หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่
พื้นที่โฆษณา ราคา 1,500 บาทต่อเดือน ติดต่อได้ที่ 080-500-1180 หรือ ติดต่อเราที่นี่

หน้าแรก » ชุมชนออนไลน์ของชาวเชียงใหม่และภาคเหนือ
ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
เว็บบอร์ด » ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
รายละเอียดของห้อง : ข่าว ประเด็นสำคัญ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
สพฐ.ให้ครูลดการบ้านนักเรียนลง - การบ้านทำให้นักเรียนฉลาดขึ้นหรือไม่?

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VVVVV ถูกใจกระทู้นี้ กดเลยฮร๊าฟฟฟ !!!
สพฐ.ให้ครูลดการบ้านนักเรียนลง - การบ้านทำให้นักเรียนฉลาดขึ้นหรือไม่?
ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องการปฏิรูปหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2551 ตามนโยบายของนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รมว.ศึกษาธิการ โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 2 ระยะ ได้แก่ 1.ระยะเร่งด่วน จะให้ทันเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 โดย สพฐ.จะเน้นบูรณาการทั้งเนื้อหา เวลาเรียน การวัดและประเมินผล ตลอดจนการบ้านที่ต้องมีการบูรณาการทุกกลุ่มสาระวิชา รวมทั้งต้องลดภาระงานของนักเรียนด้วย เพราะที่ผ่านมาพบว่าเด็กไทยต้องทำการบ้านเยอะมาก ทำให้เด็กเกิดความเครียด อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้มอบให้สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สพฐ. ไปจัดทำคู่มือการบูรณาการหลักสูตรการเรียนการสอนแบบครบวงจรโดยครอบคลุมทุกหลักสูตรให้แล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย.2556 จากนั้นจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้กับเขตพื้นที่การศึกษา และครู เพื่อให้มีความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน

"ตั้งแต่ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 หรือต้นเดือนพ.ค.เป็นต้นไปเด็กไทยเด็กทุกคนในทุกระดับชั้นจะมีภาระการเรียนในห้องเรียนลดน้อยลง และจะมีโอกาสเรียนรู้ รวมถึงทำกิจกรรมนอกห้องเรียนมากขึ้น ส่วนการบ้าน และโครงงานที่ครูมอบให้ก็จะมีการบูรณาการในทุกกลุ่มสาระวิชา ขณะที่การวัดและประเมินผลก็จะสอบเท่าที่จำเป็น และเหมาะกับช่วงวัยเท่านั้น จะไม่มีวิธีการที่ครูจะมีอำนาจเหนือนักเรียน ครูจะไม่สามารถให้การบ้านเด็กได้ตามใจชอบอีกต่อไป หากครูให้การบ้านเด็กจนเกิดความทุกข์ทรมานก็สามารถร้องเรียนมาได้ที่ สพฐ. เพื่อให้เกิดการปรับปรุงต่อไป" นายชินภัทร กล่าว 

นายชินภัทร กล่าวต่อว่า ส่วนระยะที่ 2 สพฐ. จะจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในวันที่ 6-8 ก.พ.นี้เพื่อพิจารณาทบทวนมาตรฐาน และตัวชี้วัดของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้วิพากษ์วิจารณ์ว่ามีมาตรฐานการเรียนรู้ และตัวชี้วัดใดบ้างที่มีมากเกินความจำเป็น เพื่อที่จะได้ตัดทอน และปรับปรุงต่อไป โดยจะมีการนำเสนอข้อมูลเชิงเปรียบเทียบในเรื่องเนื้อหา และเวลาเรียนของประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ด้วย ขณะเดียวกันจะหยิบประเด็นที่มีนักวิชาการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเนื้อหาในหลักสูตรการเรียนการสอนมีความซ้ำซ้อน 30% นั้นมาหารือด้วย โดยให้ทุกฝ่ายนำข้อมูลมาตีแผ่และร่วมให้ความคิดเห็นว่ามีความซ้ำซ้อนจริงหรือไม่และจะช่วยลดความซ้ำซ้อนได้มากน้อยเพียงเพื่อจะได้ตั้งเป้าลดปัญหาดังกล่าวให้ได้มากที่สุด

 

“การบ้าน” ทำให้เด็กฉลาดขึ้นหรือไม่?

การบ้านเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการศึกษาในโรงเรียนมาเนิ่นนาน แต่เคยสงสัยกันไหมว่าการบ้านมีผลช่วยให้เด็กๆ ฉลาดขึ้นหรือไม่ มีวินัยมากขึ้นหรือไม่ รักการเรียนมากขึ้นไหม นอกจากนั้น การบ้านยังมีผลได้ที่ลดน้อยถอยลง เบียดบังเวลาเรียนรู้ด้านอื่นๆ แถมคุณครูแต่ละคนยังมี coordination failure ในการสั่งการบ้านด้วย

 

……….

 

มื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ประธานาธิบดีฝรั่งเศสเตรียมออกคำสั่งห้ามครูสั่งการบ้านนักเรียน เนื่องจากไม่ได้ช่วยให้เด็กฉลาดขึ้น (ดูข้อมูลประกอบที่นี่) อันที่จริงประเด็นนี้เป็นที่สนใจกันมาพอสมควรแล้ว โดยจุดเริ่มต้นมาจากหนังสือที่มีชื่อเสียงมากสองเล่มคือ The Homework Myth ของ Alfie Kohn และ The Case Against Homework ของ Sara Bennett และ Nancy Kalish หนังสือทั้งสองเล่มได้ยกเอาข้อมูล สถิติ งานศึกษา และการสำรวจจำนวนมากเพื่อพยายามชี้ให้เห็นว่า “การบ้าน(ที่มากเกินไป)ไม่ได้มีส่วนช่วยให้เด็กมีได้คะแนนสอบดีขึ้น”

ข้อมูลที่น่าสนใจก่อนการวิเคราะห์ของหนังสือทั้งสองเล่ม ได้แก่

  • จากการสำรวจเด็กอเมริกัน 24,000 คนในปี 2004 ของมหาวิทยาลัยมิชิแกน พบว่า เด็กใช้เวลาทำการบ้านมากขึ้นกว่าในปี 1981 ถึง 51%
  • เด็กๆ ในชั้นเรียนระดับล่างจะมีอัตราการเพิ่มของการบ้านมากกว่าเด็กในชั้นเรียนที่สูงขึ้น
  • เด็กในช่วงอายุ 6-8 ปี ใช้เวลาทำการบ้านเพิ่มจาก 52 นาทีต่อสัปดาห์ในปี 1981 เป็น 128 นาทีต่อสัปดาห์ในปี 1997 และดูเหมือนว่าในปี 2006 จะเพิ่มเป็น 78 นาทีต่อวันเลยทีเดียว
  • ผลการสำรวจดังกล่าวไม่ได้ดูเหมือนเป็นจริงแค่ในสหรัฐอเมริกา เพราะประเทศที่ให้การบ้านน้อย(เกินไป) เช่น ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเชค และเดนมาร์ก จะมีคะแนนสอบมาตรฐานของเด็กสูงกว่าประเทศที่ให้การบ้านมาก(เกินไป) เช่น ไทย กรีซ และอิหร่าน

……….

Cooper, Robinson and Patall (2006) หาความสัมพันธ์ของเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านกับคะแนนสอบมาตรฐาน(ไม่เกี่ยวข้องกับคะแนนที่มาจากการบ้าน) ด้วยการหาค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) การวิเคราะห์ตัวแปรพหุ (Multivariate Analysis) และการวิเคราะห์สมการแบบโครงสร้าง (Structural Equations Model) แต่”ไม่”พบความสัมพันธ์ในทางบวกระหว่างเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านกับคะแนนสอบ นั่นคือ การบ้านไม่ได้มีผลใดใดกับความฉลาดของเด็ก

นอกจากนี้ Cooper et. al (2006) ยังพบความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นเส้นตรงของการบ้านกับคะแนนสอบ นั่นคือ จำนวนการบ้านเป็นไปตามกฎของการลดน้อยถอยลง (Diminishing Return)

ภาพที่ ๑ แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านกับคะแนนสอบมาตรฐานของเด็กเกรด 4, 8 และ 12 (เทียบได้กับเด็ก ป.4, ม.2 และ ม.6) ซึ่งผลได้ที่ลดน้อยถอยลงนั้นมีความชัดเจนมากในเด็กเล็ก แต่จะมีความอดทนมากขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้นตามอายุ(เกรด)

“ภาพที่ ๑ ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านกับคะแนนสอบมาตรฐานของเด็กเกรด 4, 8 และ 12″

 

ที่น่าสนใจคือภาพที่ ๒ ซึ่งเด็กที่ไม่มีการบ้านกับเด็กที่มีการบ้านนั้น มีระดับผลการสอบที่แตกต่างกันน้อยมากๆ คือ เด็กที่ใช้เวลาทำการบ้านเฉลี่ยวันละ 1 ชั่วโมงจะมีคะแนนสอบเฉลี่ยอยู่ที่ 222 คะแนน กับเด็กที่ไม่มีการบ้านจะมีคะแนนสอบเฉลี่ยอยู่ที่ 212 คะแนน

“ภาพที่ ๒ ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ใช้ในการทำการบ้านกับคะแนนสอบมาตรฐานของเด็กที่ใช้เวลาทำการบ้านแตกต่างกัน”

……….

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการบ้านอีกประการหนึ่งก็คือ อันที่จริงกระบวนการเรียนรู้ของเด็กควรเป็นแบบสม่ำเสมอและค่อยเป็นค่อยไป แต่การให้การบ้านของครูในแต่ละวิชานั้นมีแนวโน้มจะเป็นอิสระจากกัน จึงเกิดความล้มเหลวของการร่วมมือกันให้การบ้าน (Homework Coordination Failure) นั่นหมายถึง บางวันเด็กอาจจะมีการบ้านเยอะมาก บางวันก็อาจไม่มีเลย แทนที่จะกระจายอย่างสม่ำเสมอ

แม้ว่าจะมีการโต้แย้งว่า การบ้านอาจไม่ได้มุ่งหวังแค่ผลสอบที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังเพื่อสร้างนิสัยรักการเรียนด้วย อย่างไรก็ตาม งานวิจัยที่ตามมาจำนวนมากก็ยังไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ เพราะการบ้านมีแนวโน้มที่น่าจะทำให้เด็กไม่รักการเรียนมากกว่า

นอกจากนี้ การบ้านยังทำให้เด็กมีโอกาสใช้เวลาในการออกกำลังกายน้อยลง มีปฏิสัมพันธ์กับครอบครัวน้อยลง และนอนน้อยลงด้วย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญกับพัฒนาการของเด็กและการเป็นคนที่สมบูรณ์ของสังคมในอนาคตไม่น้อยไปกว่าการเป็นคนเรียนเก่งอีกด้วย

ทางออกที่ Kohn (ผู้เขียนหนังสือ The Homework Myth) เสนอคือให้ยกเลิกการบ้านไปเลย ขณะที่ Bennet and Kalish เสนอบนพื้นฐานงานวิจัยของ Cooper et. al (2006) ว่าให้มีการบ้านเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 10 นาที) และไม่ต้องมีการบ้านในช่วงวันหยุดยาวหรือสุดสัปดาห์ด้วย

“ตัวอย่างของความล้มเหลวในการทำการบ้าน (ภาพจาก FaceBook ซึ่งไม่ทราบต้นตอแรกจริงๆ ครับ)”

……….

แม้ว่าข้อเสนอแนะของหนังสือทั้งสองเล่มจะดูขัดแย้งกับสถานการณ์ของโลกความเป็นจริง(รวมทั้งสังคมไทย)ไปมากทีเดียว แต่มันก็น่าจะทำให้เราฉุกคิดหรือนำมาศึกษาในกรณีเฉพาะของสังคมเราบ้างว่า “การบ้านเป็นผลดีกับการศึกษาของเด็ก…จริงหรือไม่” และก็เป็นสิ่งที่น่าจะช่วยกันหาคำตอบต่อไป ^^

 

ที่มา:
– Harris Cooper, Jorgianne Civey Robinson, and Erika A Patall (2006) Does Homework Improve Academic Achievement? A Synthesis of Research, 1987–2003. Review of Educational Research Spring 76: 1-62.
– Alfie Kohn (2007) The Homework Myth: Why Our Kids Get Too Much of a Bad Thing. Da Capo Press.
– Sara Bennett and Nancy Kalish (2007) The Case Against Homework: How Homework Is Hurting Children and What Parents Can Do About It. Three Rivers Press; Reprint edition.

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VVVVV ถูกใจกระทู้นี้ กดเลยฮร๊าฟฟฟ !!!
VVVVVVV ร่วมเป็นแฟนเพจกับเรา !!!! กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com กดเลยนะฮร๊าฟฟฟ !!!


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


ข่าวอื่นๆ ที่เกียวข้อง

ดูหัวข้อในหมวด "ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ" ทั้งหมด คลิ๊ก!!

 

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 855 เขียน 4

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 31 ม.ค. 56 เวลา 01:02:55
 

 

www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่
พื้นที่โฆษณา จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100% vipworldcenter.com.gif

 

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบ
การเรียนไทยกับฝรั่งมันต่างกันเยอะ ของไทยเราล้าหลังกว่าฝรั่งมันเยอะ ของเรายังท่องจำสูตรคณิตอยู่ ถ้าท่องไม่ได้ห้ามกลับบ้าน ทั้งๆที่ท่องได้ก็เท่านั้น แต่การเรียนฝรั่งมันเป็นแบบฝึกให้คิดต่อยอด หรือคิดเชิงสร้างสรรค์แบบนอกกรอบ พูดง่ายๆว่าใครจะคิดอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่การเรียนของไทยต้องอยู่ในกรอบ ในเวลา ในกฏระเบียบ ซึ่งทำให้นักเรียนเครียดกันมาก และก็ไม่กล้าคิดอะไรที่สร้างสรรค์มากนัก
โดย 555 IP: 202.28.249.181 - 202.28.249.181 , วันที่ 31 ม.ค. 56 เวลา 18:10:27
 

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบ
ความฉลาดทางสมองมันต้องมาควบคู่กับความฉลาดทางอารมณ์ด้วย EQ-IQ คนที่เครียดคิดอะไรก็ออกยากกว่าคนที่อารมณ์ดี
โดย 555 IP: 202.28.249.181 - 202.28.249.181 , วันที่ 31 ม.ค. 56 เวลา 11:36:16
 

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบ

สมัยเราเมื่อ 40 กว่าปีมาก่อน ไม่มีเกมสืให้เล่น ไม่มีคอมพิวเตอให้เล่น ไม่มีสิ่งยั่วยุให้เล่น เด้กสมัยก่อนจึงมีเวลามาอ่านหนังสือเยอะเองโดยที่ไม่ต้องบังคับ แต่เด็กสมัยนี้ มีสิ่งยั่วยุมาก ทั้งเกมในคอม ทั้งในไอแพด ทั้งในร้านเกม จึงไม่ค่อยเอาเวลามาอ่านหนังสือกัน ต้องคอยบังคับให้อ่านหนังสือ เทคโนโลยี่ได้ดึงเวลาของเด็กสมัยนี้ไปเยอะ จนขาดความรับผิดชอบในเรื่องการเรียน ไม่มีเหมือนสมัยก่อนที่เด็กรับผิดชอบเรื่องการเรียนเองโดยที่ไม่ได้โดนบังคับ

โดย ยุคสมัยเปลี่ยนไป IP: 171.100.107.17 - 171.100.107.17 , วันที่ 31 ม.ค. 56 เวลา 10:49:21
 

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบ

ทำไมรัฐบาลไทยโดยเฉพาะ(สพฐ)ต้องเดินตามตูดฝรั่งคิดเองทำเองไม่เป็นหรือไง ต้องดูก่อนซิว่าสังคมและชีวิตความเป็นอยู่ของเขากับของเรามันเหมือนกันหรือว่าแตกต่างกันคุณแก้ปัญหาให้ตรงจุดหน่อย สิ่งที่พวกคุณแก้กลับกลายมาเป็นปัญหาตามมาและไม่เคยทำการวิจัยก่อนแก้และหลังแก้กันเลยดูตัวอย่างเช่น  1. สมัยก่อนครูสามารถใช้ไม้เรียวลงโทษเด็กได้หากทำผิด แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำได้เป็นการริดรอนสิทธิส่วนบุคคล ผลที่ตามมาคือ เด็กก้าวร้าว ไม่เครารพเชื่อฟังครูบาอาจารย์รวมไปถึงไม่มีสัมมาคาราวะต่อผู้มีพระคุณกิริยาวาจาไม่สุภาพแข็งกระด้างไม่อ่อนน้อมมีปัญหาเยอะมากๆอธิบายไม่หมด              2. การตัดผมเกรียนในเด็กผู้ชายการไว้ผมยาวในเด็กผู้หญิงจะไปแก้กันไปทำไม ดูระบบการจัดการของทหารเป็นตัวอย่างทำไมไม่เอามาใช้เอาเฉพาะที่ต้องเอามามิใช่เอามาใช้ทั้งหมดความเป็นระเบียบบวกความมีวินัยก็จะตามมา  ดูอีกหน่อยก็จะแยกไม่ออกหรือแยกลำบากว่าคนไหนนักเรียนคนไหนนักเลง    3. เรื่องการบ้านนักเรียนคุณเอาข้อมูลของโรงเรียนไม่กี่ที่มาสรุป จริงๆคุณต้องไปแก้ไขตรงจุดนั้นๆคุณรู้ไหมปัญหาที่เกิดมันก็มาจากข้อที่ 1  นั่นแหละ ในเมื่อผู้นำยังคิดไม่เป็นแล้วอนาคตล่ะ ประเทศไทย                                                                                                              

โดย สงสารประเทศ IP: 110.49.233.30 - 110.49.233.30 , วันที่ 31 ม.ค. 56 เวลา 04:32:50
 

 

www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่
พื้นที่โฆษณา จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100% vipworldcenter.com.gif

แสงความคิดเห็น
 
** เว็บไซต์เราไม่สนับนุนให้เกิดความแตกแยกในสังคม (กรุณาใช้คำสุภาพและห้ามโฆษณา) **
  ชื่อท่าน/e-mail # **
   
  ความคิดเห็น# ** วิธีการใส่รูปภาพ คลิ๊กที่นี่
หรือ สามารถใช้ BBCODE ได้ เช่น [img]http://www.cmprice.com/images/logo.jpg[/img]
 
   
Security Code : กรุณากรอกตัวเลขสีน้ำเงิน 4 หลัก ลงในช่องว่าง
 
   
 
 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ปิดโฆษณานี้X

www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่
พื้นที่โฆษณา จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100% vipworldcenter.com.gif

 

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | เกี่ยวกับเรา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180

Webmaster แห่ง cmprice.com





Page generated in 1409172615.8786 seconds.





www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
103