|
|
บันทึก ณ วันที่ 28 ก.พ. 55 เวลา 13:13:27 |
|
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล
สศช. ชี้ ปี 55 แรงงานเสี่ยงต่อการถูกเลิกจ้างสูง ผู้ประกอบการสู้ค่าแรงไม่ไหว ผลจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในเมษายนนี้ เผย 45,000 คน ถูกลอยแพเรียบร้อย
วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตแรงงานในปี 2555 ว่า ในปีนี้มีความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงาน โดยเฉพาะในช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจากผลกระทบจากน้ำท่วม และการปรับเพิ่มค่าจ้างแรงงานขึ้นต่ำ 300 บาท ใน 7 จังหวัด และจังหวัดอื่น ซึ่งจะมีการปรับเพิ่ม 39.5% ในเดือนเมษายนนี้
จาก ข้อมูล ณ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 เปิดเผยว่า มีแรงงาน 45,000 คน ถูกสถานประกอบการ 122 แห่ง เลิกจ้างไปแล้ว และยังมีแรงงานอีกจำนวนหนึ่งยังรอจะกลับเข้าทำงาน แต่ยังไม่มีความชัดเจน และยังมีสถานประกอบการที่ยังไม่สามารถเปิดกิจการได้รวม 284 แห่ง ทำให้ลูกจ้างยังไม่ได้กลับเข้าทำงานสูงถึง 164,552 คนเลยทีเดียว
นอกจากนี้ จากนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้น 39.5% ในเดือนเมษายนนี้ อาจมีผลกระทบให้สถานประกอบการบางส่วน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ซึ่งต้องมีการทบทวนนโยบายการจ้างงานอีกครั้ง และอาจจะอาศัยเหตุการณ์น้ำท่วมเป็นเหตุผลในการประกาศปิดบริษัทเลิกจ้าง หรือไม่จ่ายค่าจ้าง และหากสู้ค่าแรงไม่ไหวจริง ๆ ทางโรงงานอาจจะหันไปใช้แรงงานต่างด้าวแทน
ทั้ง นี้ อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงในการเลิกจ้าง ประกอบด้วย การผลิตยานยนต์ เครื่องจักรสำนักงาน อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอเครื่องแต่งกาย เครื่องจักรที่ใช้ในงานทั่วไป โทรทัศน์และวิทยุ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยาง เคมีภัณฑ์ เม็ดพลาสติก เครื่องใช้ในบ้านเรือน และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม ปัจจุบันมีแรงงานที่รับค่าจ้างต่ำกว่าค่าจ้างขั้นต่ำอัตราใหม่อยู่ประมาณ 5.1-6.9 ล้านคน ต้องใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 6,700-11,100 ล้านบาทต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้น 6.2-10.2%
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

|
|
| |
|
|
|