หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ GRAB FOOD LAMPHUN
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
เว็บบอร์ด » ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
รายละเอียดของห้อง : ข่าว ประเด็นสำคัญ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
เชียงใหม่ระดมต้าน หอดูดาวอินทนนท์

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
เชียงใหม่ระดมต้าน หอดูดาวอินทนนท์
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 18 ธ.ค. 50 เวลา 10:08:13 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 


ระดมคัดค้านสร้างหอดูดาวยอดดอยอินทนนท์เชียงใหม่ นักวิชาการชี้เกิดผลกระทบมากมายทั้งสัตว์ ระบบนิเวศ โดยเฉพาะน้ำใต้ดินที่ต้องแย่งกันใช้อยู่ทุกวันนี้ ทั้งหน่วยพิทักษ์ป่า ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์เรดาร์ของทหาร ฯลฯ เคยสูบมาใช้จนแห้งมาแล้ว ส่งผลต่อกลุ่มพืชสำคัญในอ่างกา ระบบนิเวศสำคัญที่มีเพียงหนึ่งเดียวในเมืองไทย แนะไปสร้างที่อื่นจะเหมาะกว่าทั้งที่ดอยผาตั้ง เส้นทางขุนวาง หรือที่ภูหินร่องกล้า เพราะบริเวณมีต้นไม้ใหญ่มากมองได้ไม่ทั่วฟ้า

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 ธ.ค. ที่ศูนย์วิชา การมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ภาคีคนฮักเชียงใหม่ นำโดยนายเฉลิมพล แซมเพชร ประธานภาคีคนฮักเชียงใหม่ น.พ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา แกนนำคัดค้านการสร้างหอดูดาวบนดอยอินทนนท์ และนายบุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ร่วมประชุมทำความเข้าในกลุ่มนักอนุรักษ์และภาคีคนฮักเชียงใหม่ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้

น.พ.รังสฤษฎ์กล่าวว่า การที่เราออกมาคัดค้านการสร้างหอดูดาวของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เห็นว่าหากดำเนินการก่อสร้างในพื้นที่บริเวณหน่วยพิทักษ์ยอดดอย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตัวแทนภาคประชาชนอันประกอบไปองค์กรร่วมในภาคีคนฮักเชียงใหม่ ชมรมอนุรักษ์นกและธรรมชาติล้านนา สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย ห่วงใยจากการก่อสร้างอาคารหอดูดาว ที่บริเวณดังกล่าว จะเกิดผลกระทบกับป่าโดยเฉพาะเป็นป่าต้นน้ำ หากดำเนินการก่อสร้างจะต้องใช้น้ำจำนวนมาก จะกระทบกับน้ำใต้ดิน และในอนาคตการขยายพื้นที่ต่อไปก็อาจจะกระทบกับระบบนิเวศโดยรวม ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีสถานที่เหมาะสมกว่ายอดดอยอินทนนท์ ก็ยังมีอีกหลายแห่งที่มีทางเลือกที่ดีกว่า

"ปัจจุบันกิจกรรมของมนุษย์ การท่องเที่ยว และการรักษาความมั่นคงของชาติบนพื้นที่แคบๆ บนบริเวณยอดดอยอินทนนท์ เกินขีดความสามารถของการรองรับของพื้นที่อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาเรื่องการใช้น้ำ เนื่องจากเป็นจุดสูงสุด จึงไม่สามารถนำน้ำจากลำธารตามธรรมชาติมาใช้ได้ แต่ต้องอาศัยน้ำสะสมใต้ดินที่มีอยู่ไม่มาก ส่วนใหญ่มาจากป่าพรุพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างกา ซึ่งพื้นที่ชุ่มน้ำอ่างกานี้ นับเป็นระบบนิเวศป่าพรุบนเขาสูงที่มีเอกลักษณ์พิเศษจำเพาะ ที่มีเพียงแห่งเดียวของประเทศ เป็นถิ่นอาศัยของพืชและสัตว์เฉพาะถิ่นหายากหรือ มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด อาทิ ข้าวตอกฤษี นกเดินดงเล็กปากยาว (Zoothera marginata) นกปากซ่อมดง (Scotopax rusticola) ตัวตุ่น (Talpa micrura leucura) ปาดดอยอินทนนท์ (Rhacopho rus feae) อึ่งกรายดอยอินทนนท์ (Leptolalax bourreti) และกบตาหนามอินทนนท์ (Megophy ryssp) ที่มีรายงานพบที่นี้เพียงแห่งเดียว" น.พ. รังสฤษฎ์กล่าว

น.พ.รังสฤษฎ์กล่าวต่อว่า ช่วงที่ผ่านมาการสูบน้ำจากบริเวณพรุอ่างกาไปใช้ โดยไม่มีการวางแผนและการควบคุม ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำดังกล่าวให้แปรสภาพตื้นเขินขึ้นเป็นอย่างมาก จนครั้งหนึ่งทางอุทยานฯ เคยปิดการใช้ห้องน้ำบนยอดดอย แต่ต้องกลับมาเปิดให้อีกครั้งในปัจจุบันเพื่อสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว และหากมีการสร้างหอดูดาวขึ้นในบริเวณยอดดอยระหว่างก่อสร้าง และการใช้งานจริงจะมีกิจกรรมที่ต้องใช้น้ำอีกเป็นจำนวนมาก ย่อมส่งผลกระทบต่อระดับน้ำใต้ดินและน้ำในพรุอ่างกา ทำให้ระบบนิเวศที่ประสบปัญหาอย่างหนักอยู่แล้วในปัจจุบัน เสื่อมโทรมลงไปอีกจนอาจเกินแก้ไข

"เหตุผลอีกเหตุผลหนึ่งพื้นที่บริเวณยอดดอย เป็นระบบนิเวศป่าดิบเขาสูง (high montane tropical forest) หรือป่าเมฆ (cloud forest) ที่อาศัยความชุ่มชื้นที่ได้จากเมฆเป็นปัจจัยกายภาพสำคัญในการดำรงสภาพ ระบบนิเวศดังกล่าวมีความเปราะบางอย่างยิ่งต่อผลกระทบจากการก่อสร้างและกิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันมีงานวิจัยจากทั่วโลกที่แสดงให้เห็นผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อระบบนิเวศป่าดิบเขาสูง" น.พ.รังสฤษฎ์กล่าว

และว่า ปัจจุบันยังเป็นสถานที่ที่ดีสุด ที่นักท่องเที่ยวสามารถเห็นและศึกษาพฤติกรรมนกหายากหลายชนิด เช่น นกกินปลีหางยาวเขียว ชนิดย่อยอ่างกา (เฉพาะถิ่น) (Aethopyga nipalensis angkaensis) นกกระทาดงคอสีแสด (Arborophila rufogularis) นกพิราบเขาสูง (Columba pulchricollis) และนกศิวะหางสีตาล (Minla strigula) และนกกระรางหัวแดง (Garrulax erythrocephalus) ได้อย่างใกล้ชิด อีกทั้ง การก่อสร้างโดยเฉพาะการปรับพื้นที่และการวางฐานราก ตอกเสาเข็มจะก่อให้เกิดมลพิษทางเสียง ฝุ่น และขยะ มีผลกระทบต่อสัตว์ป่า และนกเฉพาะถิ่นที่อาศัยบริเวณยอดดอย

"ประกอบกับอาคารหอดูดาวเป็นอาคารทรงสูง ทำให้เป็นทัศนะอุจาด ไม่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมธรรมชาติโดยรอบ อีกทั้งยังอยู่ใกล้กับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของพระสถูปของพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้าหลวงเชียงใหม่องค์ที่ 7 อันเป็นที่เคารพสักการบูชาของชาวล้านนา จึงไม่สมควรก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ในบริเวณใกล้เคียง และในด้านความเหมาะสมในเชิงดาราศาสตร์ แม้จะตั้งอยู่บนจุดสูงสุด ซึ่งเอื้อกับทัศนวิสัยที่ดี ณ จุดจอมฟ้า แต่มีต้นไม้ใหญ่โดยรอบจึงไม่สามารถเห็นท้องฟ้าได้เป็นบริเวณกว้าง นอกจากนี้จุดที่ตั้งอยู่ใกล้เคียงกับสถานีเรดาร์ของกองทัพอากาศ ซึ่งมีการเปิดไฟสว่างไสวทั้งคืน ย่อมมีมลภาวะทางแสง (ambient light) รบกวน" น.พ.รังสฤษฎ์กล่าว และว่า ทางกลุ่มฯเห็นความสำคัญของดาราศาสตร์ และสนับสนุนให้มีการจัดตั้งหอดูดาวแห่งชาติของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ หากแต่ใคร่ขอพิจารณาทางเลือกพื้นที่ในการก่อสร้างที่เหมาะสมในบริเวณอื่นใกล้เคียงแทน อาทิเช่น พื้นที่โล่งใกล้ ก.ม.42 บริเวณดอยผาตั้ง และเส้นทางขุนวาง หรือที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จ.พิษณุโลก ที่อาจมีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลต่ำกว่าเล็กน้อย แต่มีผลกระทบเสียหายต่อระบบนิเวศน้อยกว่าในระยะยาว

ทางด้านนายบุญรักษากล่าวว่า จะเอาข้อมูลของนักวิชาการต่างๆ ไปทบทวนและปรึกษาทางผู้ใหญ่ของรัฐบาลที่ดูแลรับผิดชอบ เพื่อหาทางออก จะพยายามที่จะทำให้ดีที่สุด เพราะไม่มีใครจะดำเนินการก่อสร้างแล้วมีกระแสในการขัดแย้ง เพราะเท่าที่ดำเนินการวิจัยศึกษามาแล้วกว่า 3 ถึง 4 ปี เพราะรัฐบาลไม่ได้อนุมัติมาง่ายๆ เพราะขณะนี้เราเองก็ยังไม่มั่นใจว่า การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอจะผ่านการพิจารณาหรือไม่ ตรงนี้เราจะเอาข้อมูลต่างๆ และข้อแนะนำต่างๆ ไปพิจารณา ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภาคีคนฮักเชียงใหม่ ได้ทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วย เพื่อขอให้ทบทวนการก่อสร้างหอดูดาวดังกล่าวมาแล้ว

ที่มา :
ภาพประกอบ : Internet

------------------------

ความเป็นมาของข่าว

ก.วิทย์ผุดหอดูดาวอินทนนท์ใหญ่สุดในเอเชีย

ทุ่มงบ 300 ล้านหนุนเชียงใหม่ศูนย์กลางดาราศาสตร์
กระทรวงวิทยาศาสตร์ทุ่มงบ 300 ล้านบาท สร้างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และหอดูดาวบนดอยอินทนนท์ใหญ่สุดในเอเชีย หนุนเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางวิชาการด้านดาราศาสตร์ เล็งสั่งซื้อกล้องดูดาวเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท จากต่างประเทศมาติดตั้ง พร้อมวางแผนค้นหาดาวเคราะห์นอกระบบสุริยจักรวาล
รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการ และมีมติอนุมัติงบจำนวน 300 ล้านบาท ให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดำเนินการจัดสร้างสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ และหอดูดาวแห่งชาติ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2550 นั้น ในส่วนของสถาบันวิจัยอยู่ระหว่างให้คณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง และสำรวจหาพื้นที่ คาดว่าจะอยู่ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ หรือในอำเภอใกล้เคียง
สำหรับหอดูดาวกำหนดเป็นห้องดูดาว ที่มีมาตรฐานระดับโลก กำหนดใช้พื้นที่บนยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง เพราะเป็นสถานที่เหมาะสมมากที่สุด เนื่องจากอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 2,500 เมตร ทำให้ท้องฟ้าเปิดเกือบตลอดทั้งปี ส่วนการก่อตัวของเมฆก็อยู่ในระดับต่ำกว่ายอดดอย จึงไม่เป็นอุปสรรคต่อการดูดาว โดยกรมอุทยานแห่งชาติได้มอบที่ดินบริเวณที่ทำการอุทยานดอยอินทนนท์ เพื่อใช้ก่อสร้างอาคารสำหรับติดตั้งกล้องดูดาว ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางถึง 2 เมตร ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ หรือ "โลว์บอลติก" ซึ่งเป็นระบบหุ่นยนต์ที่สามารถสั่งงานควบคุมระยะไกล จึงสามารถมองได้ไกลถึงนอกระบบสุริยจักรวาล แต่ทั้งนี้ การจัดซื้อกล้องยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพ และมาตรฐานที่ผลิตในประเทศต่างๆ เพื่อให้ได้กล้องที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยคาดว่าจะต้องใช้งบประมาณในการซื้อกล้องดูดาวไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
"หากหอดูดาวก่อสร้างแล้วเสร็จ สถาบันวิจัยมีแผนจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำการวิจัยและศึกษาในเรื่องดาราศาสตร์ รวมทั้งทำการค้นหาดาวเคราะห์ที่อยู่นอกระบบสุริยจักรวาล เช่น ดาวหาง และปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงซูเปอร์โนวา และเชื่อว่าจะสร้างความตื่นตัวทางด้านดาราศาสตร์ รวมถึงสร้างความร่วมมือด้านวิจัยดาราศาสตร์กับนานาประเทศได้กว้างขวางยิ่งขึ้น" คณบดีคณะวิทยาศาสตร์กล่าวและว่า
สำหรับประเทศไทยมีกล้องดูดาวขนาดใหญ่ประมาณ 5-6 แห่ง อยู่ที่หอดูดาวสิรินทร ของม.เชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 เมตร และกล้องดูดาวของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัยขอนแก่น , มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ , มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.4 เมตร
ส่วนเป้าหมายในการจัดตั้งสถาบันวิจัยและหอดูดาวครั้งนี้ เพื่อให้เป็นสถาบันระดับประเทศที่ทำการศึกษาด้านดาราศาสตร์โดยเฉพาะ และให้บริการแก่ประชาชนในภาคเหนือ รวมทั้งประชาชนทั้งประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันประเทศไทยเริ่มมีการตื่นตัวในเรื่องดาราศาสตร์มากขึ้น สังเกตได้จากเวลาเกิดปรากฏการณ์ทางท้องฟ้า จะมีการจัดกิจกรรมในสถาบันการศึกษาต่างๆ ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย
โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นจะช่วยกระตุ้นให้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของประเทศ มีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด รวมทั้งยังทำให้เกิดความร่วมมือในด้านวิชาการ เพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ให้ทัดเทียมกับต่างประเทศ และยังช่วยกระตุ้นให้เยาวชนสนใจเข้ามาเรียนรู้และศึกษาในด้านนี้มากขึ้น โดยมีจังหวัดเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางด้านวิชาการทางดาราศาสตร์ของประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการร่วมเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุ 80 พรรษา

ข่าวจาก ซีเอม 108

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 1960

แสดงความคิดเห็น โดย กรรมกรข่าว IP: Hide ip , วันที่ 18 ธ.ค. 50 เวลา 10:08:13
 

 

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | เครื่องฟอกอากาศ เชียงใหม่-ลำพูน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี