หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
ทหารลั่นฟังคำสั่งรบ.ไทยไม่ใช่ศาลโลก

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
ทหารลั่นฟังคำสั่งรบ.ไทยไม่ใช่ศาลโลก
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 18 ก.ค. 54 เวลา 08:35:59 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

ทหารลั่นฟังคำสั่งรบ.ไทยไม่ใช่ศาลโลก

ทหารไทย ลั่น ฟังคำสั่งรัฐบาลไทยเท่านั้น ไม่ใช่ศาลโลก มทภ.2 แนะรอดูคำตัดสิน ลั่นทหารชายแดน พร้อมปกป้องอธิปไตย ด้านทูตไทยกรุงเฮก ยังมั่นใจ ยุติธรรม 'กษิต' รอโฟนอิน หลังตัดสิน

ล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวถึงกรณีที่ศาลโลก จะตัดสินคำร้องขอของกัมพูชาให้คุ้มครองชั่วคราวปราสาทพระวิหาร ในวันที่ 18 ก.ค.ว่า เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาระดับข้างบน จะเป็นผู้สั่งการลงมา ขณะนี้ เราต้องรอว่า ศาลโลกจะตัดสินออกมาอย่างไร

 
          ส่วนกระแสข่าวว่า ศาลโลกจะตัดสินคุ้มครองปราสาทเขาพระวิหารนั้น ก็เป็นแค่เพียงกระแสข่าวเท่านั้น ให้รอฟังคำตัดสินในวันที่ 18 ก.ค.54 ดีกว่าว่า จะออกมาในรูปแบบไหน

          "ผู้บังคับบัญชาคงจะต้องมีการหารือกัน ตั้งแต่ระดับของรัฐบาล ที่จะกำหนดแนวทางปฎิบัติลงมาผ่านทางกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.ไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ เพียงแต่ให้ดูแลอธิปไตยตามแนวชายแดนของเราให้ดี"

          สำหรับ สถานการณ์ตามแนวชายแดนขณะนี้ ทุกอย่างยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และกำลังมีเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา รอแค่เพียงคำสั่งของผู้บังคับบัญชาว่า จะออกมาอย่างไร เราก็พร้อมที่จะปฎิบัติตาม เพื่อดูแลอธิปไตยของเรา

 

โฆษก ทบ. ลั่น กองทัพไม่มีภาระผูกพันกับศาลโลก

 

          พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า กองทัพบกไม่มีภาระผูกพันกับศาลโลก เราปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ศาลโลกเป็นเรื่องของระดับประเทศ ระดับรัฐบาล รัฐบาลจะเป็นผู้ตกลงใจ ส่วนกองทัพปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล

          "เราไม่ได้ปฎิบัติตามคำสั่งของศาลโลก จะต้องมีรัฐบาลมากรองชั้นหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ไม่ว่า จะเป็นรัฐบาลรักษาการ หรืออะไรก็แล้วแต่ เขามีอำนาจที่จะตกลงใจ ตามแนวทางที่เห็นเหมาะสม กองทัพเป็นหน่วยงานของรัฐ ศาลโลกตัดสินอย่างไร ก็เป็นเรื่องของศาลโลก ในส่วนของรัฐบาลก็ต้องพินิจพิเคราะห์เอาเองว่า จะตกลงอย่างไร ในส่วนกองทัพมีหน้าที่ปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล"

          ผู้สื่อข่าวถามว่า มีกระแสข่าวออกมาว่า ศาลโลกมีแน้วโน้มจะตัดสินให้คุ้มครอง พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ก็แล้วแต่เขา เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องพิจารณาตกลงใจ

          ส่วนเรื่องการถอนกำลัง เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเป็นผู้พิจารณา และกองทัพจะปฎิบัติตามนโยบายนั้น

          เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดการปะทะกันตามแนวชายแดนหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ต้องรอดูคำตัดสินในวันที่ 18 ก.ค.นี้ ว่า จะออกมาอย่างไร แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของรัฐบาล

          "กองทัพคงไม่สามารถไปตกลงใจ หรือปฎิบัติตามคำสั่งของใครได้ นอกจากรัฐบาล กองทัพไม่ได้มีหน้าที่ และภาระผูกพันที่จะต้องปฎิบัติตามคำสั่งของศาลโลก แต่เราปฎิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลไทยเท่านั้น ศาลโลกจะตัดสินออกมาอย่างไร รัฐบาลไทยก็ต้องเป็นผู้พิจารณาว่าจะปฎิบัติตามคำตัดสินนั้นหรือไม่ หรือต้องดำเนินการทำอะไรต่อไป ต้องสั่งการมา” พ.อ.สรรเสริญ ย้ำ

          อนึ่ง กัมพูชาได้ยื่นคำร้องให้มีการตีความคำสั่งศาลระหว่างประเทศ เกี่ยวกับการครอบครองประสาทพระวิหาร รวมถึงการเรียกร้องให้ผู้พิพากษาอนุมัติมาตรการชั่วคราว หรือสั่งให้ไทยถอนกำลังทหารจากพื้นที่ และห้ามทำกิจกรรมทางทหารของไทยทั้งหมดในทันที ในพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร

 

ศาลโลก พร้อมวินิจฉัย "ปมเขาพระวิหาร" 18 ก.ค.54 15.00 น. ตามเวลาไทย

 

          มี รายงานของสำนักข่าวต่างประเทศ ระบุว่า นายฮิซาชิ โอวาดะ ประธานศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก จะอ่านคำวินิจฉัยคำร้องดังกล่าว ในเวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเวลา 15.00 น. ตามเวลาในประเทศไทย พร้อมกับการตัดสินร่วมกับคณะผู้พิพากษาศาลโลกอีก 14 นาย และผู้พิพากษาเฉพาะกิจอีก 2 คน

 

"กษิต" รอโฟนอิน 17.00 น. หลังศาลโลกตัดสิน

 

          ด้านนายเจษฎา กตเวทิน รองอธิบดีฝ่ายสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในวันที่ 18 ก.ค.54 เวลา 17.00 น. หลังการตัดสิน นายกษิต ภิรมย์ รมว. ต่างประเทศ จะให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ จากกรุงเฮก ประเทศ เนเธอร์แลนด์ ถึงกรณีดังกล่าว

 

"ทูตไทย ณ กรุงเฮก" ยังมั่นใจ ความยุติธรรมของศาลโลก

 

          นายวีรชัย พลาศรัย เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเฮก ในฐานะผู้แทนไทยที่ให้ข้อมูลต่อศาลโลกในคดีปัญหาเขาพระวิหาร กล่าว ถึงแนวโน้มคำพิพากษาของศาลโลก ต่อกรณีปัญหาประเทศกัมพูชา ร้องขอให้ศาลโลกออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวกรณีปราสาทรพระวิหารว่า เป็นไปได้ใน 3 แนวทาง คือ

          1.ศาลโลกยกคำร้องของกัมพูชา และอาจจะจำหน่ายคดีนี้

          2.รับคำร้องของประเทศกัมพูชา และมีคำร้องให้ออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ที่จะส่งผลให้ฝ่ายไทยต้องถอนทหาร ออกจากพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร หรือศาลอาจจะมีคำสั่งที่เบาบางกว่านั้น

          และ 3.มีคำสั่ง แต่ไม่ตรงกับที่ฝ่ายกัมพูชาร้องขอ เช่นมีมาตรการให้สองฝ่ายดำเนินการที่ภาระร่วมกัน เพื่อลดการเผชิญหน้าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

          "ผมเห็นว่า แนวทางที่ดีที่สุด คือ ในแนวทางแรก อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การชี้แจงของฝ่ายไทยในศาลโลกที่ผ่านมา ได้มีการเตรียมข้อมูลมาหลายปี และทำดีเท่าที่จะทำได้ ในกรอบของการรับมรดกคดีเก่า ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมา และการให้การในศาลโลก ในวันที่ 30 - 31 พ.ค. ที่ผ่านมา ทางคณะฝ่ายไทย ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยแล้ว"

          เขาย้ำว่า มีความเชื่อมั่นในความยุติธรรมของศาลโลก และหวังว่า จะใช้คดีนี้ ยืนยันความยุติธรรมของศาลโลกอีกครั้ง

 

แรงงานต่างด้าวเขมร ลอบเข้าเมือง หวังทำงานค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท

 

 

          วันเดียวกัน พ.ต.อ.ผดุงเกียรติ ศิริพรวิวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผกก.ปป. พ.ต.ต.อนิวรรตน์ สุรินทร์วงศ์ สารวัตรงานป้องกันและปราบปราม และตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ชุดจับกุมควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองชาวกัมพูชา ได้ร่วมการแถลงข่าวการจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชา รวม 16 คน เป็นชาย 14 คน หญิง 2 คน

          ทั้งนี้ แรงงานต่างด้าวทั้งหมด ถูกจับกุมที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.นครราชสีมา แห่งที่ 2 ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ในช่วงเย็นวันที่ 16 ก.ค.54 ขณะที่แรงงานต่างด้าวทั้งหมด กำลังจะต่อรถโดยสาร เพื่อเดินทางไปขายแรงงานในพื้นที่จ.ชลบุรี  หลังจากที่ได้ลักลอบหลบหนีเข้าประเทศมาทางด้านจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์

          จากการสอบสวน ทั้งหมดรับสารภาพว่า เป็นชาว อ.สะวาย จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา มีอาชีพรับจ้างทำนาภายในประเทศ ได้ค่าแรงประมาณวันละ 50 บาท ซึ่งขณะนี้ เป็นช่วงสิ้นสุดฤดูกาลทำนาภายในประเทศกัมพูชา จึงทำให้ไม่มีงานทำ และไม่มีรายได้จุนเจือครอบครัว จึงชักชวนกันหลบหนีเข้าประเทศไทย เพื่อมาขายแรงงานในพื้นที่จ.ชลบุรี  ตามงานก่อสร้าง และโรงงานที่ต้องการแรงงานราคาถูก

          ทั้งนี้ มีนายเลียะ หวาก อายุ 26 ปี หนึ่งในแรงงานต่างด้าว ซึ่งเคยหลบหนีเข้ามามาทำงานที่โรงงานเหล็กจังหวัดชลบุรีแล้ว 3 ปี เป็นผู้นำมา โดยแรงงานจะต้องจ่ายเงินเป็นค่าพาหนะเดินทาง 2 ต่อ ให้กับนายหน้าชาวไทย รวมเป็นเงินหัวละ 3,000 บาท โดยจะต้องจ่ายเงินเป็นค่ารถบัสโดยสารขนาดเล็กที่จะรอรับแรงงานจากจุดผ่านแดน ช่องจอม จ.สุรินทร์ ไปส่งที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุรินทร์ หัวละ 1,700 บาท และจะต้องจ่ายค่าโดยสารจากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดสุรินทร์ เพื่อต่อมาที่จังหวัดนครราชสีมา และไปสิ้นสุดที่จังหวัดชลบุรีอีกรายละ 1,300 บาท

          นายเลียะ หวาก รับสารภาพว่า หากได้ทำงานในไทยจะได้รับเงินค่าจ้างสูงเกือบ 4 เท่าของค่าแรงในประเทศ อีกทั้งทราบข่าวว่า รัฐบาลใหม่ของไทย เตรียมที่จะมีการปรับขึ้นค่าแรงวันละ 300 บาท  ก็ยิ่งทำให้มีความหวังที่จะได้รับเงินค่าจ้างสูงขึ้น จึงตัดสินใจพากันหลบหนีเข้าประเทศเพื่อมาทำงาน

          สำหรับ การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากทางกองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา มีคำสั่งให้ทางตำรวจทุกท้องที่เฝ้าจับตาความเคลื่อนไหวของกลุ่มแรงงาน ต่างด้าวที่อาจจะลักลอบเดินทางเข้ามาเพื่อขายแรงงานในประเทศอย่างผิด กฏหมายอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นช่วงที่จะมีการขึ้นค่าเป็นวันละ 300 บาท ตามนโยบายของพรรคการเมืองที่หาเสียงไว้ ซึ่งอาจจะทำให้แรงงานต่างด้าวแอบหลบหนีเข้ามามากเป็นพิเศษ

          ทั้งนี้ มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสายข่าวตามจุดผ่านแดนจังหวัดต่าง ๆ เพื่อหาข่าวความเคลื่อนไหว ของกลุ่มแรงงานต่างด้าว จึงทำให้ทราบว่า มีแรงงานชาวกับพูชาส่วนหนึ่งพยายามลักลอบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมาย จากชายแดนจังหวัดสุรินทร์ และจะใช้รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 จากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมา แห่งที่ 2 เดินทางต่อไปยังจุดหมายที่ จ.ชลบุรี เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต

          ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบตามที่สายข่าวรายงาน กระทั่งสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าวได้ในที่สุด

 

ทัวร์ช่องสะงำสู่นครวัดนครธมเปิดเดินทางล็อตแรก

 

 

          เวลา 07.30 น. วันที่ 17 กค 54 ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ประชาชนเขมรแห่ข้ามพรมแดนทั้งตำรวจทหาร พลเรือน ประชาชนประมาณ 2,000 คน  ข้ามพรมแดนซื้อสินค้าตลาดฝั่งไทยเพื่อกักตุนสำหรับการอุปโภคบริโภค เพราะเกรงว่าจะมีการปิดพรมแดนอีก หากศาลโลกพิพากษาไทยเรื่องกรณีพิพาทเขาพระวิหาร

          ตลาดนัดไทยกัมพูชา วันที่ 17 ก.ค.54  ถือว่า เป็นนัดแรกในประวัติการณ์ที่มีประชาชนคนเขมรทุกระดับแห่ข้ามพรมแดนมากเป็น ประวัติการณ์รับเทศกาลเข้าพรรษา ภายหลังสถานการณ์คลายความตึงเครียด ประชาชนทั้งสองประเทศเกิดความมั่นใจมากขึ้นด้านความปลอดภัย จึงไปมาหาสู่กันอย่างเป็นปกติ ขณะที่ลูกทัวร์เริ่มเดินทางไปเที่ยวนครธมนครชุดแรกจำนวน 12 คน

          นายนพดล ร่วมคิด อายุ 47ปี ประธานศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวไทยกัมพูชา กล่าวว่า ภายหลังจากการที่ประเทศไทยกัมพูชาขาดสัมพันธภาพที่ดีแก่กันมาระยะเวลาที่ ยาวนานพอสมควร ส่งผลการค้าการท่องเที่ยวหยุดชะงักลง ประชาชนสองประเทศขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ในการไปมาหาสู่กัน ภายหลังการเลือกตั้งส่งผลประชาชนของไทยกัมพูชาเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ความตึง เครียดจะคลี่คลายดีขึ้นตามลำดับ จึงทำให้การท่องเที่ยวกลับมาคึกอีกอีกครั้ง มีลูกทัวร์ของไทยได้สั่งจองทัวร์ล่วงหน้าหลายคณะ เดินทางไปเที่ยวนครธมนครวัด จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา โดยผ่านจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ  จ.ศรีสะเกษ

          พ.ต.เฮง พิรุน หัวหน้ากองวีซ่าด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองประเทศกัมพูชา ด่านช่องสะงำเมืองอัลลองเวง กล่าวว่าตั้งแต่ประเทศไทย ประเทศกัมพูชา มีความตึงเครียดกันที่ผ่านมาส่งผลธุรกิจการท่องเที่ยววูบลงทันทีไม่มีนัก ท่องเที่ยวชาวไทยข้ามพรมแดนผ่านจุดถาวรช่องสะงำ การค้า การท่องเที่ยวซบเซาอย่างมาก ขณะนี้สัมพันธไมตรีที่ดีต่อกันของชาวไทย ชาวกัมพูชาดีขึ้นมาตามลำดับแล้ว จึงอยากเชิญชวนประชาชนคนไทยไปเที่ยวดินแดนอารธรรมขอมโบราณนครธมนครวัด จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ประชาชนในประเทศกัมพูชายินดีให้การต้อนรับทุกท่าน

 

http://www.komchadluek.net/detail/20110718/103281/%E0%B8%97%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%9A.%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%88%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81.html

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 3613

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 18 ก.ค. 54 เวลา 08:35:59
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี