หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
เว็บบอร์ด » ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
รายละเอียดของห้อง : ข่าว ประเด็นสำคัญ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
รายงานล่าสุด แกนนำ นปก.น้องใหม่ ขึ้นเหนือดีเบต รธน. ที่ มช.

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
รายงานล่าสุด แกนนำ นปก.น้องใหม่ ขึ้นเหนือดีเบต รธน. ที่ มช.
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 02 ส.ค. 50 เวลา 13:24:46 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

วันนี้ (1 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมใหญ่ชั้น 2 อาคาร 3 คณะสังคมศาสตร์ มีการอภิปรายในหัวข้อ การลงประชามติกับอนาคตสังคมไทย โดนมีผู้อภิปรายคือ ผศ.ดร.เมธาพันธุ์ โพธิธีรโรจน์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ ประธานรุ่นสอง และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ มูลนิธิกระจกเงาและแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ โดยมี รศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งการอภิปรายนี้ต่อจากการอภิปรายในช่วงเช้า ที่มี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพทูรย์ เลขาธิการคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายวุฒิสาร ตันไชย สสร. และนักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า

 

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เกริ่นกับผู้ร่วมเสวนาว่าเวลาฟังสิ่งที่เขาพูด ขอให้ระวังสิ่งที่เขาพูด เพราะคุณอาจจะไม่ยอมรับ ดังนั้นผู้ฟังจะต้องมีกล่อง 2 กล่อง คือกล่องความคิดเห็น และกล่องข้อเท็จจริง ความแตกต่างระหว่างข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริงคือ คนเราแตกต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นเหมือนกัน เขาหวังว่าถ้ามีการแลกเปลี่ยนกันจะดีมาก โดยคำนึงว่าข้อเท็จจริงแตกต่างไม่ได้ แต่ข้อคิดเห็นอาจแตกต่างกันได้

 

แกนนำ นปก. รุ่น 2 ผู้นี้ กล่าวว่า เขาจะไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่จะสร้างหรือยืนยันว่าอำนาจเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญต้องกำหนดและยืนยันว่าอำนาจเป็นของเรา หรือระบอบประชาธิปไตยคืออำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน รัฐธรรมนูญต้องทำหน้าที่นี้ให้ได้

 

หลักสามประการในการวิเคราะห์เรื่องรัฐธรรมนูญของผมคือดูว่า ประการที่หนึ่ง รัฐธรรมนูญมีที่มาอย่างไร ซึ่งเราเคยมีรัฐธรรมนูญประชาชนปี 2540 แต่โดนท็อปบู๊ตฉีกจากการทำรัฐประหาร หรือ การฆ่ารัฐทำให้หลักการอำนาจของประชาชน ได้แก่ อำนาจบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ การมีผู้แทนของประชาชนจากการเลือกตั้งไปบริหารประเทศ อำนาจตุลาการ ที่ต้องอ้างอิงต่อกฎหมาย กฎหมายก็มาจากผู้แทนปวงชนชาวไทย ทุกคนเสมอกันตามกฎหมาย นี่คือประชาธิปไตย ถูกฉีกทิ้งโดยรัฐประหาร

 

ในการรัฐประหารมีการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2549 โดย คปค. ซึ่งเป็นคนๆ เดียวคือประธาน คมช. สามารถตั้งหรือปลดนายกรัฐมนตรีได้ ออกกฎหมายผ่าน สนช. แต่เขาไม่ได้เป็นผู้แทนเรา มีการยุบศาลรัฐธรรมนูญ แล้วตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญขึ้นมา ตั้ง คตส.ขึ้นมา เป็นการใช้อำนาจโดยคนกลุ่มหนึ่ง รัฐธรรมนูญปี 2549 จึงเป็นเผด็จการ ไม่มีจุดเกาะเกี่ยวโดยประชาชน เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีประชาชน และละเมิดอำนาจประชาชนด้วยการทำรัฐประหาร

 

สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญก็มีจากการตั้งโดย คมช. ซึ่งนายสมบัติพูดว่า “ผมขอกล่าวหาว่าเขามีวาระชัดเจนมากในการที่จะทำให้รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นไปในทิศทางที่ คมช. ต้องการให้เป็น รัฐธรรมนูญนี้คือการรับซื้อของโจร เพราะไปปล้นอำนาจเขามา ที่มาจึงไม่สง่างามแถมอัปลักษณ์

 

ประการที่สอง ในเรื่องกระบวนการ ที่มีการโฆษณาว่า ‘ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญมันจริงหรือเปล่า ทำไมเสียงที่แตกต่างจึงไม่ปรากฏในการลงประชามติ มันเป็นการทำพอเป็นพิธีว่ามีการรับฟังความเห็น แต่ไม่รับฟังกันจริง ตัวเขาในฐานะที่คัดค้าน คมช. แต่แรก โดยร่วมกันออกแถลงการณ์ในวันที่ 20 กันยายนในนาม เครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร ว่าเราขอขัดขืน

 

ผมมองว่ากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ เป็นกระบวนการที่ถูกร่างโดยคนของเขา แต่เอางบของประเทศมามีการจัดประชาพิจารณ์ แต่ถามว่ามีกี่ครั้งที่มีความเห็นต่างปรากฏบนเวทีพูดคุยเรื่องร่าง รัฐธรรมนูญ คมช. ที่มีอาจารย์เจิมศักดิ์และซูโม่ตู้เป็นผู้ดำเนินรายการ

 

นายสมบัติกล่าวว่าเมื่อใกล้วันลงประชามติยังมีจังหวัดที่ประกาศใช้กฎอัยการศึก 35 จังหวัด เป็นเหตุให้ผมไปนอนในค่ายทหารที่ จ.เชียงราย เมื่อ 6 ก.ค. ผมก็จัดปราศรัยว่าผมไม่รับรัฐธรรมนูญปี 2550 ผมได้รับความกรุณาด้านความรู้ ทหารที่มีตำแหน่ง ผอ.กองข่าวบอกว่า คุณรู้ไหมโทษของกฎอัยการศึก คือ ประหาร...ชีวิต ผมคิดในใจว่า มึงบ้าหรือเปล่าแต่เขาก็ไม่ได้บอกทหารไปไป

 

นายสมบัติเห็นว่ากระบวนการลงประชามติครั้งนี้ มันกดทับ มันไม่มีบรรยากาศเสรีเพื่อแลกเปลี่ยนในสังคมไทย ไม่มีพื้นที่สื่อในการถกเถียง พื้นที่ที่มีอยู่ก็เล็กและแคบ และผมรู้สึกเหมือนอยู่ในท่อ เขารู้สึกเหมือนหนู ผิดกับตอนที่ชาวยุโรปจะรวมกันเป็นสหภาพยุโรป บรรยากาศมันตื่นเต้นมาก ที่เขาออกมารณรงค์ว่าเขาจะรวมกัน และรณรงค์ว่าเขาจะแยกกัน บรรยากาศมันมีสีสันมาก มีคนออกมารณรงค์ทั้งสองฝ่าย และมีการถกเถียงกันลึกซึ้ง ซึ่งคุณไม่มีทางจะเห็นบรรยากาศการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์สังคมไทย ที่ควรจะ “ฟรี และ แฟร์นายสมบัติจึงเสนอมา รัฐควรเปิดพื้นที่สื่อของรัฐ ให้คนมาถกเถียงกันในเรื่องนี้

 

ประการที่สาม คือเนื้อหา นายสมบัติกล่าวว่าเขารับไม่ได้กับมาตรา 309 ในร่างรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งนายสมบัติเห็นว่า มาตราที่จะทำให้การรัฐประหารวันที่ 19 กันยา เป็นสิ่งที่ถูกต้อง กฎ ประกาศ คปค. เป็นกฎหมายถูกต้อง มาตรา 309 จะทำให้การแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญซึ่งไม่ใช่ศาลถูกต้อง จะทำให้ คตส. ถูกต้อง กรณีคาร์บอมหากเป็นแผนการทำรัฐประหาร ไต่สวนแล้วเป็นเรื่องจริง ก็เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย และถูกรับรองโดยปวงชนชาวไทย ผ่านประชามติ ไม่ว่า คตส.จะยึดทรัพย์ใคร เขาไม่ผิด เพราะรัฐธรรมนูญรับรองการกระทำของเขาตลอดไป

 

ในรัฐธรรมนูญปี 2540 ตำรวจจับคนร้ายผิดตัว ยิงผิดคน รัฐต้องรับผิดชอบ มันเป็นความเป็นธรรมทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นจะมีศาลปกครองไว้ทำไม ศาลปกครองสร้างไว้ตาม รธน. 2540 ให้เอกชนฟ้องรัฐได้

 

นายสมบัติกล่าวกับผู้ร่วมเสวนาว่า “สถานะของท่าน ในการรับร่างรัฐธรรมนูญต้องรู้ข้อเท็จจริงข้อหนึ่งว่า ทหารจำนวนมากที่ขนย้ายมาทำรัฐประหารได้รับคำสั่งว่าจะไปฝึก ผมคุยกับรุ่นน้องที่เป็นทหารเกณฑ์ ซึ่งบอกว่าในวันรัฐประหารนั้น เขาได้ถูกเชิญให้อยู่รังสิตและถือปืน ซึ่งเขารู้ทันที่ว่า ไม่ได้เอากูมาฝึก เอามาทำรัฐประหาร แต่ถ้าผู้บังคับบัญชาสั่งยิงประชาชน เขาจะหันปากกระบอกปืนไปยิงผู้บังคับบัญชา รัฐธรรมนูญปี 2550 สภาพของเราก็ไม่ต่างกับทหารเกณฑ์คนนั้น เพราะเราต้องไปรับรองการรัฐประหารว่าเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย ซึ่งผมรับไม่ได้

 

อีกเรื่องที่ผมรับไม่ได้คือ ประชาธิปไตยอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน แต่ปรากฏว่ามันมี ‘หุ้นลมใน ส.ว. 74 คน ที่มาของ ส.ว. ซึ่งทำหน้าที่ผู้แทนปวงชนชาวไทย สามารถแต่งตั้ง ถอดถอนได้แม้แต่คนที่ประชาชนแต่งตั้ง คำถามคือหุ้นลมนั้นเป็นใคร พวกเขาไม่ใช่ผู้แทนปวงชน แต่ใช้อำนาจประหนึ่งผู้แทนปวงชนมันผิดหลักการประชาธิปไตย

 

นายสมบัติอุปมาว่า เหมือนบ้านที่เรานอนอยู่ มีคนบอกว่าฝ้าไม่สวย ไม่มีสระว่ายน้ำ เป็นดินหน้าบ้านขี้โคลน เอาอย่างนี้คุณออกมาก่อน มาอยู่ค่ายกักกันปีหนึ่งนะ อดทนหน่อย เราจะสร้างบ้านให้สวยเลย มีสระว่ายน้ำ มีวอลเปเอร์ มีเสรีภาพ มีการลดแลกแจกแถม แต่ตอนทำนิติกรรม ตอนเซ็นว่าใครจะเป็นเจ้าของบ้าน ดันโผล่ว่าคุณไม่ใช่เจ้าของคนเดียว คนร่างพวกอำมาตย์ ทหารเข้ามาขอถือหุ้นลมในบ้านด้วย เหมือนกับครึ่งหนึ่งของ ส.ว. ตามรัฐธรรมนูญปี 2550

 

นายสมบัติกล่าวว่า ไม่ใช่ว่าเขามองไม่เห็นความก้าวหน้าในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ (2550) เขาเห็นว่ามันมีเสรีภาพขึ้น แต่อำนาจไม่ได้เป็นของเรา แถมถือปืนด้วย

 

หลังการเลือกตั้งไปแล้ว คนพวกนี้ไม่ออกไปจากระบบง่ายๆ นะครับ เพราะเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว จะมีการยุบ คมช. ออกไป แต่อย่าคิดว่าเขาออกนะ เหมือนกับ คปค. ที่ประกาศว่าเมื่อยึดอำนาจ 2 สัปดาห์ จะถอยออกไปเพื่อตั้งรัฐบาลพลเรือน แต่กลับตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรีนายสมบัติกล่าว

 

ผศ.ดร.เมธาพันธุ์ โพธิธีรโรจน์ ประธาน นปก. รุ่นสอง กล่าวว่าเขาเป็นประธาน นปก. รุ่นสอง แทนรุ่นที่หนึ่งที่เข้าไปศึกษาในโรงเรียน คาดว่าจะได้ออกมาในไม่ช้านี้

 

ประธาน นปก. รุ่นนี้กล่าวว่า เรื่องรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายปกครองสูงสุดของประเทศ ต้องมาจากอำนาจอธิปไตยของประชาชน หมายความว่าคนที่จะมาเขียนรัฐธรรมนูญให้พวกเรา ต้องมีกระบวนการที่ต้องเลือกตัวแทนประชาชนเข้าไป ดังนั้น การเข้าไปเขียนกฎหมายปกครองสูงสุดประชาชนต้องเลือกตัวแทนเข้าไปเขียนเหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น สสร.เลือกกันเอง 25 คน คมช. เลือก 10 คน แสดงว่าขั้นการเขียนรัฐธรรมนูญไม่ได้มาจากประชาชน

 

ระหว่างที่มีการเขียน มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนไป “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ตอนที่ กมธ.ยกร่างไปร่างที่โรงแรมที่ชะอำ มีพระไปขอ ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมร่างรัฐธรรมนูญ นต.ประสงค์ สุ่นศิริ, ศ.ดร.สมคิด เลิศไพทูรย์ และธงทอง จันทรางศุ ขอบรรจุคำว่าพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ กมธ. ไม่สนใจ พวกเขาคิดว่า พุทธศาสนาซึ่งคนส่วนใหญ่นับถือเป็นยาพิษหรือ นี่จึงเป็นการย้อนยุคไปสู่ยุคที่ข้าราชการประจำมีอำนาจ นายกรัฐมนตรีเป็นเพียงผู้ทำตามที่ข้าราชการประจำเขียนให้เท่านั้น

 

ผศ.ดร.บรรจบ กล่าวว่า กรรมาธิการยกร่างฯ 35 ท่าน มีอคติต่อนักการเมือง ต่อประชาชน ที่เป็นเจ้าของอำนาจ คิดว่าประชาชนถูกซื้อ พรรคนี้ได้เสียงเข้าสภาเพราะซื้อมา จึงคิดที่จะมิให้ประชาชนได้ใช้อำนาจให้มากที่สุด ในเรื่องของ ส.ส.จึงออกมาเป็นเขตใหญ่เรียงเบอร์ 3 คน เพื่อไม่ให้ ส.ส.ซื้อเสียง นี่จึงเป็นการดูถูกประชาชน

 

ในประเด็นรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ชูเรื่องลดอำนาจรัฐนั้น เขาเห็นว่าการเลือกตั้งเป็นช่องทางให้ตัวแทนประชาชนไปบริหาร เสียงข้างมากบริหาร เสียงข้างน้อยเป็นฝ่ายค้าน แล้วอยู่ๆ รัฐธรรมนูญปี 2550 จะไปเอาอำนาจของประชาชนไปได้อย่างไร การลดอำนาจรัฐเพื่อเอาไปมอบอำนาจให้ข้าราชการประจำจะมีประโยชน์อะไร การลดอำนาจรัฐให้ประชาชนมีส่วนร่วมนั้น เราจะมีพรรคการเมือง มีนักการเมืองทำไม

 

ส.ส.ร.คิดว่า ทักษิณคือตัวปัญหา พวกเขานอนก็เห็นทักษิณ ตื่นก็เห็นทักษิณ กินก็เห็นทักษิณ คิดว่าทักษิณได้เสียงข้างมากเพราะซื้อเสียงมา เลยคิดว่าทำอย่างไรไม่ให้พรรคการเมืองไม่ได้เสียงข้างมาก โดยไม่คิดว่าเขาใช้นโยบาย คงไม่มีนักการเมืองคนไหนไม่ใช้เงิน แต่ต้องดูว่าเขานำนโยบายมาสู่ภาคปฏิบัติได้หรือเปล่า

 

ส่วนเรื่อง ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ส.ส.ร.ชุดนี้เห็นว่าเป็นสภาผัวเมีย จึงกำหนดให้รัฐธรรมนูญปี 2550 มีคน 7 คน สรรหาคน 74 คน นี่จึงเป็นการดูถูกประชาชน ส่วนที่เหลือเลือกมา 76 คนจากแต่ละจังหวัดนั้น ผศ.ดร.บรรจบเห็นว่าประชากร จ.เชียงใหม่ กับ จ.ระนอง มีประชากรไม่เท่ากันแต่ได้ ส.ว.เท่ากันคือ 1 คน เมื่อกำหนดที่มาของ ส.ว.ไม่ชัดเจนเช่นนี้ คนที่นั่งฟังในนี้จะมีโอกาสได้เป็น ส.ว. กันหรือ ดังนั้น ในระบอบประชาธิปไตยที่ไม่มั่นใจในอำนาจของประชาชนจึงเป็นอำมาตยาธิปไตย เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับอำนาจประชาธิปไตยของประชาชน มันจะเป็นกฎหมายสูงสุดของประชาชนได้อย่างไร

 

ผศ.ดร.บรรจบเห็นว่า รัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นเรื่องที่สิทธิเสรีภาพไม่ได้ดีขึ้น เพราะ copy มาจากรัฐธรรมนูญปี 2540 และถ้าสิทธิเสรีภาพดีจริง ต้องยกเลิกกฎอัยการศึก 35 จังหวัดได้แล้ว

 

เขาทำนายว่า ถ้ารัฐธรรมนูญปี 2550 ผ่านประชามติจะเป็นรัฐบาลผสมแน่นอน แล้วจะเอานโยบายพรรคไหนมาบริหารประเทศ มันจะทำให้บ้านเมืองกลับไปสู่สมัยเดิม เขาเห็นว่าโฆษณาของรัฐบาลที่มีปัญหาคือ ถ้ารัฐธรรมนูญนี้ผ่านจะมีการเลือกตั้ง แต่นายนรนิติ ประธาน ส.ส.ร.ยังบอกว่าไม่มีทางเลือกตั้งทันปีนี้ ต้องออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญอีก ดังนั้นเขาเห็นว่าหากนำรัฐธรรมนูญ 2540 มาใช้ก็ไม่ต้องแก้อะไร สามารถเลือกตั้งในปีนี้ได้ทันที

 

ส่วนมาตรา 79 ที่รัฐต้องคุ้มครองพุทธศาสนาที่ประชาชนชาวไทยนับถือมาช้านาน และคุ้มครองศาสนาอื่น ผศ.ดร.บรรจบเห็นว่าไม่รู้จะเขียนมาตรานี้ทำไม เพราะคนเราก็นับถือกันมาแต่สมัยโคตรพ่อโคตรแม่ แถมเขียนว่าศาสนาอื่นด้วย ยิ่งเป็นการลดชั้น เพราะกษัตริย์ตั้งแต่สุโขทัยก็ถือว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดย ผศ.ดร.บรรจบเสนอว่ารัฐธรรมนูญควรเขียนว่าจะสนับสนุนงบประมาณให้ศาสนาต่างๆ ตามสัดส่วนของจำนวนประชากร

 

ในช่วงของการแลกเปลี่ยน ผู้ร่วมเสวนาผู้หนึ่งกล่าวว่า เขามีเพื่อนชื่อ ดร.สมคิด เคยเรียนมาด้วยกัน ช่วงเช้าได้ถาม ดร.สมคิดว่าเผด็จการกับประชาธิปไตย จะเอาอะไร จะเอาเนื้อหาหรือรูปแบบ ผู้ร่วมเสวนาผู้นี้ตั้งคำถามในการเสวนาว่าการเลือกตั้งปลายปีนี้เป็นทางออกใช่หรือไม่ เขาคิดว่าถามเผด็จการไม่ได้เพราะมันไปไม่ได้กับประชาธิปไตย ผมเสนอว่าการเลือกตั้งปลายปีนี้เป็นการยกหินที่ทับปัญหาไว้ กดทับจิตวิญญาณของนักประชาธิปไตย ไม่ว่ากฎอัยการศึก หรือ พรบ.ความมั่นคงที่จะถูกผลักดัน อยากให้มีจิตสำนึกประชาธิปไตยเสียที อย่ารอให้ประชาธิปไตยหล่นมาจากฟ้า มีการอ้างว่าเพราะประชาชนไม่มีการศึกษา เขาจึงต้องถาม ดร.ธเนศวร์ (รศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง ผู้ดำเนินรายการ) ว่าต้องให้คนทุกคนจบปริญญาเอกทางรัฐศาสตร์หรือไม่ ตัวเขาเลือกทักษิณเป็นสิทธิของเขา เขาอยู่ชลบุรีจะเลือกกำนันเป๊าะว่าเป็นสิทธิของเขา การเลือกตั้งทำไมต้องให้คนมาชี้ว่าประชาชนไม่มีจิตวิญญาณพอที่จะเลือกตั้ง

 

ผู้ร่วมเสวนาอีกคนหนึ่งกล่าวว่า ในประวัติศาสตร์การเมืองประชาชนเสียสละจำนวนมาก นักศึกษาในอดีตเสียสละนับร้อย ตนเห็นว่าถ้ายังเป็นเผด็จการเช่นนี้ ตนขอทำนายว่าจะต้องมีพรรคคอมมิวนิสต์ใหม่เกิดขึ้นแน่นอน

 

นายสมบัติ กล่าวในช่วงท้ายของการเสวนาว่า ถ้าเผด็จการอยู่ต่อไป สถานการณ์จะเลวร้ายเรื่อยๆ เหมือนประเทศพม่า เพราะมันสูบกินอำนาจเป็นอาหาร ถ้าเป็นประชาธิปไตย กลไกของระบอบประชาธิปไตยมันจะควบคุมเอง จะมีการเปลี่ยนรัฐบาล ภาคประชาชนจะเติบโตแข็งแรง สื่อมวลชนเข้มแข็ง องค์กรอิสระสามารถตรวจสอบความชั่วช้าของนักการเมืองให้มันดีขึ้น

 

จะเห็นว่ากระบวนการประชาธิปไตยมันวิวัฒนาการให้การเมืองดีขึ้น แต่เรากลับไปยืมมือนักเลงหน้าปากซอยมาทำลายการเติบโตของประชาธิปไตยและทำให้บ้านเมืองเป็นเผด็จการทหารอีกครั้ง เรามีสองทางเลือกคือจะเอาระบบเผด็จการที่เมื่อเข้ามาใหม่ๆ ก็ท่าทางสุภาพ แต่อยู่ไปนานๆ จะชั่วช้า กับอีกทางคือเอานักการเมืองที่โกงกินแต่อยู่ไปนานๆ คนพวกนี้จะดีขึ้น ถามว่า คุณจะให้โอกาสอะไร อยู่กินกับอะไร

 

นายสมบัติกล่าวว่า ในปีนี้งบประมาณกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นกว่า 50,000 ล้านบาท จะเอาเงินไปซื้อรถเกราะที่ยูเครน แต่เสื้อเกราะสำหรับตำรวจ ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องสลับกันใส่ เพราะไม่เพียงพอ และขอบริจาค นายสมบัติยังเห็นว่าการเมืองในอนาคต มันจะสะท้อนว่ารัฐทหารจะซ้อนรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไม่ต้องทำมาหากินอะไร ต้องมัวเอาเงินไปป้อนรัฐทหาร จะเห็นว่าประธานบอร์ดรัฐวิสาหกิจเป็นทหารทั้งนั้น การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย กรรมการบอร์ดประชุมมีเบี้ยประชุมครั้งละหมื่น แต่สมัยนี้เปลี่ยนเป็นเบี้ยเลี้ยงประชุมครั้งละห้าหมื่น ถามว่ารัฐบาลหน้าจะกล้าย้ายประธานและกรรมการบอร์ดรัฐวิสาหกิจหรือไม่

 

นายสมบัติกล่าวว่า มีคนถามเขาว่าออกมาสู้ทำไม ในเมื่อรู้แล้วว่าสู้แล้วแพ้ เขาเห็นว่าสู้แล้วก็รู้ว่าแพ้จึงไม่สู้ เป็นวิธีคิดแบบที่พรรคประชาธิปัตย์รู้ว่าเลือกตั้งแพ้จึงไม่ลงเลือกตั้ง แต่เขาเห็นว่า ต้องมีสปิริตสู้เพราะตัวเขาเป็นประชาชน

 

ผศ.ดร.บรรจบ กล่าวทิ้งท้ายว่า การลงประชามติไม่รับหรือไม่รับ ไม่ได้แปลว่าเอาทักษิณหรือไม่เอาทักษิณ เพราะบ้านเมืองไม่ใช่ทักษิณ ตอนนี้มีการรัฐประหาร เหมือนมีโจรมาปล้นบ้าน ดังนั้นหน้าที่ของประชาชนคือไล่โจรออกจากบ้าน การมีคนวางตัวเป็นกลาง คือคนเข้าข้างโจร ตนเห็นว่าประชาชนไม่มีทางเลือกอื่นต้องไล่โจรปล้นบ้าน ประธาน นปก. รุ่นสองกล่าวในที่สุด

ที่มา ประชาไท

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 1300

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 02 ส.ค. 50 เวลา 13:24:46
 

 

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี