|
|
บันทึก ณ วันที่ 24 เม.ย. 51 เวลา 10:32:44 |
|
ที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำเห็นชอบให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ แต่ต้องรอผลการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างและคณะอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด ซึ่งจะจัดให้มีการประชุมใหญ่ในภาพรวมในระดับภาคขึ้น ทั้ง 4 ภาค โดยจะเริ่มต้นในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ราวเดือนพฤษภาคมนี้ก่อน ขณะที่ รมว.แรงงาน ยืนยันขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแน่ แต่ขึ้นกี่บาทอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้าง ด้านลูกจ้างยันหากวันที่ 1 พฤษภาคม ไม่ขึ้นค่าจ้างจะไม่กลับบ้านเนื่องจากสินค้าราคาแพง นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ กล่าวว่า จากการประชุมของคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำไม่ว่าจะเป็นฝ่ายนายจ้าง ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เบื้องต้นมีความเห็นที่เป็นไปในทางเดียวกันว่าควรจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเป็นการลดภาระให้แก่ผู้ใช้แรงงานในภาวะเศรษฐกิจที่มีค่าครองชีพที่สูง ทั้งจากอัตราเงินเฟ้อและราคาสินค้าที่มีการปรับราคา แต่จะต้องมีการพิจารณาก่อนว่าน่าจะมีการปรับขึ้นเท่าไรจึงจะเหมาะสม ซึ่งในเรื่องนี้จะได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการค่าจ้างและอนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดในภาพรวมครั้งใหญ่ทั้ง 4 ภาค เพื่อเปิดโอกาสให้อนุกรรมการอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดในแต่ละกลุ่มจังหวัดได้แบ่งกลุ่มระดมความเห็นของคณะอนุกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัด แยกเป็นกลุ่มนายจ้าง ลูกจ้าง และภาครัฐในแต่โดยจะเริ่มแห่งแรกในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จังหวัดอุบลราชธานี ภาคกลางที่กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ตามลำดับ คาดว่าจะสามารถเริ่มประชุมครั้งแรกในต้นเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งในครั้งก่อนที่มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำมีหลายจังหวัดไม่มีการขอปรับขึ้น แต่จากสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันก็ได้ขอมีการปรับขึ้นค่าจ้างในทุกจังหวัด คาดว่าจะทราบผลการประชุมและได้ข้อสรุปในการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำว่าน่าจะอยู่ที่จำนวนเท่าใดภายในกลางปีนี้ถือว่าเป็นของขวัญแก่ชาวแรงงานในวันแรงงานแห่งชาติปีนี้ นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พูดถึงการประชุมที่จะมีขึ้นในครั้งต่อไปในวันที่ 2 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ว่าจะมีการประชุมถึงการจัดแบ่งโซนในจังหวัดใกล้เคียงในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ เพื่อเป็นการป้องกันการขาดแคลนแรงงานและการย้ายสถานประกอบการอีกด้วย นายจุฑาธวัช กล่าว
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา องค์การแรงงานแห่งประเทศไทยซึ่งประกอบด้วยสภาองค์การลูกจ้าง 7 แห่งคือ สภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย สภาองค์การลูกจ้างสภาศูนย์กลางแรงงานแห่งประเทศไทย สภาองค์การลูกจ้างแรงงานเสรีแห่งชาติ สภาองค์การลูกจ้างสภาลูกจ้างแห่งชาติ สภาองค์การลูกจ้างสภาแรงงานอุตสาหกรรมเอกชน สภาองค์การลูกจ้างองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย และสภาองค์การลูกจ้างแรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย ได้เข้ายื่นหนังสือเพื่อยันยันให้รัฐบาลพิจารณาปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น 9 บาทต่อคนต่อวันทั่วประเทศ โดยนางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้รับหนังสือยืนยันดังกล่าวและกล่าวว่า ทางกระทรวงแรงงานเข้าใจและเห็นใจลูกจ้างเนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันค่าครองชีพสูงขึ้น และยืนยันว่าจะมีการปรับค่าจ้างแน่นอนในกลางปีนี้แต่ว่าจะปรับขึ้นกี่บาทอย่างไรนั้นอยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการค่าจ้าง ซึ่งในส่วนการพิจารณานั้นทางคณะกรรมการก็ได้นำปัจจัยต่างๆมาพิจารณาประกอบอย่างรอบคอบ โดยตนเองจะประสานให้ทางคณะกรรมการค่าจ้างได้เร่งพิจารณาก่อนวันที่ 1 พฤษภาคม 2551 นี้ ด้านผู้แทนจากองค์การแรงงานแห่งประเทศไทยกล่าวว่า หากรัฐบาลไม่พิจารณาขึ้นค่าจ้างในวันที่ 1 พฤษภาคม 2551นี้ ลูกจ้างที่มาร่วมกิจกรรมวันแรงงานแห่งชาติ ณ บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าจะไม่เดินทางกลับบ้าน เนื่องจากว่าในปัจจุบันราคาสินค้าอุปโภค บริโภคได้ปรับตัวสูงขึ้นทุกวัน ค่าแรงขั้นต่ำเพียงร้อยกว่าบาทคงไม่พอต่อค่าครองชีพ โดยขอให้มีการพิจารณาให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างจำนวน 9 บาทต่อคนต่อวันทั่วประเทศจึงอยากให้รัฐบาลเข้าใจและเห็นใจในภาวะฉุกเฉินนี้ด้วย
|
|
| |
|
|
|