หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ แนะนำ !!!! Start Up ที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2020 “บริษัท อัลทิมา ไลฟ์ จำกัด
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
กรมวิชาการเกษตร หวังดี หรือ คอรัปชั่นแอบแฝง

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
กรมวิชาการเกษตร หวังดี หรือ คอรัปชั่นแอบแฝง
โพสต์โดย พี , วันที่ 12 ก.พ. 52 เวลา 16:23:49 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

การที่กรมวิชาการเกษตรได้ขึ้นบัญชีวัตถุอันตราย กลุ่มสมุนไพรไทย อาทิเช่น สะเดา หนอนตายอยาก บอระเพ็ด ซึ่งกำลังถูกโจมตีอย่างหนักในขณะนี้ แท้ที่จริงแล้วปรารถนาดีต่อเกษตร หรือคอรัปชั่นแอบแฝงเพื่อช่วยธุรกิจข้ามชาติที่จำหน่ายสารเคมีอันตรายกันแน่

ความจริงเรื่องนี้ถกกันมากว่า2ปีแล้ว กรมวิชาการเกษตรตั้งท่าจะประกาศเป็นวัตุอันตรายหลายครั้งแล้ว แต่ตอนนั้นรัฐมนตรีธีระ สูตบุตร ผู้มีหัวใจเกษตรอินทรีย์ค้านหัวชนฝาเรื่องจึงต้องพับไป จนมารัฐมนตรีสมศักดิ์ ปริศนานันทกุลก้ไม่กล้า เพราะรู้ว่าจะต้องถูกต่อต้านอย่างรุนแรงจากหลายกลุ่ม จึง สั่งเบรคไว้เพราะตัวเองยังต้องเล่นการเมือง คะแนนนิยมเป็นสิ่งสำคัญ จนมาล่าสุด กรรมการบริหารพรรคชาติไทยถูกสอย นายสมศักดิ์ต้องพ้นตำแหน่ง จึงได้มวยแทนชั่วคราวอย่าง นายธีระ วงค์สมุทร อดีตอธิบดีกรมชลประทาน มานั่งเก้าอี้ รมต.เกษตร จึงได้มีประกาสในราชกิจจานุเบกษา กำหนดรายการวัตถุอันตรายกลุ่มนี้ขึ้นมา

เหตุผลของกรมวิชาการเกษตร บอกว่าปรารถนาดีต่อเกษตรกร เพราะป้องกันพ่อค้าฉวยโอกาสเอาเปรียบเกษตรกร ผลิตมาขายโดยไม่มีการควบคุมคุณภาพ เพราะฉะนั้นถ้ามีการประกาศเป็นวัตถุอันตรายแล้ว ถ้าใครต้องการผลิต ต้องมาขอขึ้นทะเบียนก่อนซึ่งในการขึ้นทะเบียนต้องบอกกรรมวิธีการผลิต บอกสูตร แล้วคณะกรรมการในกรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาเองว่าจะให้จดทะเบียนหรือไม่

ฟังดูก็เหมือนดี สินค้าที่ออกมาขายก็จะมีมาตรฐานระดับหนึ่งเกษตรกรก็จะซื้อของที่มีคุณภาพที่ผ่านการพิจารณาแล้วเอาไปใช้

แต่ในทางปฏิบัติ การที่จะขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย ถ้าไม่ใช่บริษัทใหญ่แต่เป็นหน่วยงานเล็กๆ บริษัทเล็กๆ โคตรช้า 2ปีใบอนุญาตก็ยังไม่ออก ยิ่งเป็นกลุ่มสมุนไพรด้วยแล้ว มาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ก็ยังไม่กำหนด จึงเป้นจุดเปราะบางมากๆที่จะเกิดคอรัปชั่นในคณะกรรมการออกใบอนุญาต

เมื่อปีที่ผ่านมา กรมวิชาการเกษตร ได้กำหนดมาตรฐานปุ๋ยชีวภาพมาครั้งหนึ่งแล้ว โดยใช้มาตรฐานของปุ๋ยเคมีมาเทียบเคียง ซึ่งตอนนี้นเราได้เขียนบทความตำหนินักวิชาการในกรมวิชาการเกษตรว่าปัญญาอ่อน เพราะปุ๋ยทั้งสองชนิดนี้มีกรรมวิธีการทำงานต่างกัน ปุ๋ยเคมีปริมาณธาตุอาหารหลัก(N P K)คงที่แต่ปุ๋ยชีวภาพ จะแปรผันตามสภาพความชื่น อุณหภูมิ และชนิดของวัตถุดิบที่ผลิต

เราเคยแนะนำว่า ถ้าจะควบคุมคุณภาพปุ๋ยชีวภาพจริงๆให้คุมที่ กฏหมายว่าด้วยฉลาก โดยให้ผู้ผลิตแจ้งสารประกอบอินทรีย์และระยะเวลาการหมักไว้ในฉลาก แล้วกรมวิชาการเกษตรก็ออกมาตรฐานอินทรีย์วัตถุว่า แต่ละชนิดมีปริมาณ ธาตุอาหารกี่เปอร์เซนต์ เช่นซากกากถั่ว มี ไนโตรเจน3% ซากซังเข้าโพด มีไนโตรเจน0.15% เป็นต้นแล้วก็ให้ความรู้เกษตรกรว่าก่อนซื้อให้ดูฉลาก  ในขณะเดียวกันกรมวิชาการเกษตรก็ตรวจโรงงาน ดูว่ามีการซื้อวัตถดิบตามสัดส่วนที่ผลิตปุ๋ยหรือไม่ ใช้การบูรณาการเป็นระบบอย่างนี้ก็จะสามารถควบคุมคุณภาพได้

แต่ปรากฏว่า กรมวิชาการเกษตร กลับใช้มาตรฐานของปุ๋ยเคมี ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นบริษัทข้ามชาติ เรื่องการใช้มาตรฐานของปุ๋ยเคมี มาจับวัดมาตรฐานปุ๋ยชีวภาพนี้ เป็นความโง่เขลาของข้าราชการไทยที่เป็นตัวถ่วงทำให้ประเทศไม่สามารถแข่งขันได้ ตรงนี้ขอยกตัวอย่าง ปรัชญาของอดีต นายกฯทักษิณ ชิณวัตร ที่ว่า"ถ้าต้องเข้าสู่การแข่งขัน จงอย่าใช้กติกาของศัตรู เพราะคุณจะเสมอกับแพ้เท่านั้น"

แต่กรมวิชาการเกษตร ใช้กติกาต่างชาติ มาตรฐานต่างชาติมากำหนดตีกรอบ ทั้งๆที่ สะเดา พลับพลึง หนอนตายอยาก ขิง ข่า ตระใคร้ฯลฯ เหล่านี้เป็นภูมิปัญญาของเราเอง เพราะฉะนั้นถ้าจะกำหนดมาตรฐานอะไรก็ตาม เราต้องเป็นผู้ออกมาตรฐานเท่านั้น

ถ้าใครเคยสัมผัสกับนักวิชาการในกรมวิชาการเกษตร จะรู้เลยว่าด้อยวิสัยทัศน์ การบริหารจัดการเชิงประสิทธิภาพไม่มี  ถ้าไม่เชื่อลองเดินขึ้นไปที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านดูแล้วลองปรึกษา จะรู้เลยว่าส่วนใหญ่สมองกลวง( ตรงนี้ผมขอท้าคนในกรมวิชาการเกษตร มาโต้กันได้ครับ)

การกระทำของกรมวิชาการเกษตร ในครั้งนี้ขอฟันธงว่า กีดกันผลผลิตที่เป็นภูมิปัญญาของชนในชาติ เพื่อให้ประโยชน์แก่บริษัทข้ามชาติ เพราะถ้าของไทยผลิตจนมีคุณภาพขึ้นมา สารเคมีจากต่างชาติก็จะขายลดลง

 

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 4724

แสดงความคิดเห็น โดย พี IP: Hide ip , วันที่ 12 ก.พ. 52 เวลา 16:23:49
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี