หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
โคลงหริภุญชัย(ลำพูน) นิราศที่เก่าแก่(ต้นแบบ) ที่สุดในประเทศไทย

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
โคลงหริภุญชัย(ลำพูน) นิราศที่เก่าแก่(ต้นแบบ) ที่สุดในประเทศไทย
โพสต์โดย โน้ต cmprice , วันที่ 03 ต.ค. 58 เวลา 17:11:24 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

โคลงหริภุญชัย เดิมแต่งเป็นโคลงไทยเหนือ ต่อมามีผู้ถอดเป็นโคลงสี่สุภาพสันนิษฐานว่ามีผู้แต่งคนหนึ่ง อาจชื่อ ''ทิพหรือศรีทิพ'' แต่งไว้เป็นภาษาไทยเหนือ ต่อมามีผู้ถอดความออกเป็นภาษาไทยกลางอีกต่อหนึ่ง ผู้แต่งมีความมุ่งหมายเพื่อบรรยายความรู้สึกที่ต้องจากหญิงที่รักไปนมัสการพระธาตุหริภุญชัย ส่วนผู้ถอดโคลงนี้เป็นภาษาไทยกลางแต่ไม่ปรากฏชื่อคงมีความประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญองค์ใดองค์หนึ่ง

ประวัติ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ว่า อาจแต่งประมาณ พ.ศ. 2180 หรือก่อนหน้านั้นขึ้นไป ซึ่งเป็นระยะเวลาที่พระพุทธสิหิงค์ยังประดิษฐานอยู่ที่เชียงใหม่ราวรัชกาลสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง และกวีทางใต้คงนำมาดัดแปลงราวรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร ได้ศึกษาโคลงเรื่องนี้ โดยเทียบกับต้นฉบับภาษาไทยเหนือที่เชียงใหม่และลงความเห็นว่าน่าจะแต่งขึ้นใน พ.ศ. 2060 ตรงกับรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ซึ่งเป็นเวลาที่พระแก้วมรกตยังอยู่ทีเจดีย์หลวงเชียงใหม่ เนื่องจากนิราศเรื่องนี้กล่าวถึงพระแก้วมรกตด้วย

เรื่องย่อ
เริ่มบทบูชาพระรัตนตรัย บอกวันเวลาที่แต่ง แล้วกล่าวถึงการที่ต้องจากนางที่เชียงใหม่ไปบูชาพระธาตุหริภุญชัยที่เมืองหริภุญชัย (ลำพูน) ก่อนออกเดินทางได้นมัสการลาพระพุทธสิหิงค์ ขอพรพระมังราชหรือพระมังรายซึ่งสถิต ณ ศาลเทพารักษ์ นมัสการลาพระแก้วมรกต เมื่อเดินทางพบสิ่งใดหรือตำบลใดก็พรรณนาคร่ำครวญรำพันรักไปตลอดทางจนถึงเมืองหริภุญชัย ได้นมัสการพระธาตุสมความตั้งใจ บรรยายพระธาตุ งานสมโภชพระธาตุ ตอนสุดท้ายลาพระธาตุกลับเชียงใหม่

คุณค่าและความสำคัญของเรื่อง

โคลงเรื่องนี้มีลักษณะเป็นการพรรณนาความอาลัยรักเกี่ยวโยงกับเหตุการณ์ สถานที่ และสภาพภูมิประเทศ ซึ่งผู้แต่งได้ประสบและนำพฤติการณ์ในชีวิตของตนไปเปรียบเทียบกับบุคคลในวรรคดีอื่น ๆ การใช้ถ้อยคำไพเราะ มีภาษาไทยเหนือปะปนอยู่มาก

นอกจากนี้ วรรณคดีเรื่องนี้ยังเป็นหลักฐานยืนยันถึงที่ตั้งปูชนียสถาน และโบราณวัตถุที่เชียงใหม่ และลำพูน เช่น พระพุทธสิหิงค์ พระแก้วมรกต ที่วัดกุฎาราม (เจดีย์หลวง) ประตูเชียงใหม่และเวียงกุมกาม (เมืองเก่าระหว่างเชียงใหม่กับลำพูน) วัดพระธาตุหริภุญชัย กล่าวถึงความเจริญทางพุทธศาสนาและวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ เช่น สุธนู สมุทรโฆษ รามเกียรติ์ พระรถเมรี ท้าวบารสกับนางอุษา เป็นต้น

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ได้ทรงอธิบายเกี่ยวกับความสำคัญของโคลงหริภุญชัยไว้ในฉบับพิมพ์ พ.ศ. 2467 ว่า อาจเป็นต้นแบบอย่างของนิราศที่แต่งเป็นโคลงและกลอนกันในกรุงศรีอยุธยา ตลอดมาจนกรุงรัตนโกสินทร์ ถ้ามิได้เป็นแบบอย่างก็เป็นนิราศชั้นเก่าที่สุด

ที่มา hth.wikipedia.org/wiki/โคลงหริภุญชัย

 


 

นิราศหริภุญชัย แต่งเป็นโคลงสี่ที่เมืองเชียงใหม่ เมื่อราว พ.ศ. 2060 (โคลงนิราศหริภุญชัย โดย ศ.ดร. ประเสริฐ ณ นคร สอบกับต้นฉบับเชียงใหม่ ฉบับพิมพ์ครั้งที่สาม พ.ศ. 2516 หน้า [12]) แต่กำสรวลสมุทร แต่งเป็นโคลงดั้นที่อยุธยา

          ขณะนั้นเชียงใหม่อยู่ในแผ่นดินพระเมืองแก้ว (พ.ศ. 2040-2069) ส่วนอยุธยาเป็นแผ่นดินสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 (พ.ศ. 2034-2072)

เส้นทางนิราศหริภุญชัย

          ดร. ประเสริฐ สรุปย่อพอสังเขปถึงเส้นทางนิราศไว้ดังนี้

          ออกจากเชียงใหม่ไปยังลำพูน ผ่านวัดพระสิงห์ แวะไหว้พระพุทธสิหิงค์ ผ่านวัดทุงยู, วัดสิริเกิด, วัดผาเกียร (ชัยพระเกียรติ?) ผ่านข้างกุฏาราม (วัดเจดีย์หลวง) วัดอูปแป้น (ร้างไปประมาณร้อยปีแล้ว)

          มาถึงสี่แยกกลางเวียงเชียงใหม่ ไหว้หอมังราชของพญามังราย (เหลืออยู่แต่ต้นโพธิ์) แวะวัดเจดีย์หลวง ไหว้พระอัสดารส ซึ่งเป็นประธานในปัจจุบันนี้ ไหว้พระแก้วมรกตและรูปยักขราชกุมภัณฑ์คู่ (ไม่ใช่คู่ที่ปรากฏอยู่เดี๋ยวนี้ เพราะเพิ่งสร้างขึ้นใหม่ในสมัยพระเจ้ากาวิละ) ผ่านวัดฟ่อนสร้อยและเชียงสง (วัดหรือตลาด?) ออกประตูเมือง ชื่อประตูเชียงใหม่

          ผ่านวัดพันง้อม (ร้างไปนานจนไม่มีใครรู้จัก) วัดกุฎีคำ (วัดธาตุคำ) วัดน่างรั้ว (วัดยางกวง) ผ่านประตูเมืองชั้นที่สอง ชมเกวียน ผ่านอุทยาน ถึงเวียงกุมกาม วัดกู่คำ (วัดเจดีย์เหลี่ยม)

          ต่อจากนี้หาทางไม่ได้แน่ชัด บางทีจะผ่านพระนอนบ้านพิงด้วย ผ่านป่าผ่านยางหนุ่ม (วัดกองทราย) ถึงปิงเก่าหัวฝาย แม่น้ำปิงสมัยนี้ย้ายไปจากเดิมหลายกิโลเมตรแล้ว

          ผ่านตลาดต้นไร (คล้ายต้นไทร บางคนว่าต้นกร่าง) หยุดพักนอน หนึ่งคืน

          พอข้ามไปถึงเมืองลำพูน ไหว้พระธาตุ ชมสถานที่กลางคืน ดูการฟ้อนรำ การไต่เชือก การแสดงไต่ดาบ ไปไหว้พระยืน ซึ่งพระมหาสมณเถรมาปฏิสังขรณ์ไว้ในสมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 พระร่วงลิไทย

          กลับมาวัดพระมหาธาตุอีก พระเจ้าแผ่นดินมาในงาน มีจุดดอกไม้ไฟ พักหนึ่งคืน ลาพระธาตุกลับ

ที่มา มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม 2555 , http://www.sujitwongthes.com/2012/08/weekly1008255/


ฉบับอยุธยา

 
๏ กชกรต่างแต่ตั้ง   ศิรษา
นบพุทธธรรมสาวกา   แผ่นเผ้า
สนำสลูเบิกนามมา   ขอมเรียก รักแฮ
ไทด่ำบลเมิงเป้า   ผ่านไว้วิวรณ์ ฯ
 
 
๏ ศุภสารเรียงร่ำถ้อย   คราวคราน
หริภุญชัยเชษฐ์สถาน   ธาตุตั้ง
สาระพัดเขตขาพาล   พังด่ำ บนเทอญ
ยามม่อนมั่วรสยั้ง   จุ่งตั้งสดับสาร ฯ
 
 
๏ สงสารทุกข์แต่งตั้ง   อื่นฉงน
นิราศสัตวชน   กล่าวได้
จักริร่ำยุบล   บำราศ นุชนี
เป็นคะโลงหื้อให้   โลกแจ้งใจคะนึง ฯ
 
 
๏ ดวงเดียวดูยิ่งฟ้า   อัปศร
เป็นปิ่นกามาวจร   เจื่องเจ้า
บุญบาปแต่ปางก่อน   ทักทำ นายนี
แสนชาติยังยั้งเฝ้า   จึ่งล้วนลุคะนึง ฯ
 
 
๏ ดวงเดียวอาสาศเสี้ยง   ภัทรกัป
ทั้งสี่สรรเพ็ชญ์ลับ   ล่วงแล้ว
อาไรยมีทันผับ   วรศาส นาแฮ
เจียนจุ่งละน้องแก้ว   ก่อนแล้วดุสิดา ฯ
 
 
๏ ดวงเดียวดีซ่อนไว้   หว่างวรรค
เขาะขอดหทัยลักษณ์   หล่อน้อง
หทยังมีฝัก   ฝังพี่ ทิพเอย
เห็นแห่งอวรโน้นข้อง   ขอดผี้พัทมาร ฯ
 
 
๏ บุญญะมีมาศมื้อ   ผลคุณ
ขงเขตในนพบุร   โยกย้าย
เดินถวิลแห่งหริภุญ   ชัยเชษฐ์ ชิดแฮ
นบธาตุพระเจ้าผ้าย   แผ่นค้อมคุงชเล ฯ
 
 
๏ ชลไพรผงแผ่นพื้น   บนบด
พายลุ่มปานจักรกรด   เชือกขว้ำ
พาชีดำเรียรถ   จรเชือก ชักแฮ
ขงน่านเรือร้อยล้ำ   ไขว่ขว้างขวางนที ฯ
 
 
๏ นบวรเชฐสร้อย   สิหิงส์
ลาเทพเบญจาจริง   จึ่งผ้าย
เชิญวานเทพดลถลิง   ถลากระหม่อม เรียมเอย
เทาดำเนินเยื้อนย้าย   พร่ำพร้อมเดินเดียว ฯ
 
 
๏ ลาถึงปราสาทสร้อย   สิงห์สอง
โอนต่ำลุงทิพทอง   ที่อ้าง
เบญจาจำเนียรปอง   ปดต่ำ งนรา
จากจ่ำเลวแล้วร้าง   ราศนั้นฤๅดี ฯ
 
 
๏ ธรยูคีรีเกิดใกล้   ผาเกียร
สามสี่อาวาสเจียน   จิ่มไหว้
กุศลที่ทำเพียร   พบราช เดียวเอย
มิใช่จงหวังได้   แต่พื้นรสดล ฯ
 
 
๏ กุฎารามรวดด้าน   หลังเหลียว
ถวายกระพูมมือเทียว   หว่านไหว้
ทำบุญเพื่อผลเยียว   ผัสแม่ นาแม่
ถึงถาบอุปแปนได้   แต่ซ้ำปรารถนา ฯ
 
 
๏ เห็นหอมังราชเจ้า   สูงศักดิ์
ยังบลืออารักษ์   ราชไหว้
อังเชิญช่วยพิทักษ์   เทียมพี่ คะนึงนา
ยามม่อนมัวเกลียดใกล้   ร่วมเร้าชัยบาน ฯ
 
 
๏ อารักษ์อาราธน์เรื้อง   มังราย ราชแฮ
เชิญส่งศรีทิพนาย   หนึ่งร้า
เทียวทุงพี่จักถวาย   เป็นส่วน บุญแฮ
จูงจ่องเมื้อเมืองฟ้า   เสพสร้างสุราลัย ฯ
 
 
๏ มหาอาวาสสร้อย   สี่สถาน
ชิมรูปองค์อุปปาน   เลิศหล้า
อมรกฎค่าควรปาน   บูรหนึ่ง
ถวายพระนามน้อมหน้า   เพื่อไท้นารีรมย์ ฯ
 
 
๏ อัษฎารสแรกสร้าง   สูงประทาน
เทียฆแทบตนทรมาน   เมื่อเนิ้น
เหมือนพระวรโพธิญาณ   ยังโลก นี้นอ
ปดดำเนินนี้เทิ้น   เทื่อนี้มัสการ ฯ
 
 
๏ สององค์อมเรศเอื้อม   อุตร
ยุกขราชถือขรรคา   ฝ่ายใต้
เรียมวานเทพวรา   รักษ์ราษฎร์ มวลแฮ
เสียงล่ำเพียงเกลี่ยใกล้   ช่วยค้ำชูเรียม ฯ
 
 
๏ นบเชษฐแซงซ่างไซร้   ถลาถลิง รวดแฮ
บหุ่งเห็นทิพยิง   ยิ่งผ้าย
เททรวงกรรแสงสวิง   มัวราช นักเอย
เสน่ห์บาดอกซ้ำร้าย   ร่างแต้มถึงถวิล ฯ
 
 
๏ ลลินลุแล้วเล่า   ศาลา เลิศแฮ
ครองคู่สายเสน่หา   แห่งหั้น
วรลักษณ์เลิศสวรรคา   เทพทิพ เรียมเอย
สามแผ่นผืนใดดั้น   พี่ด้นหาอวร ฯ
 
 
๏ มรรคาทวารทอดตั้ง   อาราม หนึ่งแม่
เป็นปิ่นบูรีนาม   ฟ่อนสร้อย
ดวงเดียวหนึ่งนิศยาม   สนิทเชฐ ชิดแฮ
ปอมแปกนุชเนื้อน้อย   เลิศผู้ผิดองค์ ฯ
 
 
๏ จากเจียรช่อฟ้าลาศ   ลงดิน แด่ฤๅ
มุขมาศนาสายิน   ยิ่งแต้ม
ยามยลพี่จะถวิล   ถวายอำ รุงเอย
ไขโอษฐ์ดินฟ้าแย้ม   พี่แย้มยังทรง ฯ
 
 
๏ จงไปปราสาทฉ้อ   อัษฎา
บุญจึ่งลักกุนา   รอดเรื้อง
เชียงส่งพี่ส่งหา   เยาวยอด ยิ่งแฮ
ซอมชอกตาทุกเบื้อง   บ่ได้ดลพงา ฯ
 
 
๏ ลุถึงเชียงใหม่หม้า   ทวารทอง
เวียงวาสปราการสอง   เขื่องขั้น
เหราเฟือดฟัดฟอง   คือค่าย งามเอย
หอเลิศเลยต้ายตั้ง   ข่ามข้าศึกแสลง ฯ
 
 
๏ มเหศักขสาดไท้   ทิพทวาร ท่านเอย
เชิญช่วยโปรดอันผ่าน   เจตชู้
บเห็นพี่รักคราน   ใจเช่น ชั้นนี้
เมื่อข่าวไขน้องรู้   ร่วมเบื้องยาถนอม ฯ
 
 
๏ หวังเห็นเช่นชม่อยหน้า   บุญหนา
วานเทพสมสนองรา   รีบร้า
เททวนปั่นปองบา   อกบ่า บินแฮ
ปดต่ำงนไว้ข้า   ข่าวน้องนำสนอง ฯ
 
 
๏ บุรีทวารต่อตั้ง   สมสถาน
นามชื่อศรีมหาทวาร   รวดเรื้อง
ทนทุกข์ทิวานาน   บน่อย ทวงเอย
ขวัญขาดยังข้อนเบื้อง   บาปห้อยเห็นอวร ฯ
 
 
๏ พ้นง้อมงามเงื้อมใกล้   สุสาร
เรียมบังคมชิตมาร   เจื่องเจ้า
ทุรังสิ้นศิลบาล   บใคร่ รักเอย
ก็ใช่จงจักเฝ้า   เทพท้าวเองอวร ฯ
 
 
๏ ลุถึงเถียงเส่าสร้อย   ศรีเสถียร
อัศว์ด่ำเรียรถเกวียน   คืดเกล้า
ไทเห็นอุพาเจียน   จันแม่ มาแฮ
ยลใช่ชีพิตเข้า   พี่ห้อยหฤทัย ฯ
 
 
๏ เรียงนันอาวาสแก้ว   กุฏิคำ
ทุกค่ำงนเรียมจำ   เจตไหว้
เทพาพิทักษ์ทำ   พุทธศาส นาเอย
จำเจตนงค์น้องไว้   รีบร้างคนเดิน ฯ
 
 
๏ อารามเรียงรุ่นหั้น   เงางาม
เป็นปิ่นบุรีนาม   น่างรั้ว
บเห็นนาฏนงราม   บวรสวาท สยบเอย
ทั้งชื่อชีพิตกั้ว   โลกนี้นามนิพาน ฯ
 
 
๏ ทวารทองเริ่มเขื่อนขั้ง   ศึกแสลง
รุตราชรังสรแปง   หม่ายหม้า
จันถึงพี่ยังแยง   หาแม่ นาแม่
บจวบโฉมสร้อยฟ้า   ไต่เต้าตามเรียม ฯ
 
 
๏ ด่าวนี้พ้นบั้งบาด   บุรี นาแม่
รถราชพันรังสี   ส่องหล้า
ไหวกงแกว่งเกวียนจี   วางเมฆ มาแฮ
เชิญช่วยดับทุกข์ข้า   ที่ร้างรามสมร ฯ
 
 
๏ รถทองเทียมแทบเอื้อม   อุสภา
มิอาจจักคณนา   เนกได้
หางยูงเยื่อนอาภา   เพยเพิก งายเอย
ลางช่อปักหื้อให้   กล่อมเกี้ยวเวถี ฯ
 
 
๏ พริพัดโคมคู่ห้อย   ดึงดัง
พัดใหม่ไหมขาวทัง   แอกอ้อม
หงส์ทองทอดคลานคลัง   กับโทก เทียมเยอ
เรืองร่วงวางวัดส้อม   แส่วเส้นสานี ฯ
 
 
๏ ลาเจียนชม่อยเนื้อ   ทิพมาลย์
ชลิ่วแลนงคราญ   คร่าวถ้า
เต็มเลงอื่นใครปาน   หัทเยศ เดแม่
เจียรบรู่เนื้อผ้า   มิผู้ใครยล ฯ
 
 
๏ อุทยานท่านถากสร้อย   สวนสนิท
ชล่ำลายเลยติด   ลูกล้อม
จุกจ้นจ่ำลองขวิด   เกวนมาก มีแฮ
หนักหน่วงเนืองเนื่องค้อม   กิ่งก้านปัฐพี ฯ
 
 
๏ จำปาบุนแบ่งสร้อย   สบารงา
เหลืองหล่นเต็มฉายา   คู่เค้า
ปุนเด็ดกีบกับสา   ลายแลก อวรแฮ
สีเสียดแสนซ้ำหล้า   เปลี่ยนป้อนปันฉลา ฯ
 
 
๏ มาเทินจักยื่นไม้   มาลถวาย
แถวท่องเวถีสาย   เกศเกล้า
เหมือนนางกิรีถวาย   ทัดเมื่อ รมย์นา
หลากหลากหลายเล่ห์เร้า   ร่วมชู้ชมผกา ฯ
 
 
๏ กวาวกวิวอโศกสร้อย   สุมสุก
อวนอ่อนแกมใบทุก   กิ่งก้าน
บเห็นนิรมรุกข์   ยังร่ม ยังแฮ
เห็นดอกดวงไม้ม้าน   ยิ่งม้านอกเรียม ฯ
 
 
๏ พระสูรส่งสัตว์สิ้น   เชยเชย
ลำง่างอนเสลยเสลย   สว่างร้อน
อกบาบ่เหยเหย   หายเหื่อ ทิพเอย
ยังค่ำเคาทุกข์ข้อน   ขอดข้อนขวัญสลาย ฯ
 
 
๏ ยลใครยังร่วมชู้   ชมเมีย ม่อนแฮ
ถวายกลิ่นกับดวงเพีย   เพื่อนน้อง
เองเดียวทุราเสีย   สายเจต นี้นอ
ตายบ่ตายนี้ข้อง   ขาดแล้วยังใย ฯ
 
 
๏ รถทองยังยื่นร้อย   เรียงกง
เวหาสเห็นธุลีลง   ลุ่มเท้า
อกเรียมบิ่นเป็นผง   ยับย่อย ยุบเอย
ชลิ่วเลวแลงเจ้า   จิ่มชู้ชาทอง ฯ
 
 
๏ ยังนึกหน้าน้องนาฏ   นงราม
เจียนจากถึงกุมกาม   ก่อนแก้ว
บเห็นพงางาม   เทาทะง่อง ถูเอย
แสนล่ำกงื้อแอ้ว   ใช่อั้นอรทอง ฯ
 
 
๏ อารามรมเยศเมิ้น   มังราย
นามคู่คำหลวงหลาย   เช่นท้าว
หกสิบเสียมผู้ยาย   ยังรอด รามแฮ
แปงคู่นุชน้องเหน้า   นาทโอ้โรทา ฯ
 
 
๏ ชันพิมพ์เพิ้งเจตสร้าง   สมาธี อยู่แฮ
โอ้อำรุงเรียมรี   ร่ำไหว้
ขอพรอาที   เทียมพี่ คะนึงรา
สองเสร็จถวายให้ได้   แค่ซ้อนสิเน่หา ฯ
 
 
๏ ธาดามังราชเจ้า   จุพาลักษณ์
สาส่วนเป็นอารักษ์   ใฝ่เฝ้า
อังเชิญส่งสารอัคร   ชาเยศ มารา
เป็นดังฤๅร้างเจ้า   จากช้าใครโลม ฯ
 
 
๏ ดั่งฤๅร้างแก้วก่อน   คำสัง
รอยแม่งสารีรัง   นิราศรื้อ
บพิตรพระเมืองมัง   รายราช รักเอย
เชิญต่านวายนั้นหื้อ   ค่อยแก้คำสนอง ฯ
 
 
๏ อรรณพขวางขั้นขอบ   พิงเพิง รอดเอย
ผืนแผ่นลุยลงเลิง   ลวดยั้ง
คองเห็นพี่รักเทิง   ใจเช่น ครานี
ยลอื่นใส่เศียรตั้ง   ต่อไว้วรรคเรียม ฯ
 
 
๏ นทีหันแห้งไป่   พอเรือ
เกียนกว่าชุมชนเผือ   ว่งหว้าย
สารถีสั่นสายเยือ   ยังเชือก ชักแฮ
ดักค่วนคุงค่าท้าย   ถีบพ้นปาระเลือม ฯ
 
 
๏ วานไม้เมื่อข่าวน้อง   ขอไข
เหลือหล่นบกบางใบ   กิ่งก้าน
บเห็นภิรมย์ใจ   เจียนจาก ห้องเฮย
เห็นโบกใบไม้ม้าน   เยี่ยงม้านมโนเรียม ฯ
 
 
๏ ม่อนยังยั้งหั้นร่ม   เรียงรึก
วานเทพทั้งไพรพฤกษ์   น่าน้อง
โพคินทั่วทังทึก   แถวน่าน นี้แม่
เชิญส่งสารพื้นพ้อง   ข่าวข้าขอยิน ฯ
 
 
๏ น่านน้ำขลุงน่านน้ำ   เขินขุน
อกชเลยังวุน   เล่าแล้ง
อังเดิรหากอาดุร   แดเดือด รสแฮ
เห็นหาดหนหั้นแห้ง   เยี่ยงแห้งแถวถนอม ฯ
 
 
๏ พระไทรเจ้าไม้มุ่ง   เมืองคู่ แดรา
ปดที่ทนทุกข์ทู   เรศแจ้ง
จักกินมิได้กู   ระนาพี่ เทานอ
วาเยศยังไล่แล้ง   ลอดแล้งอกเรียม ฯ
 
 
๏ คณารถเร้นร่ม   เต็มไพร พี่แม่
ปานค่อยชมพูไพ   น่านน้อง
ยลคืนชั่วพิสัย   ตาเล่า ยังแฮ
ละเลิ่นเป็นถ้อยถ้อง   เผ่าย้ายยินประเหียน ฯ
 
 
๏ ชุมชนชมชื่นเหล้น   ธารา
สาวบ่าวลงสนามปา   โมชย้าย
สาอวรอรวนิดา   โดยพี่ มานี
จักจ่องจูงน้องผ้าย   อาบอ้อยชมชล ฯ
 
 
๏ เผ่าสลวยสะอาดเท้า   เทิงเลียง
เหมือนเมื่อพี่ชนูเมียง   มุ่งเหยี้ยม
พัตรทองท่ำนงเอียง   องค์อ่อน งามแฮ
บังอาจปานแสร้งเสี้ยม   แต่ฟ้าสลายเหลา ฯ
 
 
๏ ลาพระประเทศขว้าง   ขุงลมิง มิ่งแฮ
เปี่ยวเป่งสุรินทยิง   ยิ่งร้อย
พนิดาแต่ถริง   ตากระหม่อน เรียมเอย
มาด่วนดับทุกข์ข้อย   ข่าวเยื้อมยังทอง ฯ
 
 
๏ แม่เมือห้องฟากฟ้า   ใดที่ พู้นฤๅ
ฤๅบดลปัฐพี   พี่ฟ้อน
ขุนเขาอุมาศรี   ไทแม่ เอาฤๅ
จำพึ่งอนแล้วม้อน   มาดม้อนอาลัย ฯ
 
 
๏ ทิพญาโจมหอบอู้ม   เอาอวร อ่อนฤๅ
ฤๅบมาสมสงวน   เพื่อนค้อย
บเห็นส่ำบุนปวน   บรเมศ เมินแฮ
ซอมซ่อตาแห่งห้อย   หากแล้งเลงดาย ฯ
 
 
๏ กวาวทองทังช่อช้อย   สิมพลี
หลายหล่นเต็มปัฐพี   แผ่นหล้า
ยลบนหมู่ปักษี   แสวงเสพ ชุมเอย
ตายชื่อลางแล้วกล้า   มิได้เชยชม ฯ
                 

 
๏ สาลีรักร่ำถ้อย   ถึงแล แลแม่
ฦๅริตเสียงซอแซ   ซ่ำซ้ำ
ชิงดวงดอกจอแจ   เถียงถ่อง กันนา
ร้อยร่างเสวยรสน้ำ   ดอกนั้นนารีรมย์ ฯ
 
 
๏ ฉายาเพยียไผ่ผุ้ง   เหลืองหลาย
สูรส่องยังรายราย   ร่มช้า
ฟังบนโบกสลายสลาย   เสียงสวาสดิ์ ลมแฮ
ปุนพี่ยังยั้งถ้า   ถ่อมถ้าถึงนิรมย์ ฯ
 
 
๏ จรทิตเทิงต่อหั้น   ลองแหลง
ข้อเขื่อนเข้าปูกแปง   ไต่เต้า
ทิพโสภิตยังแยง   หาสู่ ยามเอย
มาม่อนเรียงรสเข้า   ถ่านี้เรียงเรียม ฯ
 
 
๏ อารามยังยิ่งร้อย   เรียงหลัง
สองตาบมักคาฝัง   ค่นค้าน
รอยเดิมแต่ยามยัง   งามเงื่อน รัดเอย
เป็นที่พระเจ้าจ้าน   เสพสร้างวิริยา ฯ
 
 
๏ มัจฉะยาเยศร้อย   ดวงแด แดเลย
พิษกำเดาปวนแปล   พรากชู้
พานุชว่ายยามแปร   เกวียนกว่า ป่นเอย
แกมก่ำเดาข้าผู้   เร่นร้อนรนทรวง ฯ
 
 
๏ ลุถึงยางหนุ่มหน้า   หนักทรวง อยู่แฮ
คิดถ่องถึงทิพดวง   ดอกฟ้า
รอยต้นรุนรสรวง   สวนเทพ พูนฤๅ
ฤๅบยลเยื้อนข้า   ข่าวเยี้ยมยังทวง ฯ
 
 
๏ เนสาทผาดเผ่นผ้าย   เผาไพ พี่แฮ
พระพรึบเสียงฟองไฟ   เฝ่าฟุ้ง
อลพฤกษ์พนาลัย   สายเจ๊ด ม่อนแฮ
รักเทพดาดินดุ้ง   เดือดดุ้งอกเรียม ฯ
 
 
๏ สิมพลีวันแว่นผ้ง   ผาผกา ดิฐแฮ
เพลิงพลุ่งเพียงสาขา   ล่าล้อม
ติณังแฝกเฝือคา   คมบาด งามแฮ
แขมขวากเลาอ้ออ้อม   ดุจอ้อมอกเรียม ฯ
 
 
๏ พฤกษาส่างต้นงอก   เงยโงะ
เขียวเคิบคุยพลันโพละ   พลิบไม้
บูนบสกลร่างร่วมโระ   อกพี่ เพานอ
นิราศเลียงร่อนไร้   เร่งร้อนไฟลน ฯ
 
 
๏ ททิพรสซอบซอบนี้   รมเรียม ราศเอย
เจบจ่ำงือทวงเจียม   จากเจ้า
จักเอาอันใดเทียม   ตามอ่อน อวรฮา
ทุกข์พี่ยาร้อนเร้า   ถ่อมถ้าถนอมอวร ฯ
 
 
๏ ลุถึงพิงเก่าหั้น   หัวฝาย
เกียนก่อนชุมยงยาย   ยอบยั้ง
พนิกพนมลาย   เหลือร่ม รุกข์แฮ
ไทว่าสมเจ้าจั้ง   จวบหั้นหาอวร ฯ
 
 
๏ พพัดชูซ่อนอ้ำ   เห็นหัน
อักเขบสวนราอัน   ตอบต้อง
พาลีเลิกพันสัน   โกยพี่ นาแม่
ใดด่วนต่างเนื้อน้อง   นาฎได้ฟุ้งมโน ฯ
 
 
๏ นาวาในน่านน้ำ   นทีทวาร
หัวดาษกำพลธาร   ดอกไม้
ฟกฟกช่อเซยปาน   เรือนาถ เมินเอย
นำชินังน้อมไหว้   หว่ายหว้ายคงคา ฯ
 
 
๏ แสลวแสลวพายฟากฟุ้ง   สินธุ์สาย
แสนสนุกนานาหลาย   หลากเหล้น
ศัลเรียมกรรแสงฟาย   ฟองเนตร นุชเอย
ยลเยื่องใดจักเล้น   ล่อให้หายทรวง ฯ
 
 
๏ ลุดาษถึงดาษต้น   รายเริง
ชมคณานองเนิง   นั่งพร้อม
ในดั่งดุจเมืองเทิง   เทพโลก พู้นแฮ
ริมร่มทุกค่าค้อม   ย่อมยั้งเยานอน ฯ
 
 
๏ ยอมนุชเนื้ออ่อนอ้อน   เชยชิน นาแม่
อ่อยห่อยสรรเสริญยิน   ยิ่งล้ำ
อัปศรบำเรออินทร์   อัครเทพ ทิพเอย
อกอ่าวอำพลิกขว้ำ   เขือกร้อนรนเสน่ห์ ฯ
 
 
เกษณาจันทน์แจ่มก้าน   กระลำพัก
ฝนขว่ายองค์อรอัคร   นุชเนื้อ
มะยักน่าลูบโลมมะยัก   เขียรเช่น งามเอย
ยลยิ่งขวานฟ้าเงื้อ   เงือดข้าขวัญสลาย ฯ
 
 
๏ อัสดงค์คาค่ำแล้ว   รอนรอน
สูรส่งเกวียนซอนซอน   คลาศคล้อย
ปักษีส่งเสียงวอน   วอนเจต รักเอย
โอ้เอนดูชูสร้อย   มิได้สุดาดล ฯ
 
 
๏ ยินเสียงโนเรศร้อง   งุมงุม
คิดถ่อมถึงทิพจุม   แจ่มหน้า
ปักษีส่ำแสนชุม   ชมมิ่ง เมียเอย
หลอพี่แรมเร้นถ้า   ถ่อมชู้ชายฉงน ฯ
 
 
๏ สาริรักร่ำร้อย   โกกิล
ยะเยือกเสียงโยยิน   เยื่อซ้ำ
เททรวงเดือดเดพิน   พิศเรก ไปแฮ
เจ็บจ่ำงือคลืดคล้ำ   คลอบเนื้อนพคุณ ฯ
 
 
๏ นกเป้าจับเปล้าเป้า   เรรน
ขวานแขวกเทบินบน   ร่ำร้อง
เรียมวานโผดแผดล   โดยพี่ พล

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 10889

แสดงความคิดเห็น โดย โน้ต cmprice IP: Hide ip , วันที่ 03 ต.ค. 58 เวลา 17:11:24
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี