หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ แนะนำ !!!! Start Up ที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2020 “บริษัท อัลทิมา ไลฟ์ จำกัด
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
เสม็ดส่อวุ่น!หลังจิตอาสาช่วยมากเกิน-ขาดความรู้ประสบการณ์

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
เสม็ดส่อวุ่น!หลังจิตอาสาช่วยมากเกิน-ขาดความรู้ประสบการณ์
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 02 ส.ค. 56 เวลา 09:50:59 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

นายสมเกียรติ เตชกาญจนรักษ์นักวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะทางด้านการจัดการและใช้ประโยชน์ของเสียอุตสาหกรรม ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงสับสน ทั้งการเดินทางมาตรวจสถานการณ์ของรัฐมนตรี สื่อมวลชนจากหลายสำนัก ทำให้ต้องตอบคำถามซ้ำๆ เดิมๆ ทั้งนี้ การเข้ามาของจิตอาสาที่มากเกินไป ซึ่งตอนนี้ ทีพีพีจีซี ไม่ได้ต้องการ ทำให้พื้นที่ไม่พอ การเข้าไปเหยียบย่ำคราบน้ำมันทำให้เลอะ และจัดการทำได้ยากขึ้นกว่าเดิม

"แม้วันนี้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าที่ผ่านมา แต่อิทธิพลจากน้ำขึ้นน้ำลงยังคงลากน้ำมันเข้าหาฝั่งอยู่ ทำให้ช่วงเช้าสถานการณ์ดี แต่พอบ่ายเริ่มมีปัญหา ซึ่งยังคงต้องแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง"นายสมเกียรติ กล่าว

นายสมเกียรติ กล่าวว่า ขณะเดียวกันมีบริษัทเอกชนกว่า 10 บริษัทจากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่เพื่อเสนอขายผลิตภัณฑ์แบคทีเรีย ช่วยสลายคราบน้ำมันให้กับ ผู้บริหารทีพีพีจีซี ทำให้เกิดความไม่ไว้ใจเกิดขึ้น ในขณะที่ สวทช. ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ต้องการให้นำงานวิจัยจุลินทรีย์สลายคราบน้ำมัน เข้าช่วยเหลือภารกิจกอบกู้คราบน้ำมันที่อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์คราบน้ำมันรั่วไหลมากที่สุด กลับถูกมองว่าจะเข้าไปหาผลประโยชน์เช่นกัน

แต่หลังจากทำความเข้าใจว่า จุลินทรีย์หรือสารชีวภัณฑ์บำบัดนี้เป็นผลงานของนักวิจัย ที่ได้พัฒนามากว่า 2 ปี และมีการถ่ายทอดไปยังบริษัทเอกชนไทย เพื่อผลิตและจำหน่ายแล้ว ในช่วงเย็นของวันที่ 31 ก.ค.จึงได้เริ่มทดสอบประสิทธิภาพจุลินทรีย์ขจัดคราบน้ำมันบริเวณโขดหิน และพื้นทรายโดยวิธีการฉีด ซึ่งผลปรากฏว่าหลังจากฉีดทรายมีสีขาว ส่วนโขดหินคราบน้ำมันออกไปโดยสัมผัสแล้วไม่เหนียว ซึ่งผู้บริหาร ทีพีพีจีซี พอใจในระดับหนึ่งและตัดสินใจว่าจะเอาไปใช้งาน

ทั้งนี้ในช่วงบ่าย ของวันที่ 1 ส.ค. ทีพีพีจีซี ได้ตัดสินใจทดสอบประสิทธิภาพของสารชีวภัณฑ์บำบัดบริเวณหน้าหาด ที่ยังมีคลื่น โดยใช้เรือเร็ว พ่นสารเคมีเจือจาง 1 ต่อ 40 ซึ่งนักวิจัยมองว่า ประสิทธิภาพของจุลินทรีย์น่าจะใช้งานได้ดีกับการกำจัดฟิล์มน้ำมันที่มีความบาง และลอยอยู่บนผิวน้ำ ซึ่งในส่วนของพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงและยังคงพบคราบน้ำมันเป็นจำนวนมาก อาจต้องใช้เรือฉีดสารชีวภัณฑ์บำบัดแรงดันสูง ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยได้ แต่อาจต้องรอให้ภารกิจเคลียร์พื้นที่ที่หน้าหาด ซึ่งคนสามารถทำได้ให้เสร็จก่อน

นักวิจัยบอกว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นต้องค่อยๆ ตักน้ำมันออก การเอารถเข้าตัก ทำได้ แต่จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่หนักขึ้น แบคทีเรียเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งถ้า ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า ทีพีพีจีซี จะเลือกใช้หรือไม่

“คราบน้ำมันที่หนาและสามารถตักได้ การใช้จุลินทรีย์บำบัดคงไม่เหมาะสมเท่ากับวิธีการที่ทำอยู่เดิม คือการตักออก เนื่องจากต้องใช้แบคทีเรียในปริมาณมหาศาล” เขากล่าว และยอมรับว่า การทดสอบประสิทธิภาพของสารชีวภัณฑ์บำบัดในทะเลเปิด ยังมีคลื่นลมเป็นปัจจัยทำให้ไม่สามารถวัดประสิทธิภาพได้อย่างชัดเจน เมื่อเทียบกับการทดสอบกับขวดแก้วในห้องแล็บ ที่บอกได้ว่าหลังจากใช้งานมีคราบน้ำมันลดลงมากน้อยแค่ไหน ในส่วนของ ทีพีพีจีซี เองก็ไม่เคยวัดประสิทธิภาพมาก่อน ตอนนี้ดัชนีที่วัดมาจากสภาพพื้นที่ที่ดีขึ้น และกลิ่นที่ลดลง

สำหรับสารเคมีที่ ทีพีพีจีซี ใช้สลายคราบน้ำมัน มีที่ชื่อทางการค้าว่า “Slickgone” ผลิตโดยบริษัท DASIC ประเทศอังกฤษ รายละเอียดด้านความปลอดภัยสามารถดูข้อมูลได้จากศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายและเคมีภัณฑ์ (MSDS) ซึ่งในขั้นตอนของการนำเข้าสารเคมีตามกฎหมายจะต้องผ่านหน่วยงานราชการรับรอง โดยปกติ MSDS ไม่เปิดเผยรายละเอียดสารที่มีสิทธิบัตร และระบุว่าให้ติดต่อบริษัทผู้ผลิต เพียงแต่ให้ข้อมูลว่าทดสอบแล้วปลอดภัยภายใต้เงื่อนไขอะไรบ้าง เช่น สารที่ใช้อาจระคายเคืองต่อผิวหนัง เมื่อโดนน้ำให้ระวัง หรืออาจก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น ในน้ำอัดลมที่ระบุส่วนผสมที่ชัดเจน แต่รู้ว่าปลอดภัย (ที่มา bit.ly/13yehTG)

 


 

กรณีน้ำมันดิบรั่ว งานเก็บกู้ อาสาสมัคร งานนี้ไม่ใช่ที่ของคุณ!!!

1 สิงหาคม 2013 เวลา 11:53 น.

           “ถ้าเพื่อนๆคิดจะลงไปเป็นอาสาสมัคร ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการเก็บกู้น้ำมันดิบขึ้นจากทะเลและชายฝั่ง หรืออยากมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องการรับมือกับกรณีน้ำมันดิบรั่วไหล จำเป็นอย่างยิ่งต้องอ่านเอาความรู้ในบทความข้างล่างนี้ก่อนครับ บทความนี้เขียนโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในด้านการกำจัดและบำบัดการปนเปื้อนของน้ำมันและสารประกอบอื่นที่มีน้ำมัน  ซึ่งเขียนบทความนี้มาด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของทุกๆคนโดยเฉพาะคนที่กำลังจะอาสาไปช่วย เจ้าหน้าที่ทหารเรือ ทุกท่านที่กำลังปฎิบัติงานอยู่ในพื้นที่ครับ” Noppakun Dibakomuda

 

 

          ด้วยความเคารพในจิตอาสาของทุกคน ครั้งนี้ไม่เหมือนกับภัยต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นมา เช่น สึนามิ น้ำท่วม ที่เราแค่ มีใจ มีแรง มีรองเท้าบูท มีเรือ พร้อมของบริจาค ช่วยเหลือก็เข้าไปช่วยเหลือได้แล้ว  แต่ครั้งนี้สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นน้ำมันดิบที่รั่วไหล     และยังคงไม่สามารถจัดการกับน้ำมันที่รั่วไหลในทะเลได้  ลองมาสำรวจตัวเราเองก่อนไหมว่าเรามีสิ่งพื้นเหล่านี้แล้วหรือยัง

 

           1. รู้ถึงอันตรายของสิ่งที่เราจะไปเจอหรือยัง  น้ำมัน ดิบ หากเราการสัมผัสตรง โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ซึ่ง องค์ประกอบทางเคมี โลหะหนัก ที่อยู่ในน้ำมันดิบ มีความสามารถซึมผ่านชั้นผิวหนังได้ ต้องบอกไว้ก่อนนะครับว่าความไวของการรับรู้และการต้านทานสารพิษของแต่ละคน อาจจะไม่เท่ากัน บางคน อาจเริ่มต้น มีอาการคัน แสบผิว หรือไม่แสดงอาการอะไร แต่ถ้าสัมผัสโดยตรงสารเคมีซึมเข้าไปสะสมในร่างกายของเรา ปริมาณน้อยก็อาจจะไม่แสดงอาการ หรือแสดงอาการไม่ร้ายแรง แต่ปริมาณมากหน่อยก็จะเห็นชัดเจน คำถามว่ามากแค่ไหน ก็บอกได้ว่าแล้วแต่บุคคลเลยครับ แต่โดยส่วนตัว แค่ใช้มือเปล่าหรือใส่ถุงมือแล้วไปตักน้ำมันดิบที่มันมาเกยฝั่ง อยู่ซัก 2-3 ชั่วโมง แล้วมันกระเด็น โดนแขน โดนหน้าบ้าง ผมก็ว่ามันเยอะมากแล้วหล่ะครับจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต !!! ก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดมะเร็งได้ ที่ไหนในร่างกายหรอครับ ก็แล้วแต่ว่า อวัยวะ เครื่องใน ของแต่ละคนอันไหน มีความแข็งแรง อันไหน อ่อนแอ   การสูดดมเอาไอระเหยเข้าไปในร่างกาย เชื่อว่า ไม่มีใครอยากดมกลิ่นน้ำมันหรอกครับ แต่ไปอยู่ในที่แบบนั้นอาจเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสิ่งที่เราจะรับรู้ได้ง่ายมากถึงแม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาที่สั้น โดยที่เราไม่มีเครื่องป้องกัน อาการมึน กลิ่นติดจมูก บางคนอาจจะแสบตา แสบจมูก หากสูดดมเป็นเวลานานไม่ได้มีการป้องกัน ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจ ปอด รวมถึงอาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็งตามมาในอนาคต อย่างที่กล่าวไปว่าระดับความไวต่อการรับรู้และการต้านทานของสารพิษแต่ละคน ไม่เหมือนกันนะครับ

 

 

          2. คุณผ่านการอบรมการจัดการของเสียแบบนี้มาหรือเปล่า... ซึ่งสรุปแบบง่ายว่า การผ่านการอบรมจะทำให้เราตระหนักถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในการกำจัด  วิธีการใช้งานสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล การอ่าน Material Safety Data Sheet (MSDS) ของสารที่รั่วไหล หรือปนเปื้อนบ่งบอกว่าอะไรรั่วไหล อะไรปนเปื้อน มีองค์ประกอบทางเคมี ผสมอะไรบ้าง ต้องถามเจ้าของผลิตภัณฑ์โดยตรงหรือเปล่า ควรมีการประเมินความเสี่ยงในวิธีการกำจัด ควรจัดทำแผนการ การเลือกใช้กำจัดที่ถูกวิธี การใช้สารเคมีที่ระงับ หรือบำบัด ให้ตรงกับสิ่งที่ปนเปื้อน รวมถึงแผนและวิธีการกำจัดอุปกรณ์ และดินหรือน้ำที่ปนเปื้อน แผนฉุกเฉินสถานการณ์ที่ไม่ปลอดภัยอื่นที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ การปนเปื้อนที่อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น

 

 

 

 

          3.อุปกรณ์ ป้องกันภัยส่วนบุคคล ที่เหมาะสมกับระดับความเข้มข้น และสารเคมีที่ต้องปฎิบัติงานด้วยเรามีพร้อมแล้วหรือหรือไม่ อย่างไร...?

ในกรณีที่มีความรุนแรงประมาณที่หาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด สิ่งที่ต้องมี คือ  

          a.       หน้ากากกรองไอน้ำมันได้ หน้ากาก รวมชุดกรอง (Haft face resperator) ราคาประมาณ 900-1000 บาท  

          b.      ชุดหมีป้องกันน้ำมัน สารเคมีแบบใช้แล้วทิ้ง ที่บ้านเราเรียกกันว่า Tyvek suitราคาประมาณ 200-300 บาท  ซึ่งใช้แล้วทิ้ง ไม่นำมาใช้ใหม่ ซึ่งเสี่ยงที่จะทำให้เราสัมผัสน้ำมัน หรือเคมีโดยตรงได้ 

          c.       ถุงมือไนไตรแบบหนา ที่เคยใช้เป็นสีเขียว หนาประมาณ 18 mil คู่ละประมาณ40 บาท  ใช้แล้วทิ้งแล้วเปลี่ยนคู่ใหม่นะครับ ถ้าหากว่าน้ำมันเปื้อนถุงมือมาก  การสวมใส่ที่ถูกต้องคือต้องใส่หลังจากใส่ชุดหมีแล้วต้องมีผู้ช่วยใช้เทปกาวพันรอบถุงมือเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันสามารถเข้าไปในภายในถุงมือได้ 

          d.      รองเท้าบูทยางสูงเลยหน้าแข้ง ที่ ป้องกันสารเคมี (น้ำมัน) ได้ต้องมีมาตรฐานEN345 ซึ่งมีราคาประมาณคู่ละ 600-700 บาท การสวมใส่ที่ถูกต้องคล้ายกับถุงมือ คือสวมรองเท้าหลังจากใส่ชุดหมีแล้ว และต้องมีเทปกาวพันรอบขอบรองเท้าบูทด้านบนเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันสามารถเข้าไปในรองเท้าได้ 

          e.      แว่นตานริภัย ป้องกันไอระเหยเข้าตา ป้องกันน้ำมันกระเด็นเข้าตาแบบไม่ได้ตั้งใจ ราคาประมาณ 80 – 300 บาท 

          f.        อุปกรณ์ทำความสะอาดอื่นๆ กระดาษทิชชู่ ถุงขยะหนาเพื่อใส่ ชุด หรืออุปกรณ์ที่ถูกเปลี่ยนเพราะปนเปื้อนอย่างมาก เพื่อที่จะนำขยะอันตรายนี้ไปกำจัดอย่างถูกวิธี 

ประมาณราคาโดยประมาณ ต่อคนก็ก็ประมาณ 1700-2500 บาท จำได้ใช่ไหมครับ บางอย่างใช้แล้วต้องทิ้ง

 

 

 

          สรุปนะครับ เมื่อเราตั้งใจดีไปช่วยแบบไม่มีความรู้ ไม่มีความเข้าใจ ก็จะเป็นเพียงแค่การย้ายของเสีย จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยไม่ได้ตั้งใจ  ซึ่งเราก็คงไม่อยากให้มันเกิดขึ้นใช่ไหมครับ คิดต่ออีกนะครับ  เราจะเอาตัวเราไปเสี่ยงเพราะไม่รู้อะไรในการจัดเรื่องนี้ที่ต้องอาศัยเจ้าที่ที่ชำนาญการ เราเองก็จะไปเป็นภาระให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฎิบัติหน้าที่ แต่กลับต้องดูแลเรา หรือมาเสียเวลา ต้องมาทำให้เราเข้าใจ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาอธิบายกันพอสมควร ว่าตรงนี้ปลอดภัย ไม่ปลอดภัย อยู่ได้ อยู่ไม่ได้ ช่วยได้ไหม หรือช่วยไม่ได้ เพราะเราไปแบบไม่พื้นฐาน ไม่มีความชำนาญ ไม่มีความรู้  ที่จะแย่ไปกว่านั้นอีก ถ้าหากมีคนเข้าไปเยอะแยะแต่ช่วยอะไรได้ไม่มาก หรือที่แย่คือช่วยอะไรไม่ได้เลย เพราะด้วยการประเมินขั้นต้นทั้ง 3 ข้อ ได้  แค่ไปนั่งดูเจ้าหน้าที่ทำงาน เราก็จะไปเพิ่มมลพิษ ขยะขึ้นจากเดิมที่มีเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ทำได้จริงๆ  คิดดูนะครับ กล่องโฟมหรือถุงพลาสติกที่ใส่อาหารมาให้เรากิน  ขวดน้ำดื่มพลาสติกที่เพิ่มขึ้น เปลืองเงินที่ต้องซื้ออาหาร น้ำดื่มเพิ่มขึ้น ทำให้ไปเบียดเรื่องเงินสำหรับอุปกรณ์เก็บกู้ อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่ต้องใช้แล้วทิ้งและต้องเปลี่ยนใหม่เสมอ ซึ่งส่งผลทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการให้เร็ว ต้องรีบทำ สุดท้ายก็ทำแบบขอไปที อันนี้ต้องเผื่องบประมาณสำหรับสารเคมี หรือแบคทีเรีย ที่ต้องซื้อมากินสารเคมี กรดอีกกว่า 700 ชนิดจากน้ำมันดิบที่สามารถละลายอยู่ในน้ำทะเล ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าต้องซื้อมาเยอะแค่ไหน และต้องบำบัดและติดตามวัดผล เก็บตัวอย่างน้ำไปอีกนานเท่าไร แต่ต้องไม่น่าต่ำกว่า ปี ท้ายที่สุดแล้วระบบนิเวศน์ก็จะไม่ได้รับการช่วยบำบัดอย่างถูกต้อง และตลอดลอดฝั่ง เพราะความตั้งใจดีและจิตอาสาของเราหรือเปล่า ผมว่า “เก็บพลังและความตั้งใจไว้ช่วยฟื้นฟูขั้นต่อไป ซึ่งอาสาสมัครอย่างพวกเราน่าจะช่วยได้และดีกว่าแน่นอนครับ”  บทความโดย Mr. A.V. อดีตเจ้าหน้าที่ชำนาญด้านการกำจัดและบำบัดการปนเปื้อนของน้ำมันและสารประกอบอื่นที่มีน้ำมัน (ไม่ประสงค์ออกนาม) 

 

          

 

           “ผมเห็นภาพข่าวในโทรทัศน์ เห็นอาสาสมัครในชุดที่อาจจะเรียกได้ว่า เปลือย สำหรับสารพัดสารพิษ รองเท้าเอาถุงพลาสติกห่อไว้ ถุงมือซื้อจากตลาดนัด บางคนใส่เสื้อกันฝน หน้ากากกรองสารพิษที่กันอะไรไม่ได้เลย แว่นตาแทบไม่มีใส่ กำลังเอาถังพลาสติกจ้วงตักน้ำมันดิบจากชายฝั่ง...ภาพนี้หลายคนคงเคยเห็น ผมรู้อย่างหนึ่งว่า อาสาสมัครเหล่านั้น ไม่มีความรู้ในสาระข้างบนนี่เลย...เป็นห่วงครับ แชร์และส่งต่อกันให้มากที่สุด มากกว่า ที่คุณแชร์เรื่องดารากับยาไอซ์นะครับ ขอขอบคุณ Mr. A.V. ที่เอื้อเฟื้อบทความข้างบนด้วยเจตนาดีบนความรู้ที่ถูกต้องแก่สังคมครับ”  Noppakun Dibakomuda

 

 

ประกาศรับสมัครอาสาในภาพเป็นการประกาศภายในองค์กร แต่ในโซเชียลเนตเวิร์คมันมีผลเชิงนัยยะต่อจิตอาสาที่ไม่รู้ความ ว่าการลงพื้นที่ แม้ไม่ใช่โปรเฟสชั่นแนล ก็สามารถลงได้ พิจารณาครับ

 

 

ภาคผนวก (หากหาได้หรือมีเพื่อนๆแชร์มาจะนำมาผนึกเพิ่มเข้าไปตรงนี้เรื่อยๆครับ)

https://www.osha.gov/Publications/Oil_Spill_Booklet_05.11_v4.pdf

http://www.summacheeva.org/index_thaitox_benzene.htm

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 1855

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 02 ส.ค. 56 เวลา 09:50:59
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี