หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ผ้าพันคอราคาถูก ราคาส่ง เชียงใหม่ ลำพูน

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
รวมกระทู้ทั้งหมด
เว็บบอร์ด » รวมกระทู้ทั้งหมด
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
รวมพลังเครือข่ายเวียงแหง  จากความเห็นต่าง สู่ความร่วมมือ สร้างแนวร่วมลดไฟป่า ลดฝุ่นควัน 

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
รวมพลังเครือข่ายเวียงแหง  จากความเห็นต่าง สู่ความร่วมมือ สร้างแนวร่วมลดไฟป่า ลดฝุ่นควัน 
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 14 พ.ค. 64 เวลา 01:10:39 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV



ลิงก์ผู้สนับสนุน
ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 



รวมพลังเครือข่ายเวียงแหง 
จากความเห็นต่าง สู่ความร่วมมือ สร้างแนวร่วมลดไฟป่า ลดฝุ่นควัน 
    
    อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเล็กๆ แนวชายแดนไทย –พม่า 3 ตำบล  23 หมู่บ้าน  9 ชาติพันธุ์ที่ตั้งถิ่นฐานและอาศัยอยู่ร่วมกันบนความหลากหลายทางประเพณี วัฒนธรรม พิธีกรรม ความเชื่อและการประกอบอาชีพของแต่ละชุมชน  แต่ความสัมพันธ์ของผู้คนยังมีความเป็นพี่เป็นน้อง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน “พริกบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้” คำนี้ยังคงมีให้เห็นอยู่ในสังคมอำเภอเวียงแหง 

      อย่างไรก็ตามแม้ว่าสังคมของชุมชน ผู้คนในพื้นที่จะอยู่ด้วยความเป็นพี่เป็นน้อง  แต่ย้อนหลังกลับไปในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม เริ่มเกิดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทั้งการผลิตทางการเกษตร  การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกับนโยบายกฎหมายที่เข้ามาควบคุมการเข้าถึงทรัพยากรของชุมชน เริ่มมีข้อจำกัดทั้งการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกิน  การใช้ประโยชน์จากป่า แหล่งน้ำ รวมไปถึงทรัพยากรอื่นๆที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชน  จึงนำมาซึ่งความเห็นต่างระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับชุมชน และความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำ การแย่งชิงทรัพยากรโดยเฉพาะแหล่งน้ำที่เริ่มมีปัญหาน้ำขาดแคลนในช่วงฤดูแล้ง 

    ปี  2546  ชุมชนในพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว จึงเริ่มรวมกลุ่มเพื่อหาทางในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันและหาทางออกที่จะจัดการและแก้ไขปัญหา ศึกษาเรียนรู้ปัญหากับเครือข่ายอื่นๆทั้งภายในและภายนอก เรียนรู้สิทธิการใช้ประโยชน์และการเข้าถึงในการจัดการทรัพยากรฯ และตั้งกลุ่มเป็น “เครือข่ายทรัพยากรลุ่มน้ำแม่แตงตอนบน” อำเภอเวียงแหง ขับเคลื่อนการทำงานแบบใหม่ สร้างแนวร่วม สร้างภาคีเครือข่ายความร่วมมือโดยนำเอาปัญหาที่เป็นเรื่องปากท้อง โดยเฉพาะที่ดินทำกินที่อยู่ในเขตป่า นำมาจัดทำข้อมูลรายแปลง เดินสำรวจแนวเขตให้ชัดเจนระหว่างที่ดินทำกินกับพื้นที่ป่าร่วมกับท้องถิ่น ตั้งกลไกขับเคลื่อนการทำงานระดับหมู่บ้านและตำบลซึ่งมีผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้ลงนามแต่งตั้งคณะทำงาน และมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ปฏิบัติการในระดับพื้นที่เข้าร่วม พร้อมกับยกระดับฐานข้อมูลจัดทำเป็น “ทะเบียนประวัติการใช้ประโยชน์ที่ดิน” เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้เกิดการยอมรับร่วมกันของหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง  เกิดผลที่เป็นทางบวกต่อพื้นที่ป่า ป่าเพิ่มขึ้นจากการคืนพื้นที่ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์รวมทั้งพื้นที่แปลงคดีและพื้นที่ที่เป็นต้นน้ำ   แปลงคดีและการจับกุมลดลง  ไฟป่าและไฟในพื้นที่เกษตรลดลง  
สิ่งสำคัญความร่วมมือและการยอมรับจากหน่วยงานในพื้นที่ เมื่อมีกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรที่ดิน ป่าไม้ รวมไปถึงไฟป่า เครือข่ายทรัพยากรลุ่มน้ำแตงตอนบนจะเป็นส่วนหนึ่งที่เข้าไปขับเคลื่อนการทำงาน 

“เมื่อเริ่มทำงานแก้ไขปัญหาเรื่องที่ดิน ก็ทำให้เรามีวิธีคิดในเรื่องของการสร้างความร่วมมือ สร้างความเข้าใจร่วมกัน ซึ่งเป็นงานที่ยากที่จะให้คนทุกคนมาฟังและร่วมมือกันทำงานและเดินไปด้วยกัน อย่างชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ  การทำงานตรงนี้ก็ไม่สามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ ป่าไม้ก็เหมือนกัน การที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปไล่จับชาวบ้านโดยไม่มีการพูดจากันก่อน กลับกลายเป็นว่ายิ่งมีการลักลอบแผ้วถางป่าเพิ่มมากขึ้น มากกว่าที่เจ้าหน้าที่มาจับและเราทำงานในแนวทางนี้เราลงไปหาชาวบ้านจริงๆ และเอาเจ้าหน้าที่ลงไปพร้อมๆกัน มีการพูดคุยกันจนเกิดการยอมรับและให้ความร่วมมือ มันเกิดประโยชน์มาก เป็นหนทางในการแก้ไขปัญหาได้ดี  คุณแววใจ สมเตียม เลขานุการ เครือข่ายทรัพยากรลุ่มน้ำแตงตอนบน      
อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2560  มีความพยายามของเครือข่ายฯที่จะทำให้สถานะความเป็นเครือข่ายเป็นทางการมากขึ้น จึงผลักดันให้สมาชิกเครือข่ายฯ เข้าไปเป็น  ทสม. หรืออาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านทั้งอำเภอ รวม  14 หมู่บ้าน 3 ตำบล โดย ทสม. ตำบลเมืองแหง  มีบทบาทสำคัญยิ่งภายหลังจากพื้นที่ป่าชุมชนที่ชุมชนจัดการนั้นได้ขึ้นทะเบียนตามพ.ร.บ.ป่าชุมชน  2562 รวม  6 หมู่บ้าน  พื้นที่ป่า  7,002  ไร่   9 งาน  276  ตารางวา จึงมีสถานะทางกฎหมายที่ชุมชนได้ร่วมกันจัดทำแผนบริหารจัดการพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ ดูแลรักษา  ฟื้นฟู  ใช้ประโยชน์และพัฒนาควบคู่กันไป  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการปฏิบัติการร่วมกันของชุมชนทุกช่วงเวลาทั้งปี ไม่แต่เฉพาะช่วงฤดูที่ต้องจัดการไฟเท่านั้น  ตั้งแต่การทำแนวกันไฟ  ลาดตะเวน   ปลูกป่า และการจัดทำฝายชะลอน้ำ  เป็นต้น 

 

สามสี่ปีที่ผ่านมานั้นปัญหา ไฟป่า ฝุ่นควันไม่ใช่มาจากพื้นที่เกษตรหรือพื้นที่ป่าอย่างเดียวเท่านั้น แต่มาจากทุกแหล่งกำเนิด ที่สำคัญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นตัวแปรที่ทำให้ไม่สามารถวางแผนในการบริหารจัดการไฟหรือเชื้อเพลิงได้ในหลายๆพื้นที่ แม้ว่าจะมีนโยบายหรือมาตรการจังหวัดเชียงใหม่ลงมาในระดับพื้นที่ ตั้งแต่มาตรการห้ามเผา  การจัดทำแผนการเผาโดยกำหนดโซนและช่วงเวลาการเผา ซึ่งสามารถทำได้ในระดับหนึ่งในการแก้ไขปัญหา แต่ยังมีเงื่อนไข ข้อจำกัดที่จะต้องนำมาวางแผน ออกแบบการทำงานร่วมกัน   
จากการสรุปบทเรียน วิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาหลักๆร่วมกันเพื่อที่จะวางแผนในปี  2564 ต่อไปนั้น พบว่า ไฟในพื้นที่ป่า   ส่วนใหญ่เกิดขึ้นบริเวณรอยต่อระหว่างตำบล หมู่บ้าน รวมไปถึงพื้นที่รับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ทำให้การแบ่งเขตรับผิดชอบที่โยนกันไป โยนกันมาส่วนใหญ่ที่เรียกว่า “พื้นที่สูญญากาศ” ที่ไม่มีเจ้าภาพร่วมในการจัดการ เมื่อเกิดไฟขึ้นในพื้นที่ป่า ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว และบางพื้นที่มีความเปราะบาง ด้วยสภาพป่าที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะป่าสน ทำให้เกิดการสะสมของเชื้อเพลิง ที่ไม่สามารถควบคุมได้  บางส่วนเป็นภูเขาหน้าผาสูงชันไม่สามารถที่จะเข้าไปจัดการได้ทั่วถึง ส่วนหนึ่งมาจากการล่าสัตว์ของชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงหรือในหมู่บ้าน (วิถีการอยู่กับป่าที่มีมาในอดีต) ทำให้เกิดการใช้ไฟโดยไม่จำเป็นเกิดขึ้นมาในพื้นที่ป่าและลุกลามกระจายไปทั่วพื้นที่ป่า และส่วนหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า ไฟลุกลามจากพื้นที่เกษตรของชุมชนโดยรอบทำให้เกิดไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่าไม่สามารถควบคุมได้เช่นกัน     

“ไฟป่าเกิดขึ้นในช่วงสถานการณ์แล้งจัดมีนาคม – เมษายน ด้วยสภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าสน ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงของการเกิดไฟได้เป็นอย่างดี และด้วยที่ตั้งหมู่บ้านและสภาพป่าเป็นพื้นที่สูงชัน ความสูง 1,000 - 1,500 เมตร มีลมแรงเป็นระยะทำให้ไฟกระจายตัวเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกสนที่หล่นลงมาเมื่อเจอไฟไหม้จะกลิ้งจากที่สูงลงที่ต่ำ ทำให้เกิดการกระจายตัวของไฟไปในวงกว้างและรวดเร็วขึ้น ที่สำคัญ การใช้ Hotspot มากำหนดจุดของการควบคุมหรือเป็นพิกัดให้เจ้าหน้าที่ลงไปปฏิบัติการนั้นกลายเป็นจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน เพราะส่วนหนึ่งไฟที่ลุกลามจากป่าเข้าไปในพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน ชาวบ้านจะกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้จุดไฟจากพื้นที่เกษตรเข้าพื้นที่ป่า ซึ่งยังเป็นประเด็นที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ และปีที่ผ่านมา มีหลายหมู่บ้านในเครือข่ายฯที่สามารถควบคุมไม่ให้เกิดไฟขึ้นได้”  นายบุญ ปู่หลู่   ประธาน ทสม.ตำบลเมืองแหง กล่าวเพิ่มเติม 

ส่วนไฟในพื้นที่เกษตร  ส่วนหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ามาจากความไม่ชัดเจน ในการใช้มาตรการห้ามเผาห้วง 60 วัน ทำให้การเผาในพื้นที่ของเกษตรกรไม่สามารถจัดการเผาเศษวัสดุได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องใช้สารเคมีเข้ามาจัดการพื้นที่ ส่งผลทำให้ต้นทุนการผลิตสูง  ผลผลิตที่ได้ไม่ได้คุณภาพ รวมทั้งช่วงเวลาการเผากับมาตรการห้ามเผาไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะพืชที่มีความจำเป็นต้องใช้ไฟ เช่น ไร่ข้าวโพด เป็นต้น 
“การเกิดไฟในพื้นที่เกษตร ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีปัญหามากนัก   แต่หากจะมีส่วนหนึ่งมาจากชุมชนไม่ได้มีการวางแผนการเผา ที่ผ่านมาต่างคนต่างเผาในพื้นที่ของตนเอง และไม่มีการทำแนวกันไฟในพื้นที่เกษตร เมื่อมีมาตรการห้ามเผาจึงเกิดการลักลอบการเผาในพื้นที่เกษตร ลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่า” นายศรีดา สันนิถา คณะกรรมการ ทสม. ตำบลเมืองแหง บ้านกองลมม. 2  กล่าว
ในปีนี้  2564  เครือข่ายทสม. ตำบลเมืองแหง  ได้รวมพลังกันอีกครั้ง วางแผนการจัดการไฟทั้งพื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตร โดยมีหน่วยงานองค์กรภาครัฐ ให้การสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่าย ทสม.ในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จากกองทุนสิ่งแวดล้อมจับมือกับกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้เกิดรูปธรรม ตั้งแต่การจัดเวทีทำความเข้าใจร่วมกันถึงแนวทางนโยบายจังหวัดเชียงใหม่ การจัดทำแผนการบริหารจัดการเชื้อเพลิง (ชิงเผา) โดยโซนเหนือกำหนดให้ดำเนินการเผาในช่วงเดือน มีนาคม – เมษายน ผ่านระบบ app จองการเผา  การลาดตะเวน เฝ้าระวังไฟโดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เป็นรอยต่อระหว่างหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอ  โดยมีการวางแผนการบริหารจัดการพื้นที่เขตที่รับผิดชอบ  การดับไฟเมื่อเกิดไฟลุกลามเข้าไปในพื้นที่ป่า

ท้ายสุดการปฏิบัติการที่เกิดขึ้นจากการวางแผนตั้งแต่ต้นทางและความร่วมมือของทุกฝ่าย ทำให้ไฟในปี 2564 ลดลงจาก 708 จุด  ตั้งแต่วันที่  1 มกราคม - 30 เมษายน 2564 เหลือเพียง  176 จุด หรือคิดเป็นร้อยละ 24.97 %  จึงเป็นบทพิสูจน์ของพลังเครือข่ายในความพยายามขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ  ลำพังหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่งไม่สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาได้  ชุมชนและผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ย่อมรู้ดีว่า ปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนและจะแก้ไขอย่างไร ขอเพียงมีพื้นที่และโอกาสที่จะลงมือทำและทำร่วมกันอย่างมีแผน มีกติกา ยอมรับความเห็นต่าง ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จะสามารถผ่านพ้นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป 
 

 

 

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

กระทู้/ข่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 152

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 14 พ.ค. 64 เวลา 01:10:39
 

 

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ 08-0500-1180 เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | เครื่องฟอกอากาศ เชียงใหม่-ลำพูน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี