่งใด สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ สื่ออินเตอร์เนท มีแต่คำสรรเสริญ บูชา พระเจ้าอยู่ จึงรู้อย่างตระหนักแน่ชัดว่า คนไทยทุกคนรักพระเจ้าอยู่

แต่แล้ว ตั้งแต่ปี 2549 ตอน ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี เริ่มรู้สึกแปลกๆ กับคำพูดของ ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งตอนนั้น พันธมิตรเกิดแล้ว มีมวลชนมาต่อต้านรัฐบาล ทักษิณ ให้ออกไป หลังจากที่ เขาขายหุ้นชินฯแบบยกล็อตโดยไม่เสียภาษีเลย และมีหุ้นงอกมาจากต่างประเทศแบบน่าสงสัย คำพูดของ ทักษิณคือ "แค่พระเจ้าอยู่หัวมากระซิบข้างหูก็จะออก"  ฟังแล้ว สดุดหู เพราะตั้งแต่เด็กมาจนบัดนี้ พระองค์ท่านเปรียบเหมือนสมมุติเทพของคนไทยทุกคน แต่ทักษิณ ชินวัตร ใช้คำพูดแบบนั้นมันเหมือนกับตีเสมอ แต่ก็ยังคิดในแง่ดีว่า เพราะพื้นฐานทางครอบครัวเขาปลูกฝังมาอย่างนั้น จึงพูดไปแบบไม่รู้จักที่สูงที่ต่ำ ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก

พอเดือนกันยายน 2549  คมช.รัฐประหาร ตอนนั้น ทักษิณ อยู่ที่นิวยอร์ค เป็นเวลาช่วงเช้าในอเมริกา คณะที่ติดตามไปคราวนั้น มีคุณ สุรเกียรติ เสถียรไทย อยู่ด้วย

หลังจากรัฐประหารไปแล้ว ประมาณ 15 วัน มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ผมเข้าไปกราบอวยพรวันเกิดท่าน แล้วท่านก็เล่าให้ฟังว่า คุณสุรเกียรติเล่าให้ฟังว่า ........พูดว่า..........ร่วมมือกันโค่นกู ไอ้.......มันเป็นคนวางแผน  ผมฟังแล้วไม่เชื่อหูจริงๆ มองหน้าท่านด้วยสายตาบอกว่า ไม่น่าเป็นไปได้ ท่านก็บอกว่า มันเป็นไปแล้ว ผู้ใหญ่รู้กันหมดแล้ว

หลังจากนั้นมา ทักษิณ ก็เริ่มออกแบบ มวลชนเข้าต่อสู้ เริ่มจาก นปก. มาเป็น นปช และคนเสื้อแดงในปัจจุบัน

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2549 เป็นต้นมา ผมเริ่มพบ เวบไซด์ที่กล่าวร้ายพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระราชินีสถาบันพระมหากษัตริย์ อ่านแล้วตกใจ ไม่เชื่อว่าเป็นไปได้อย่างไร ที่มีคนทำอย่างนั้น เป็นครั้งแรกในชีวิตจริงๆ ที่ได้รับรู้ว่ามีคนกล่าวร้ายพระเจ้าอยู่หัว ที่สำคัญ เวบแรกที่อ่านพบ ชื่อ ไฮ ทักษิณ เสียด้วย แล้วต่อมาก็มีอีกหลายเวบ ที่กล่าวร้าย พระเจ้าอยู่หัว บางเวบ มีการตัดต่อรูปภาพของพระเจ้าอยู่หัวเป็นรูปอย่างอื่น พวกมันจาบจ้วงสิ้นดี

ถึงตอนนั้น ก็ยังถามตัวเองว่า เป็นไปได้หรือ ที่ทักษิณ จะทำ อาจเป็นคนที่คลั่งไคล้ทักษิณ ทำกันเองมากกว่า จึงได้เริ่มหาข้อมูลทางลึกด้วยตนเอง ทั้งเพื่อนในต่างประเทศ ผู้ใหญ่ต่างๆในบ้านเมือง เป้นแหล่งข้อมูลทั้งหมด

ตอนนั้น ฝ่าย นปช.ก็เริ่มระดมมวลชน จัดการชุมนุม มีการกล่าวปราศัยใส่ร้ายพระเจ้าอยู่หัวบนเวที เป็นภาษาไทย ทีนี้ ได้ยินด้วยหูเต็มๆ ถามตัวเองว่า เฮ๊ย มันมีคนที่จะล้มเจ้ากันจริงๆแล้วหรือ

ได้วีซีดี ของ จักรภพ เพ็ญแข ไปปราศัยที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ฟังแล้วก็ เฮ๊ย อีกว่า จักรภพ ก็อยู่ในขบวนการล้มเจ้าหรือ(จริงๆแล้ว ผมชอบพี่แกอยู่มากเลย เพราะชอบการวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ ของพี่เขาก่อนที่จะมาทำงานให้ทักษิณ)พอฟังจบก็ยังเข้าข้าง เพราะปราศัยเป็นภาษาอังกฤษ อาจแปลความหมายไม่เหมือนกับที่เราแปลก็ได้

และต่อมา ได้ วีซีดี ที่ จักรภพ ไปปราศัยที่อเมริกา คราวนี้ ชัดมาก พูดจากระทบสถาบันอย่างชัดๆเป้นภาษาไทย

และในที่สุดก็มีคนแจ้งความ สถาบันที่น่าเชื่อถือถอดความ ที่ปราศัยเป็นภาษาอังกฤษ สรุปความแบบเดียวกับที่เราแปลคือ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตอนนี้ เป็นคดี มีหมายจับแล้ว และหนีคดีไป

จึงสรุปได้ว่า ขบวนการล้มเจ้า มีจริงแน่นอน และจักรภพก็แสดงหลายต่อหลายครั้งที่มีเจตนาเช่นนั้น

ตอนนี้ล่าสุด หลังจากที่ ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น ที่ปรึกษาของฮุนเซนได้ 2 วัน ทักษิณ ก็ตั้ง จักรภพ เพ็ญแข เป็นทีมงาน

จากเรื่องราว ทั้งหมด ที่เล่ามา คนเสื้อแดงคนใดจะกล้ามาโต้กับผมอีกหรือไม่ว่า ทักษิณ ชินวัตร จงรักภักดีต่อพระเจ้าอยู่หัว เอาเหตุผลมาหักล้างกันได้เลยครับ

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VVVVV ถูกใจกระทู้นี้ กดเลยฮร๊าฟฟฟ !!!
VVVVVVV ร่วมเป็นแฟนเพจกับเรา !!!! กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com กดเลยนะฮร๊าฟฟฟ !!!


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


ข่าวอื่นๆ ที่เกียวข้อง

ดูหัวข้อในหมวด "ห้องการเมือง" ทั้งหมด คลิ๊ก!!

 

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 2095 เขียน 8

แสดงความคิดเห็น โดย พี IP: 202.149.25.241 - 202.149.25.241 , วันที่ 06 พ.ย. 52 เวลา 20:51:52
 

 

www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่
จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100% พื้นที่โฆษณา

True Online

 

ความคิดเห็นที่ 8 แจ้งลบ

จะจบอย่างไร

โดย "" IP: 114.128.16.109 - 114.128.16.109 , วันที่ 02 ส.ค. 53 เวลา 10:31:26
 

ความคิดเห็นที่ 7 แจ้งลบ

นังตุ๊ดทักษิณจะเป็นฮ่องเต้เหรอ

โดย ป้าหอยซอย7ค่ะ IP: 61.7.170.111 - 61.7.170.111 , วันที่ 20 พ.ย. 52 เวลา 15:43:17
 

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบ

หนีไปแล้ว

โดย ไปแล้ว IP: 118.172.147.16 - 118.172.147.16 , วันที่ 08 พ.ย. 52 เวลา 23:34:22
 

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบ

แล้วเมื่อไหร่ คำไหลจะออกมาแย้งเนี่ย รอฟัง

โดย ไม่เหลืองไม่แดง IP: 58.8.239.195 - 58.8.239.195 , วันที่ 07 พ.ย. 52 เวลา 14:02:34
 

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบ

ตามรอยพ่อ....พ่อของแผ่นดิน

.......ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง
จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันก็เกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร
บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการก็ขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่
ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก การจะเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญที่เรามีเศรษฐกิจแบบพอมีพอกิน
แบบพอมีพอกินนั้นหมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง..................

 

    พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต
เมื่อวันที่
4 ธันวาคม 2540
 

 

ประมวลและกลั่นกรองจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง
ซึ่งพระราชทานในวโรกาสต่าง ๆ รวมทั้งพระราชดำรัสอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยไดรับพระราชทานพระบรมราชานุญาต
ให้นำไปเผยแพร่เมื่อวันที่
21 พฤศจิกายน 2542   เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกฝ่ายและประชาชนโดยทั่วไป

 
     

ความพอเพียง

      หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดใด อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่างๆมาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุล และพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี  
เศรษฐกิจพอเพียง       การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานทางสายกลาง และความไม่ประมาท โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ และการกระทำ  
ประหยัดอดออม       ในการเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ เราจะต้องคำนึงถึงความจำเป็น ความเหมาะสม คุณภาพของสินค้า รวมทั้งประโยชน์การใช้สอยเป็นเบื้องต้น ในการพิจารณาไม่ควรยึดติดกับยี่ห้อ ความทันสมัยของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ตลอดจนสินค้าที่ฟุ่มเฟือยไม่จำเป็นก็ไม่ควรซื้อหา  
ภูมิใจในอาชีพตนเอง       การประกอบอาชีพที่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นหนทางนำมาซึ่งความสุข ความสำเร็จในชีวิต และครอบครัว ดังนั้นแม้ว่าจะปรอบอาชีพอะไรก็ตาม ขอให้ทุกคนจงภูมิใจในอาชีพที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เมื่อสำนึกในหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดแล้ว ชุมชนและสังคมของเราก็จะมีความสุขติดตามมา  
สร้างชุมชนให้เข้มแข็ง       ทุกคนที่อาศัยในชุมชนแต่ละท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือชุมชนของตนเองให้เข้มแข็งในรูปแบบต่าง ๆ ที่เหมาะสมได้ เช่าตลาดนัดชุมชน สหกรณ์ชุมชน หมู่บ้าน หรือตลาดน้ำ ซึ่งแต่ละคนจะนำผลผลิตของตนเองมาวางจำหน่ายซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน โดยใช้พื้นฐานที่เป็นศูนย์กลางของชุมชน ทำให้มีเงินหมุนเวียนในชุมชน และไม่ต้องผ่านมือพ่อค้าคนกลาง  
จัดการผืนดินให้เกิดประโยชน์      ไม่ควรปล่อยให้ผืนแผ่นดินว่างเปล่า ควรศึกษาวิธีการปรับปรุงผืนดินให้อุดมสมบูรณ์ด้วยพืชผลทางการเกษตร เช่น การปลูกพืชหมุนเวียน ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะทำให้ได้ผลผลิตทางการเกษตรฐบริโภคตลอดทั้งปี ถ้าเหลือจากการบริโภคแล้ว สามารถนำไปจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว  
พออยู่พอกิน       ควรสร้างผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการในครอบครัวเท่านั้น หากมีเหลือจากการบริโภคแล้ว จึงค่อยนำไปจำหน่าย เป็นรายได้เสริมให้ครอบครัว ซึ่งไม่ถึงกับร่ำรวย แต่ก็ไม่จน ไม่เป็นหนี้สิน พออยู่พอกิน นับเป็นชีวิตที่มีความสุข  
รู้รักสามัคคี       ชาวนาในชนบทห่างไกลหลายจังหวัด ยังใช้วิธีลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งทำมาแต่ดั้งเดิม คือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เกื้อกูลกัน มีความรักสมัครสมานสามัคคีต่อกัน ทำให้ไม่ต้องจ้างแรงงาน เสียทรัพย์สินเงินทอง พวกเขาเหล่านั้น จึงมีชีวิตที่มีความสุข  พออยู่พอกินด้วยกันทุกคน  
เทคโนโลยีท้องถิ่น       การที่เรารู้จักนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาประยุกต์ โดยใช้ภูมิปัญญาและแนวคิดให้เหมาะสม ทำให้เกิดเทคโนโลยีท้องถิ่นช่วยให้เกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับชีวิต และชุมชน ช่วยให้เกิดเครื่องมือในการทำงาน โดยไม่ต้องซื้อหาให้สิ้นเปลือง
 
 
ผลผลิตชุมชน       การนำผลผลิตที่เหลือจากการบริโภคออกมาวางจำหน่าย นับเป็นการเสริมรายได้ให้กับครอบครัวทางหนึ่ง และยังเป็นการกระจายรายได้ หมุนเวียนในชนบทอีกด้วย นับเป็นวิธีการหนึ่งบนเส้นทางเศรษฐกิจแบบพอเพียง มีชีวิตแบบพอมีพอกินและยั่งยืน  
สร้างความสุขทางใจ       ควรสร้างความสุขทางจิตใจให้เกิดขึ้นสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องอาศัยวัตถุ เทคโนโลยีต่าง ๆ ตามสมัยนิยม ควรมีความพอใจในสิ่งมี่ตนเองมีอยู่ ความสุขทางใจสร้างได้ด้วยการให้และการช่วยเหลือสังคม โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน
 
 
ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์       เมื่อมีเวลาว่างจาการทำงานแล้ว ควรใช้เวลานั้นให้เกิดประโยชน์ เช่น ผลิตเครื่องมือไว้ใช้เองในครัวเรือน โดยไม่ต้องซื้อหา ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว ถ้าทำได้จำนวนมาก ๆ แล้วสามารถนำไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง  
ครอบครัวอบอุ่น       ครอบครัวเป็นพื้นฐานสำคัญทางสังคม แนวคิดทฤษฎีใหม่ จึงมุ่งเน้นให้เกษตรกรดำนินชีวิตที่พอเพียง พออยู่ พอกิน ด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ช่วยเหลือเกื้อกูล แบ่งปันน้ำใจให้แก่กัน เพื่อชุมชนและสังคมที่ดี  

 

โดย ช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้น IP: 202.139.223.18 - 202.139.223.18 , วันที่ 07 พ.ย. 52 เวลา 00:55:29
 

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบ

Image
...

โดย โอ้ จอร์จ มันยอดมาก IP: 202.139.223.18 - 202.139.223.18 , วันที่ 07 พ.ย. 52 เวลา 00:43:11
 

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบ

รวมคำพูดเลว จาบจ้วง ของนช.เหลี่ยมและสมุนหางแดง










25 ธ.ค. 2548
ทักษิณ พูดในงาน นายกฯพบแท็กซี่ ที่ อินดอร์สเตเดียมหัวหมาก
“…บางช่วงนี่นะ ให้คนนั่งแท็กซี่ บอกว่าเนี่ยผมกำลังเหลิงจะเป็นประธานาธิบดี ปัดโธ่! เป็นแค่นี้เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้ว ทุกวันนี้อยู่ด้วยจิตรับผิดชอบ แล้วเอะอะอะไรก็ แหม! หาว่าผมไม่จงรักภักดี ปัดโธ่! ถ้านายกฯ ไม่จงรักภักดี แล้วผีที่ไหนจะจงรักภักดี”

4 ก.พ. 2549
ทักษิณพูดผ่านรายการวิทยุ “นายกฯ คุยกับประชาชน” โดยบอกว่า คนที่จะให้ตนลาออกได้มีคนเดียว คือพระเจ้าอยู่หัว “ถ้าพระเจ้าอยู่หัวกระซิบผม รับสั่งคำเดียว ทักษิณออกเถอะ รับรองกราบพระบาทออกแน่นอน"

29 มิถุนายน 2549
หลังจากอัยการมีมติส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคไทยรักไทยและอีก 4 พรรคในวันที่ 27 มิ.ย. ปรากฏว่า เพียง 2 วันให้หลัง (29 มิ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณก็พูดถึงผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญต่อที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ทันที
“ความวุ่นวายมันเกิดจากหลายอย่าง อย่างหนึ่งเนี่ย เมื่อใด เป็นทฤษฎีบริหารเลยนะ เมื่อใดองค์กรตามปกติถูกองค์กรที่นอกระบบครอบงำหรือมีอิทธิพลมากกว่าองค์กรปกตินั้น วุ่นวาย หรือถ้าจะแปลเป็นไทยชัดๆ ก็คือ วันนี้องค์กรนอกรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ในรัฐธรรมนูญ คือบุคคลซึ่งดูเหมือนมีบารมีนอกรัฐธรรมนูญเข้ามาวุ่นวายองค์กรที่มีในระบบรัฐธรรมนูญมากไป”


19 ก.ย. 2549
ทหารปฏิวัติรัฐประหารรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ด้วยข้อหา “ทักษิณและพวกมีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”

มิ.ย. 2550
เกิดการรวมตัวของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ที่ใช้ยุทธศาสตร์โจมตีว่าประธานองคมนตรี เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร 19 กันยา

ก.ค. 2550
เกิดการปะทะระหว่างตำรวจกับมวลชนของ นปก. ที่เดินทางไปขับไล่พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี

29 ส.ค. 2550
"อีเพ็ญ"    จักรภพ เพ็ญแข แกนนำ นปก. บรรยายต่อชมรมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ หัวข้อ “ประชาธิปไตยกับระบบอุปถัมภ์ของไทย” ส่งผลให้ถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 112 ในเวลาต่อมาว่าด้วยเรื่อง “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ”

20 ก.ย. 2550
นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง อายุ 27 ปี กับพวก ถูก นายนวมินทร์ วิทยากุล อายุ 40 ปี เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน ให้ดำเนินคดีต่อนายโชติศักดิ์ ฐานไม่ยืนตรงแสดงความเคารพในโรงภาพยนตร์ในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 ก.ย.2550 ต่อมาเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.โสเพชร จันทร์พลงาม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้เรียกตัว นายโชติศักดิ์ มารับทราบข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทั้งนี้ ระหว่างที่ นายโชติศักดิ์ เดินทางไปรับทราบข้อหานั้น ได้ถือป้ายและสวมเสื้อสกรีนข้อความ ไม่ยืน ไม่ใช่อาชญากร คิดต่าง ไม่ใช่อาชญากรรม ที่หน้าโรงพักด้วย
นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง เป็นแกนนำของเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหารที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการรัฐประหาร 19กันยายน 2549 อย่างแข็งขันและยังมีบทบาทในการจัดการชุมนุมหน้าบ้านพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในการสนับสนุนการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2550 จนทำให้เกิดกระแสการเคลื่อนไหวต่อต้านพลเอกเปรมอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมาอีกด้วย

10 พ.ย.2550
จักรภพ ปาฐกถาให้คนไทยในอเมริกา เนื้อหาพาดพิงพระบรมราชวงศ์ ลักษณะว่า ทำกรรมหนัก หรืออนัตริยกรรม โดยการทำให้พระสงฆ์แตกแยกกัน

25 พ.ย. 2550
เจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธร เมืองนนทบุรี ภายใต้การอำนวยการสั่งการของพล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา ได้เข้าจับกุมตัวนายชาญวิทย์ จริยานุกูล พร้อมของกลางเป็นเอกสารขนาด A4 มีข้อความ หมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินีและรัชทายาท ขณะที่นายชาญวิทย์ กำลังแจกจ่ายเอกสารดังกล่าวระหว่างการปราศรัยของกลุ่มอดีตคณะผู้บริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกตัดสิทธ์ทางการเมือง ริมเขื่อนท่าเรือนนทบุรี
   โดยนายชาญวิทย์ เป็นแกนนำของกลุ่มกรรมกรปฏิรูปที่นำกรรมกรให้เข้าร่วมการชุมนุมของเครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหารและแนวร่วมปราบกบถ(นปก)มาอย่างต่อเนื่อง เป็นแกนนำปฏิบัติงาน ที่ได้นำเอาสมุดปกม่วง ของกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ โจมตีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ออกไปเผยแพร่ตามงานสัมมนาในต่างจังหวัด หลายจังหวัดด้วยกัน เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มผู้ชุมนุมท้องสนามหลวง คดีดังกล่าว ศาลนนทบุรี มีการนัดสืบเตรียมพร้อมบัญชีพยาน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 51 และนัดสืบพยานครั้งต่อไปในปี 2552 นี้

10 มิ.ย. 2551
นายชูชีพ ชีวสุทธิ์  ปธ.ชมรมพิทักษ์รธน. ขึ้นเวทีปราศรัยของนปช.  จนถูกตำรวจออกหมายจับในข้อหา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ นอกจากนี้ตำรวจยังได้ตั้งทีมสืบสวนการจัดรายการของนายชูชีพรวมทั้งข้อความที่นำไปแพร่ในอินเตอร์เน็ต ขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีไปต่างประเทศ

18 ก.ค. 2551
ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ “ดา ตอร์ปิโด” ปราศรัยบนเวทีของกลุ่ม นปช. โดยเนื้อหาที่ปราศรัยเข้าข่าย “หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” จนถูกจับกุมและถูกศาลตัดสินจำคุกในเวลาต่อมา

15 ส.ค. 2551
นางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง เข้ามอบตัวต่อตำรวจหลังถูกออกหมายจับ กรณีกล่าวปราศรัยบนเวทีการชุมนุมกลุ่มนปก. โดยมีเนื้อหาจาบจ้วงเบื้องสูง  16 พ.ย. ศาลตัดสินจำคุก 12 ปี สารภาพ ลดโทษครึ่งหนึ่งจำคุก 6 ปี คดีถึงที่สุด


15 ส.ค. 2551
ศาลอนุมัติออกหมายจับที่ จ.2428/2551  ต่อนายวีระมุสิกพงศ์  เนื่องจากวันที่ 6 พ.ค. 2550 ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงมีเนื้อหาหมิ่นเบื้องสูง สน.ชนะสงครามรวบรวมหลักฐานก่อนขอหมายจบต่อศาล

14 ต.ค. 2551
นายวราวุธ ฐานังกรณ์ หรือสุชาติ นาคบางไซ แกนนำกลุ่มวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ ตำรวจได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2551 จากกรณีที่นายสุชาติ นาคบางไซได้ปราศรัย ในการชุมนุมรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2551 ที่ท้องสนามหลวง จัดโดย แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ(นปช) นายสุชาติ หลบหนีการจับกุมเดินทางออกนอกประเทศ

14 ต.ค. 2551
นาย เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล แกนนำกลุ่มคนรักเชียงใหม่ 51 ปราศรัยถึงการเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มนปช.ที่สนามหลวง และมีการปราศรัยที่หมิ่นเหม่ เรื่องสถาบันกษัตริย์
“คนเชียงใหม่นับถือแค่กษัตริย์ 3 องค์เท่านั้น ก็คือ อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ซึ่งประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางหลังเก่า (พญาเม็งราย พญางำเมือง และ พ่อขุนรามคำแหง) ไปกรุงเทพฯ ก็ไปสักการะเฉพาะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเท่านั้น”ถ้อยกล่าวกล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และควรสักการะ มุ่งตอกย้ำว่า เราเคารพ 3 กษัตริย์ของเราถ้าไปที่อื่นก็จะไปเคารพเฉพาะศาลหลักเมืองเท่านั้น โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ส่วนอย่างอื่นอยู่ในอุ้งตีนคนเชียงใหม่หมด”

1 พ.ย. 2551
ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินข้ามประเทศ กล่าวว่า ไม่มีใครสามารถนำตนกลับประเทศได้นอกจากพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพลังของประชาชน
"ไม่มีใครที่จะเอาผมกลับประเทศไทยได้หรอก นอกจากพระบารมีที่จะทรงมีพระเมตตา หรือไม่ก็พลังของพี่น้องประชาชนทุกท่าน จริงไหมครับ"

7 พ.ย. 2551
สภาทนายความออกแถลงการณ์ ชี้เนื้อหาโฟนอิน ก้าวล่วงสถาบัน-ศาล
สภาทนายความออกแถลงการณ์ ระบุ "ทักษิณ"โฟนอินความจริงวันนี้สัญจร เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา เข้าข่ายดูหมิ่นศาล และก้าวล่วงสถาบัน เชื่อมีการวางแผน ตั้งคำถามล่วงหน้า กระทบกระบวนยุติธรรม หวังลดความน่าเชื่อถือคำพิพากษาศาลฎีกา เตือนผู้จัดรายการ ออกอากาศซ้ำอีกต้องร่วมรับผิด

23 พ.ย. 2551
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย.นี้ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์อาระเบียน บิวสิเนส (http://www.arabianbusiness.com/) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ ที่ตีพิมพ์ที่เมืองดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รายงานบทสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ได้ให้สัมภาษณ์นายไดแลนโบว์แมน ผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์อาระเบียน บิวสิเนส เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นี้ ว่า
กลับเมืองไทยจะมาเล่นการเมือง
“ถ้าผมได้เข้ามาบริหารประเทศ จะนำความมั่นใจกลับสู่ประเทศไทยได้ นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมต้องกลับไปเล่นการเมือง เราจะต้องหากลไกที่จะทำให้ผมกลับได้ อย่างไรก็ตาม การจะกลับประเทศได้ ก็ต่อเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่ามีความจำเป็น และประชาชนต้องการ ผมคิดว่าปัจจัยสำคัญขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าพวกเขารู้สึกว่าลำบากมาก และเรียกร้องให้ผมกลับผมจะกลับ ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรู้สึกว่าผมมีประโยชน์ ผมก็จะกลับไป และพระองค์อาจจะทรงอภัยโทษให้ผม แต่ถ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นว่าผมช่วยอะไรไม่ได้ และประชาชนไม่ต้องการผม ผมจะอยู่ที่นี่และทำธุรกิจต่อไป”

11 ม.ค.2552
สตช. ออกหมายเรียก ใจ อึ๊งภากรณ์ ..........หลังจากนั้นหลบหนีออกจากประเทศ  และทิ้งแลถลงการณ์แดงสยามไว้ให้ดูต่างหน้า

18 ม.ค. 2552
พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววานนี้ (18 ก.พ.) ถึงการเดินทางร่วมพิธีแก้กรรมสืบชะตาให้ พ.ต.ท.ทักษิณที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 ก.พ.  โดยตอนหนึ่งของการให้สัมภาษณ์ พล.อ.ชัยสิทธ์ กล่าวว่า
“เราตั้งใจด้วยความบริสุทธิ์ใจ หากไปมองอย่างอื่นช่วยไม่ได้ อยากให้เขียนชื่อผมไปด้วยก็ได้ ไม่มีปัญหา เพราะจะได้ไม่มีเวรมีกรรมกับใคร ทั้งนี้ อยากฝากนักการเมืองอย่าเล่นการเมืองให้มากเกินไป เพราะจะไม่จบ อยากให้ดำเนินการตามธรรมชาติ เอาของจริงมาพูด ผมยังไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ไหน และไม่มีการพูดคุยกัน แต่คิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงปลงแล้ว และการที่ผมเข้าร่วมกิจกรรมถือว่าดีเสียอีก เพราะเขาลดทิฐิไปเยอะ โดยเฉพาะเกี่ยวกับสถาบัน ผมบอกว่าไม่ได้นะ เราเป็นคนไทยต้องรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกอย่างอย่าไปแตะต้องให้ระคายเคือง ลูกผู้ชายตัวจริงว่ากันซึ่งหน้า ไม่มีลับ

จากทั้งหมด วิญญูชนคงมองออกว่า จงรักภักดีหรือไม่ ของไอ้เหลี่ยมจัณฑาล คนนี้

 

โดย ช่วยกันทำให้สังคมดีขึ้น IP: 202.139.223.18 - 202.139.223.18 , วันที่ 07 พ.ย. 52 เวลา 00:37:11
 

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบ

นอกจากพวกเหรี้ยนี่มีจริงแล้ว มันยังกำเริบหนักด้วย

โดย -_-' IP: 112.142.15.85 - 112.142.15.85 , วันที่ 06 พ.ย. 52 เวลา 21:01:08
 

 

www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่
จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100% พื้นที่โฆษณา

True Online

แสงความคิดเห็น
 
** เว็บไซต์เราไม่สนับนุนให้เกิดความแตกแยกในสังคม (กรุณาใช้คำสุภาพและห้ามโฆษณา) **
  ชื่อท่าน/e-mail # **
   
  ความคิดเห็น# ** วิธีการใส่รูปภาพ คลิ๊กที่นี่
หรือ สามารถใช้ BBCODE ได้ เช่น [img]http://www.cmprice.com/images/logo.jpg[/img]
 
   
Security Code : กรุณากรอกตัวเลขสีน้ำเงิน 4 หลัก ลงในช่องว่าง
 
   
 
 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ปิดโฆษณานี้X

www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่
จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100% พื้นที่โฆษณา

True Online

 

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180

Webmaster แห่ง cmprice.com





Page generated in 1397954137.2914 seconds.





www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
103