หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ผ้าพันคอราคาถูก ราคาส่ง เชียงใหม่ ลำพูน

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
เว็บบอร์ด » ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
รายละเอียดของห้อง : ข่าว ประเด็นสำคัญ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
ประมวลภาพ FTA Watch ประท้วงหน้า โรงแรมเซนทารา ดวงตะวัน ไนท์บาร์ซ่า

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
ประมวลภาพ FTA Watch ประท้วงหน้า โรงแรมเซนทารา ดวงตะวัน ไนท์บาร์ซ่า
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 19 ก.ย. 56 เวลา 16:58:18 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

 

 



“เราไม่ได้ค้านการเจรจา FTA แต่เราต้องการให้การเจรจาเป็นไปอย่างรอบคอบและสะท้อนข้อห่วงใย ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมามี FTA จำนวนมากที่ไม่เคยคิดถึงมุมที่เรากังวล ส่วนใหญ่คนที่ได้ คือคนที่ได้อยู่แล้ว ผลประโยชน์ก็กระจุกตัว แต่ผลกระทบกระจาย บางเรื่องเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาวกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ”

 

 

ข้อความข้างต้นคือ คำอธิบายถึงเหตุผลของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) ที่ต้องการสื่อสารให้สังคมรับรู้ว่า อย่าเพิ่งด่วนรำคาญใจกับการชุมนุมเรียกร้องให้ยุติการเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement: FTA) ระหว่างไทย-สหภาพยุโรป ที่ยืดเยื้อยาวนานมาจนทุกวันนี้

เป็นการยืนยันอีกคำรบว่า เหตุผลที่ต้องสู้จนหยดสุดท้าย เพราะผลประโยชน์จากข้อตกลงทางการค้าอันซับซ้อนซ่อนเงื่อนครั้งนี้จะกระทบกับความเป็นความตายของคนไทยไปจนชั่วลูกชั่วหลาน

หลายครั้งที่ผ่านมา เสียงตะโกนทักท้วงของภาคประชาสังคมอาจดังไม่ถึงหูผู้มีอำนาจตัดสินใจ จึงจำเป็นต้องอาศัย ‘เวทีข้างถนน’ เพื่อที่จะยับยั้งและเตือนสติทีมเจรจาฝ่ายไทยไม่ให้หลงคารมชาติมหาอำนาจยุโรป

 

18-19 กันยา ตบเท้าชุมนุมโดยสงบ

ขณะที่เมฆฝนกำลังปกคลุมทั่วฟ้าเมืองไทย แต่ที่จังหวัดเชียงใหม่เวลานี้กลับร้อนระอุจนแทบทะลุจุดเดือด โดยเฉพาะเมื่อมีการตั้งโต๊ะเจรจา FTA ไทย-ยุโรป รอบที่ 2 ระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน ที่โรงแรมเลอเมอริเดียน เชียงใหม่ เป็นเหตุให้เครือข่าย FTA Watch ต้องออกมาชุมนุมแสดงพลังกันอีกครั้ง

นิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ระบุว่า ในนามของกลุ่ม FTA Watch ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของหลายภาคส่วน ทั้งเครือข่ายเกษตรทางเลือก กลุ่มเกษตรอินทรีย์ เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ เครือข่ายงดเหล้า เครือข่ายผู้บริโภค และกลุ่มคนรักหลักประกันสุขภาพ จะมีการนัดชุมนุมเพื่อแสดงพลังเรียกร้องให้ทีมเจรจาของรัฐบาลไทยตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ขอให้เจรจาอย่างรอบคอบ และต้องไม่ยอมรับข้อตกลงใดๆ อันจะมีผลกระทบต่อประชาชนวงกว้างทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

“การชุมนุมครั้งนี้จะมีภาคประชาสังคมไทยมาร่วมกว่า 2,000 คน เป็นการชุมนุมอย่างสงบ โดยจะมีกิจกรรมรณรงค์เพื่อสร้างความรู้ในเรื่องการค้าเสรีและผลกระทบต่อประชาชน เพราะถ้าหากเรายอมตามข้อเรียกร้องของสหภาพยุโรป โดยเฉพาะเรื่องสิทธิบัตรยาจะกระทบต่อระบบสุขภาพของประเทศอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงอยากเชิญชวนให้คนเชียงใหม่ได้เข้ามาร่วมเรียนรู้ทำความเข้าใจไปด้วยกัน ระหว่างวันที่ 18-19 กันยายนนี้ ณ บริเวณข่วงประตูท่าแพ”

 

 

ทางด้านสุภัทรา นาคะผิว ประธานคณะกรรมการองค์กรพัฒนาเอกชนด้านเอดส์ และผู้อำนวยการมูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ กล่าวว่า หากประเทศไทยยอมให้มีการเจรจาความตกลงการค้าเสรีในส่วนทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินกว่าความตกลงทริปส์ (TRIPs-plus) จะก่อให้เกิดการผูกขาดตลาดอย่างยาวนาน ทำให้ราคายาแพงขึ้น ประเทศชาติต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านยาเพิ่มขึ้นมหาศาล ส่งผลให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงยาได้ รวมทั้งส่งผลกระทบด้านลบต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยาสามัญภายในประเทศ ที่สำคัญคือประโยชน์ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับบรรษัทยาข้ามชาติเท่านั้น

“ถ้ายอมรับข้อตกลงทริปส์พลัสด้านยา หรือยอมให้มีการขยายการคุ้มครองสิทธิบัตรยาเพิ่มขึ้นอีก 5 ปี จะมีผลทำให้ค่าใช้จ่ายด้านยาเพิ่มขึ้นอีกเป็น 27,883 ล้านบาท/ปี และหากยอมปล่อยให้มีการผูกขาดข้อมูลการขึ้นทะเบียนตำรับยา หรือ Data Exclusivity จะมีผลทำให้ค่าใช้จ่ายด้านยาของไทยเพิ่มขึ้น 81,356 ล้านบาทต่อปี”

ข้อกังวลของภาคประชาสังคม นอกจากประเด็นการผูกขาดสิทธิบัตรยาของบริษัทต่างชาติแล้ว ยังรวมถึงการผูกขาดเมล็ดพันธุ์พืชที่อาจนำมาซึ่งวิกฤติอาหารและความล่มสลายของวิถีเกษตรกรรมทั้งประเทศ

กิ่งกร นรินทรกุล ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) ระบุว่า ข้อเรียกร้องของสหภาพยุโรปที่มีต่อไทยมี 3 เรื่องหลักคือ ต้องเป็นภาคี UPOV 1991 ภาคีสนธิสัญญาบูดาเปสต์ (Budapest Treaty) และยอมรับสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิต ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและทรัพยากรชีวภาพของประเทศอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ สนธิสัญญา UPOV 1991 จะทำให้เกิดการผูกขาดพันธุ์พืชเพิ่มอีก 8 ปี จากเดิมที่คุ้มครองอยู่ 12 ปี รวมทั้งหมดจะมีการคุ้มครองพันธุ์พืชนานถึง 20 ปี โดยสนธิสัญญาดังกล่าวจะบังคับให้ไทยต้องปรับปรุงจนถึงขั้นยกเลิกกฎหมายพันธุ์พืช พ.ศ. 2542 ทำให้เกษตรกรผู้ใช้เมล็ดพันธุ์จะต้องจ่ายแพงขึ้น และหากเกษตรกรเก็บรักษาพันธุ์พืชเพื่อนำไปปลูกต่อจะถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ มีความผิดถึงขั้นจำคุกและต้องจ่ายค่าเสียหายแก่บริษัท ขณะเดียวกัน วิสาหกิจชุมชนที่ปรับปรุงพันธุ์พืชจากพันธุ์พืชที่พัฒนาขึ้นใหม่ก็ไม่สามารถทำได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบอาหารของประเทศอย่างกว้างขวาง ถือเป็นการทำลายอธิปไตยทางอาหารของประเทศ

ก่อนหน้านี้ กลุ่ม FTA Watch ได้ยื่นหนังสือแสดงท่าทีต่อนายโอฬาร ไชยประวัติ ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาฝ่ายไทย โดยนายโอฬารยืนยันว่าจะไม่ยอมรับเนื้อหาการเจรจาที่เกินกว่าข้อตกลงด้านทรัพย์สินทางปัญญาขององค์การการค้าโลก พร้อมรับปากว่าจะยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม ทางเครือข่ายจะยังคงเฝ้าติดตามว่า ทีมเจรจาฝ่ายไทยจะมีความจริงใจในการรักษาจุดยืนเดิมตามที่กล่าวอ้างไว้จริงหรือไม่ รวมทั้งเกาะติดความคืบหน้าในการเจรจารอบ 3 ที่จะจัดขึ้นในเดือนธันวาคมปีนี้ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ก่อนที่จะได้ข้อสรุปการเจรจาภายในสิ้นปี 2557

 

 

FTA ไทย-สหรัฐ บทเรียนที่ถูกลืม

ความไม่โปร่งใสของเนื้อหาและรายละเอียดในการเจรจา FTA ไทย-ยุโรป นับเป็นปมเหตุสำคัญที่ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่า สุดท้ายแล้วไทยจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแทบทุกด้านภายใต้กรอบกติกาที่ยุโรปเป็นผู้วางหมาก โดยมีกลุ่มการเมืองและกลุ่มธุรกิจเพียงไม่กี่รายที่จะได้ผลประโยชน์จากการเจรจาเขตการค้าเสรีครั้งนี้

แม้จะมีเสียงทักท้วงอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภาครัฐด้วยกันเองและภาคประชาสังคมว่ากระบวนการเจรจาไม่โปร่งใส ไม่รอบคอบ ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ดูเหมือนว่าแผนการเจรจา FTA ไทย-ยุโรป จะถูกมือที่มองไม่เห็นเร่งรัดให้สำเร็จโดยเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นที่ฝ่ายทักท้วงไม่อาจยอมรับได้เลยก็คือ ข้อตกลงที่เกี่ยวข้องกับยา ซึ่งสหภาพยุโรปพยายามสอดแทรกเงื่อนไขให้ไทยเพิ่มมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาเกินกว่าที่องค์การการค้าโลกกำหนดไว้ใน ‘ความตกลงทริปส์’ (Agreement on Trade-Related Aspects of Intellectual Property Rights: TRIPs Agreement) หรือที่เรียกว่า ‘ทริปส์พลัส’ (TRIPs-plus)

กล่าวโดยสรุป สิ่งที่สหภาพยุโรปต้องการคือ ขยายอายุการคุ้มครองสิทธิบัตรยา ผูกขาดข้อมูลทางยาหรือการขึ้นทะเบียนตำรับยา เพิ่มกรอบความคุ้มครองสิทธิบัตร แทรกแซงการจัดซื้อและจัดหายาของประเทศ เพิ่มการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและมาตรการผ่านแดนอย่างเข้มงวด และจำกัดการใช้มาตรการยืดหยุ่นในความตกลงทริปส์

กล่าวคือ กรณีที่ประเทศไทยประสบภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข เช่น เกิดโรคระบาดและยาที่ใช้รักษาขาดแคลน หรือยาที่จำเป็นมีราคาแพงเกินกว่าที่ประชาชนจะจ่ายได้ จะไม่สามารถผลิตยาเอง หรือนำเข้ายาจากที่อื่นซึ่งมีราคาถูกกว่า เพราะทำให้บรรษัทยาข้ามชาติเสียประโยชน์

หากไทยยอมรับข้อเรียกร้องที่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์ จะทำให้ไทยมีรายจ่ายด้านยาเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงยาของคนไทย ต่อเนื่องไปจนถึงคุณภาพชีวิตและสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาอุตสาหกรรมยาของไทยเพื่อที่จะลดการนำเข้า ‘ยานอกราคาแพง’

ด้วยเหตุนี้ นโยบายแห่งชาติด้านยา พ.ศ. 2554 และยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบยาแห่งชาติ พ.ศ. 2555-2559 จึงระบุไว้ชัดเจนว่า “การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ต้องไม่ผูกพันประเทศเกินไปกว่าความตกลงว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า”

นอกจากนี้ สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชุดที่ 2 ยังเคยเสนอความเห็นและข้อเสนอแนะแก่รัฐบาลเมื่อปี พ.ศ. 2539 เรื่อง FTA ไทย-สหรัฐ ที่มีข้อเสนอไม่ต่างจาก FTA ไทย-ยุโรป ว่า รัฐบาลไม่ควรนำประเด็นทรัพย์สินทางปัญญามาเจรจาภายใต้ระบบทวิภาคีไทยกับสหรัฐ เนื่องจากผลประโยชน์จากการส่งออกสินค้าที่สหรัฐนำมาเป็นเงื่อนไขแลกเปลี่ยนนั้น เทียบไม่ได้เลยกับผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนไทย เกษตรกร ผู้บริโภคทั้งหมด และผู้ป่วย รวมถึงการวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมด้านยา และอุตสาหกรรมชีวภาพของไทย จึงขอให้รัฐบาลยุติการเจรจาไว้ก่อน

จากความเห็นของหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข กรมทรัพย์สินทางปัญญา และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ต่างมีข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกันว่า FTA ไทย-สหรัฐ ‘ได้ไม่คุ้มเสีย’ ส่งผลให้มีการหยุดการเจรจาไว้ชั่วคราว ซึ่งบทเรียนครั้งนั้นสามารถนำมาเทียบเคียงกับ FTA ไทย-ยุโรป ได้ในทุกประเด็น

 

 

ถามหาประชาพิจารณ์

ความพิลึกพิลั่นของกระบวนการเจรจา FTA ไทย-ยุโรป ไม่เพียงแต่จะมีการเร่งรัดอย่างผิดสังเกต แม้กระทั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศก็ยังมีท่าทีกลับลำ โดยหันไปสนับสนุนให้ไทยรับข้อตกลงทริปส์พลัสของยุโรป

สำคัญที่สุดคือ ณ วันนี้ยังไม่มีกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกรอบการเจรจา FTA ไทย-ยุโรป ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 190 แต่อย่างใด

การไม่ทำประชาพิจารณ์ร่างกรอบการเจรจา ทำให้เกิดข้อสงสัยเคลือบแคลงในเจตนาของรัฐบาลและหน่วยงานรัฐ เพราะนอกจากจะสุ่มเสี่ยงต่อการขัดมาตรา 190 แล้ว ยังเป็นการปิดหูปิดตาไม่ให้ประชาชนทั่วไปได้เห็นรายละเอียดของเนื้อหาในการเจรจาแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ครั้งนี้

ยิ่งปิดลับ ยิ่งเกิดคำถาม ยิ่งสกัดกั้น ประชาชนยิ่งลุกฮือ และสุดท้ายหากผลการเจรจามีข้อสรุปออกมาว่า ตัวแทนฝ่ายไทยยอมศิโรราบต่อเงื่อนไขของยุโรป ประเทศไทยอาจต้องสูญเสียอธิปไตยในระบบสาธารณสุขอย่างไม่อาจเรียกร้องกลับคืนมาได้

เนื้อหาจาก http://waymagazine.org/report/fta-eu/

 

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 557

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 19 ก.ย. 56 เวลา 16:58:18
 

 

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ 08-0500-1180 เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | เครื่องฟอกอากาศ เชียงใหม่-ลำพูน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี