|

"กษมา" เผย 10 รายร้องโดนรีดเป็นค่าขาดแคลนสาธารณูปโภค หลังกฤษฎีกาตีความโรงเรียนขอรับเงินผู้ปกครองได้เฉพาะหลักสูตรพิเศษ แต่ต้องสมัครใจ ห้ามบังคับจ่ายรายบุคคล หรือเรียกเก็บทุกคน ส่วน ขรก.มีสิทธิเบิกเงินส่วนที่จ่ายเพิ่มเติมให้สถานศึกษาได้ แต่ต้องรอประกาศกฎเกณฑ์ออกมาก่อน
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ประชุมตีความกรณีโรงเรียนเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจาก ผู้ปกครองได้หรือไม่เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา เพียงแต่ยังไม่ได้แจ้งผลการตีความกลับมายังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) แต่ทราบจากบันทึกการประชุมว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาลงความเห็นให้โรงเรียนขอรับเงินเป็นบางกรณีจากผู้ปกครอง ได้ เช่น โรงเรียนจัดให้บริการทางการศึกษาพิเศษนอกเหนือหลักสูตรปกติให้แก่นักเรียน หรือขอบริจาคเงินจากผู้ปกครองมาแก้ปัญหาความขาดแคลนต่างๆ อาทิ จ่ายค่าสาธารณูปโภค
อย่างไรก็ดี การจ่ายเงินต้องเป็นความสมัครใจของผู้ปกครอง ไม่ใช่บังคับจ่ายรายบุคคล หรือเรียกเก็บทุกคน ทางคณะกรรมการกฤษฎีกาขอให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) แจ้งให้ละเอียดว่า รายการใดบ้างอยู่ในการจัดการศึกษาตามหลักสูตร และรายการใดเป็นบริการเสริมพิเศษนอกเหนือหลักสูตร ซึ่งโรงเรียนควรแจกแจงให้ผู้ปกครองรู้เช่นเดียวกันว่า เงินที่ขอเก็บตามความสมัครใจจากผู้ปกครองนำไปใช้เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องใด บ้าง
คุณหญิงกษมากล่าวว่า การตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกานับว่า ยืดหยุ่นและสะท้อนความเป็นจริง และสอดคล้องในหลักการกับนโยบายของ สพฐ. หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาทำหนังสือแจ้งเรื่องอย่างเป็นทางการมา ยัง สพฐ.แล้ว จะต้องรอให้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กำหนดประเภทและอัตราเงินบำรุงการศึกษาที่อนุญาตให้ข้าราชการเบิกเงิน สวัสดิการการศึกษาของบุตรได้เสร็จเรียบร้อยก่อน เพื่อรองรับว่า ข้าราชการสามารถเบิกในส่วนที่จ่ายเพิ่มเติมให้โรงเรียนได้ ซึ่งกรมบัญชีกลางมักจะกำหนดให้เบิกได้ตามอัตราและประเภทเงินบำรุงการศึกษา ที่ ศธ.กำหนด ด้วยเหตุนี้ สพฐ.จะต้องมาจัดทำประกาศ ศธ.ว่า ด้วยการเก็บเงินบำรุงการศึกษาของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อทุกขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้ปกครองที่เป็นข้าราชการจึงจะสามารถเบิกเงินสวัสดิการทางการศึกษาได้
เลขาธิการ กพฐ.กล่าวถึงเรื่องผู้ปกครองร้องเรียนโรงเรียนเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมโดยไม่ถามความสมัครใจว่ามี เรื่องร้องเรียนลักษณะนี้มากว่า 10 ราย อยู่ในระหว่างตรวจสอบ และได้นำหนังสือคำสั่งออกไปถึงโรงเรียนต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2551 แล้วว่า เมื่อได้รับงบฯค่าใช้จ่ายรายหัวเพิ่มจากรัฐบาลในปีนี้ สถานศึกษาต้องไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากนักเรียนเพิ่มเติมเป็นรายบุคคล แต่ถ้าโรงเรียนจำเป็นต้องขอระดมเงินจากผู้ปกครองจะเป็นไปตามความสมัครใจใน 2 กรณี คือ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนต่างๆ เช่น ครู หรือจ่ายค่าสาธารณูปโภค หรือเพื่อจัดบริการพิเศษนอกเหนือหลักสูตรปกติให้กับนักเรียน หากผู้ปกครองไม่สมัครใจจ่าย โรงเรียนไม่มีสิทธิเก็บเงิน หรือถ้าเก็บมาแล้วก็ต้องคืน ซึ่งมีหลายโรงเรียนได้คืนเงินให้ผู้ปกครองไปบ้างแล้ว
ข้อมูลจาก
ภาพประกอบจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ และ โรงเรียนบ้านเชิงดอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
|