หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางานเชียงใหม่ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าโฆษณา
| ผ้าพันคอ | ของชำร่วย


cmprice.com ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > ปี 2550 ถึงเวลาที่คนไอทีต้อง ตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > ปี 2550 ถึงเวลาที่คนไอทีต้อง ตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ปี 2550 ถึงเวลาที่คนไอทีต้อง ตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
บทความ
 
ปี 2550 ถึงเวลาที่คนไอทีต้อง ตระหนักผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ทุกๆ ปีเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการพัฒนามากขึ้นเป็นลำดับ ไม่ว่าจะเป็นโพรเซสเซอร์ ฮาร์ดดิสก์ หรือ จอภาพมอนิเตอร์ ทำให้แต่ละปี ผู้ใช้งานทั้งตามบ้านและองค์กรต่างๆ ต้องซื้อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีใหม่ ทดแทนของเก่าที่หมดอายุ หรือเสียจนซ่อมไม่ได้ โดยไม่ได้มีการสนใจว่าคอมพิวเตอร์เก่าๆ จะมีการจัดการแบบใด หรือบางรายอาจขายให้คนรับซื้อของเก่าไปแล้ว ก็คิดว่าปัญหาคงจะหมดไป แต่ความจริงขยะคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ ก็ไม่ได้มีปลายทางต่างจากขยะอื่นๆ ทั่วไป คือ ไปกองรวมกันในภูเขาขยะเพื่อรอการแยกส่วน  

 

 

 

การปล่อยให้ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไอทีตากแดดตากฝน มีผลทำให้สารเคมีบางชนิดที่อยู่บนแผงวงจร หรือเคลือบบนอุปกรณ์เหล่านี้ ไหลลงสู่แหล่งน้ำหรือผิวดินแบบผิดวีธี โดยขยะไฮเทคก็กลายเป็นขยะมีพิษ เมื่อไม่มีการจัดการกับที่ถูกต้อง ทำให้โลหะหนักและสารพิษ เช่น สารปรอท ตะกั่ว และแคดเมียมปนเปื้อนในธรรมชาติ ดังนั้น หากขยะและสารเคมีเหล่านี้ ถูกนำหลับมาใช้ใหม่ (รีไซเคิล) หรือเก็บไปทิ้งแบบถูกต้องแล้ว ปัญหาก็น่าจะทุเลาเบาบาง และพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นได้

 

 

จากข้อมูลในเว็บไซต์ของกรีนพีซ http://www.greenpeace.org/seasia/th/news/804554  เกี่ยวกับรายงานการจัดอันดับบริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือชั้นนำ 14 บริษัท ฉบับล่าสุดประจำวันที่ 6 ธันวาคม 2549 แสดงให้เห็นว่า บริษัทส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำมั่นด้านสิ่งแวดล้อมที่ให้ไว้ โดยการเลิกใช้สารเคมีอันตราย และรับผิดชอบต่อซากผลิตภัณฑ์ของตนหลังผู้บริโภคทิ้งแล้ว บริษัทส่วนมากทำคะแนนได้สูงกว่าคะแนนเฉลี่ย มีเพียง 5 บริษัทเท่านั้นที่อยู่ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย 5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน

 

 

นายอิซา ครูสซูสกา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ สากล องค์กรรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม อธิบายว่า กรีนพีซกำลังเห็นการเปลี่ยนแปลงระดับโลก ไปในทิศทางการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ ได้ตกลงให้คำมั่นในการเลิกใช้สารอันตรายที่สุดในผลิตภัณฑ์ทั้งหมด กลุ่มบริษัทที่อยู่ในอันดับต้นๆ ได้นำหลักการป้องกันไว้ก่อนมาใช้ โดยการให้คำมั่นยกเลิกใช้สารเคมีอันตรายที่สุด และได้ยอมรับว่าในฐานะเป็นผู้ผลิต จะต้องแสดงความรับผิดชอบทางด้านการเงิน ในการรับคืนซากผลิตภัณฑ์ของตน เพื่อนำไปใช้ซ้ำหรือรีไซเคิล

 

 

บริษัท โนเกีย ยังคงรักษาอันดับ 1 ไว้ได้ ด้วยการส่งเสริมนโยบาย ทั้งการเลิกใช้สารเคมีอันตราย และการจัดการกับซากผลิตภัณฑ์ของตัวเอง แต่ไม่ชัดเจนในเรื่องระยะเวลาของการเลิกใช้ PVC ในทุกผลิตภัณฑ์ขณะที่ บริษัท แอปเปิล ที่รั้งอันดับสุดท้าย เนื่องจากผลการสำรวจไม่แสดงให้เห็นถึง การปรับปรุงในทางนโยบายและทางปฏิบัติเลย ในขณะที่บริษัทคู่แข่งอื่นๆต่างตื่นตัว และให้ความร่วมมือปรับปรุงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม แม้แอปเปิลจะเป็นผู้นำทางด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ก็พ่ายแพ้ให้กับบริษัทอื่นๆ ในด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ สากล กล่าว

 

 

นายอิซา กล่าวเสริมว่า บริษัทโมโตโรล่า มีการปรับอันดับขึ้นสูงสุด จากการจัดอันดับครั้งก่อนที่ถูกจัดไว้ที่อันดับรองสุดท้าย ทางโมโตโรล่าจึงได้สร้างความพยายามในการร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้ครั้งนี้ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 4 ส่วน เลอโนโว ก็เป็นอีกบริษัทที่ได้พยายามทำตามข้อตกลง โดยขึ้นจากอันดับสุดท้ายมาอยู่ที่อันดับ 8 ในครั้งนี้

 

 

ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านสารพิษ กรีนพีซ สากล กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้าน บริษัท ฟูจิตสึ-ซีเมนส์ และ เอเซอร์ ต่างก็แสดงให้เห็นถึงการปรับปรุง และได้ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 3 และ 7 จากที่เคยอยู่อันดับ 10 และ 12 ในครั้งก่อน ส่วน บริษัท แอลจี บริษัท ซัมซุง และ บริษัท โซนี่ ต่างก็ถูกลดอันดับลง เนื่องจากไม่สามารถทำตามข้อเรียกร้องเรื่องความรับผิดชอบแบบเฉพาะรายของผู้ผลิตได้ นอกจากนี้ บริษัทดังกล่าวยังได้สนับสนุนกฎหมายในสหรัฐอเมริกา เรื่องการให้ผู้บริโภคเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการรีไซเคิลซากผลิตภัณฑ์ แทนฝ่ายผู้ผลิตอีกด้วย

 

 

ที่ผ่านมาหลายบริษัทให้การตอบสนอง ในเรื่องของการแข่งขันมากกว่าด้านจิตสำนึก ดังนั้น การมุ่งเน้นไปที่บริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำ ให้เกิดการแข่งขันกันเองในการจัดอันดับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์เพื่อสิ่งแวดล้อม จึงประสบความสำเร็จในการกระตุ้นให้บริษัทต่างๆ ได้หันมาพัฒนานโยบายเรื่องสารเคมีอันตราย และซากผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น นายอิซา กล่าว

นางโมนิก้า จาค็อบส์ ผู้บริหาร บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือ เอชพี กล่าวถึงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมว่า เอชพีมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการลดปริมาณและลดผลกระทบจากวัตถุดิบที่ใช้ ลดปริมาณการใช้พลังงานในผลิตภัณฑ์ จึงออกแบบผลิตภัณฑ์ให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้มากขึ้น โดยที่ผ่านมาปริมาณพีซีถูกจำหน่ายไปมากกว่า 1 พันล้านเครื่องทั่วโลก คาดว่าตัวเลขจะเพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่าภายในปี 2553 ถือเป็นความท้าทายและเป็นโอกาสให้เอชพี ได้มีการดำเนินการเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อลูกค้าไม่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวใดแล้ว

 

 

ในฐานะหนึ่งในบริษัทไอทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เอชพีมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และบริการที่มีความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมตลอดทั้งอายุของผลิตภัณฑ์นั้น ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเกิดขึ้นได้ ในทุกๆ ขั้นตอนของวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิต การขนส่ง ตลอดจนการใช้งานจากลูกค้า และท้ายที่สุดคือการทิ้ง และทำลายผลิตภัณฑ์ รวมถึงการหมุนเวียนตลับหมึก และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผู้บริหารของเอชพี กล่าว

 

 

ข้อมูลจากเอชพีระบุว่า ที่ผ่านมาเอชพีมีการการนำเอาฮาร์ดแวร์กลับมาใช้ใหม่ และบริการการกู้คืนทรัพย์สิน บริการด้านการจัดการผลิตภัณฑ์ที่หมดอายุการใช้งาน ที่จะแตกต่างกันไปตามแต่ละประเทศ และพื้นที่ โดยในปี 2548 ได้รีไซเคิลผลิตภัณฑ์ไปแล้วทั้งสิ้นกว่า 140 ล้านปอนด์ โดยเพิ่มขึ้นถึง 17% จากปี 2547 นับว่าบริษัทฯ ได้เข้าใกล้เป้าหมายที่จะรีไซเคิลผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าให้ถึง 1 พันล้านปอนด์ภายในปี 2550 นี้

 

 

 

ข้อมูลจากเอชพีระบุต่อว่า ในฐานะที่เอชพีดำเนินธุรกิจอยู่ทุกภูมิภาคทั่วโลก จึงต้องคำนึงถึงกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบในระดับประเทศ ภูมิภาค หรือระดับโลก เอชพีพร้อมปฎิบัติตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ที่เป็นหลักปฏิบัติในแต่ละประเทศหรือภูมิภาค โดยขึ้นอยู่กับประเภทของข้อกำหนดนั้นๆ เช่น ข้อกำหนดว่าด้วยการจำกัดปริมาณการใช้สารอันตรายของสหภาพยุโรป (RoHS) ที่มีผลบังคับใช้ไปทั่วโลก ขณะนี้ รัฐบาลในประเทศต่างๆ ได้เสนอและนำข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อการกำจัดคอมพิวเตอร์ที่ใช้แล้ว รวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ มาใช้มากขึ้น

 

 

 

รายงานชิ้นเดียวกันของเอชพีระบุด้วยว่า เอชพีได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในขั้นตอนการออกกฎหมายต่างๆ ด้วย โดยที่ผ่านมาได้ร่วมในการพูดคุยกับรัฐบาลในหลายประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายของเอชพีที่ออกมา จะบรรลุถึงเป้าหมายในการรักษาสิ่งแวดล้อม ได้ประสิทธิภาพคุ้มต้นทุน โดยเอชพีได้ส่งเสริมการดำเนินงานตามข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม ที่สอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ทั้งนี้หากประเทศไทยมีการออกกฎหมาย เอชพีเองก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม

 

 

ด้าน นางสาวอภิรดี พหลเวช ผู้จัดการผ่ายการตลาดและผลิตภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจไอที บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด เล่าถึงนโยบายและการรักษาสิ่งแวดล้อมในกลุ่มสินค้าไอทีว่า ตั้งแต่ต้นปี 2549 ที่ผ่านมา โตชิบาได้ตระหนักถึงการที่ผลิตภัณฑ์สินค้าไอที ทั้งโน้ตบุ๊ค และอุปกรณ์เสริมเมื่อไม่ได้มีการใช้งานแล้วอาจมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม นอกจาการปฏิบัติตามมาตรฐาน ISO 14001 และ RoHS ของทางสหภาพยุโรป ในภาคการผลิตโตชิบาได้เลิกใช้สารพิษที่เป็นอัตรายต่อสุขภาพในผลิตภัณฑไอที อาทิ ปรอท แคดเมียม และโครเมียม รวมถึงการนำเอาวัสดุที่สามารถรีไซเคิลกลับมาใช้มากขึ้น ความคู่ไปกับการประหยัดพลังงาน

 

 

 

 ผจก.ฝ่ายการตลาดฯ บ.โตชิบา เล่าต่อว่า ด้วยการใช้สัญลักษณ์ คือ ทีจัง ประมาณเดือนสิงหาคม 2549 เป็นตัวสื่อสารไปยังผู้บริโภค ในเรื่องการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะได้ให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น บริษัทฯ พยายามให้ความรู้กับลูกค้าในเรื่องนี้เป็นอยากมาก รวมทั้งสร้างความมั่นในแก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะแบตเตอรีโน้ตบุ๊คที่มีการพัฒนาให้ใช้งานได้นานขึ้น และเมื่อแบตเตอรีหมดอายุ ไม่สามารถชาร์จไฟได้ หรือเก็บไฟไว้ได้ ทางโตชิบาก็ยังยินดีรับนำกลับไปทำลาย ที่สำนักงานใหญ่ในประเทศสิงค์โปร์ให้กับลูกค้า

 

 

 

ส่วน นางสาวอาทิตยา เอื้อเฟื้อ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจพีซี บริษัท ฟูจิตสึ ซิสเต็ม บิสสิเนส (ประเทศไทย) จำกัด เล่าถึงนโยบายของฟูจิตสึเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในกลุ่มสินค้าไอทีว่า เมื่อต้นปี 2549 ฟูจิตสึได้แปลงผลิตภัณฑ์ทุกกลุ่มให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยไม่ใช้สารพิษที่เป็นอันตรายในแผงวงจรอิเล้กทรอนิกส์ จนครบทุกผลิตภัณฑ์ในช่วงกลางปีที่ผ่านมา ตามกฎระเบียบและมาตรฐาน RoHS ของสหภาพยุโรป ตามที่บริษัทหลัก คือ ฟูจิตสึ-ซีเมนส์ โดยแนวคิดของฟูจิตสึจะเน้นออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตของมนุษย์ ไม่มีการบาดเจ็บจากการใช้งาน

 

 

 

ผจก.ฝ่ายการตลาดฯ บริษัท ฟูจิตสึ เล่าอีกว่า สำหรับแบตเตอรีก็เป็นประเด็นที่หลายฝ่ายกังวล ก่อนหน้านี้ฟูจิตสึก็มีการเรียกคืนแบตเตอรีในโน้ตบุ๊คบางรุ่นที่เป็นรุ่นเก่า เนื่องจากพบความผิดพลาดในการทำงาน ก็ได้ดำเนินการเปลี่ยนตัวใหม่ให้กับลูกค้า รวมทั้งแบตเตอรีเก่าหมดอายุก็เปลี่ยนตัวใหม่ เอาของเก่าเก็บกลับไปทำลายที่สิงค์โปร์ทั้งหมด ในด้านนโยบายประหยัดพลังงานก็มีความสำคัญ คนรุ่นใหม่ควรใส่ใจกับการใช้พลังงาน เพราะไม่ใช่แค่เงินที่ต้องจ่ายเป็นค่าไฟฟ้า แต่หมายถึงการประหยัดทรัพยากร และเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งโลก

 

 

ตรงนี้เป็นตัวสะท้อนให้ฟูจิตสึต้องทำแบตเตอรี และโน้ตบุ๊คที่ประหยัดพลังงาน นี่คือสิ่งที่อยากให้คนไอทีได้ตระหนัก เพราะยิ่งลดแบตเตอรีที่ต้องทิ้ง และเพิ่มอายุการใช้งานมากเท่าใด ก็หมายถึงการลดขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่จะต้องถูกทิ้งมากเท่านั้น นอกจากนี้ การใช้งานไอทียังทำให้เกิดสังคมการทำงานแบบไร้กระดาษ นับเป็นเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะเมื่อการติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ต และระบบดิจิตอลมากเท่าใด ก็ลดปริมาณกระดาษที่ต้องใช้ รวมถึงลดการตัดต้นไม้ทำให้ลดภาวะโลกร้อนได้มากขึ้นเช่นกัน นส.อาทิตยา กล่าว    

 

 

ทั้งหมดนี้ เป็นมุมมองของทั้งองค์กรเอกชนที่ห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อม และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไอที ที่เริ่มหันมาใส่ใจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และการประหยัดพลังงานมากขึ้น โดยนอกจากการทำตามระเบียบข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม จะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถทำธุรกิจได้แล้ว ยังได้การยอมรับจากผู้บริโภคที่เต็มใจใช้สินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์สีเขียวด้วย

 

 

ดังนั้น น่าจะเป็นรื่องที่ดีหากภาครัฐจะเร่งผลักดันกฎหมายควบคุมการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้แบบจริงจัง อาทิ การบังคับใช้วัสดุที่หมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือการบังคับผู้ผลิตให้มีหน้าที่จัดการกับอุปกรณ์ไอทีของตนเองที่ไม่ใช้แล้ว เป็นต้น ทั้งนี้ คนไอทียุคใหม่ ไม่ใช่จะก้าวตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่จะต้องมีจิตสำนึกที่ดีในการรักษาสภาพแวดล้อม เพื่อทำให้โลกใบนี้ยังสะอาดและน่าอยู่ต่อไปตราบนานเท่านาน ...

 

 

จุลดิส รัตนคำแปง

 

itdigest@thairath.co.th

 



บทความจาก : ไทยรัฐ

 

ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี