หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวทั่วไป
เว็บบอร์ด » ข่าวทั่วไป
รายละเอียดของห้อง : ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวน่าสนใจทั่วไป
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
พันเอก แฉกลับ โดนนักเรียนถีบ โชว์คลิปลูกถูกรุม

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
พันเอก แฉกลับ โดนนักเรียนถีบ โชว์คลิปลูกถูกรุม
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 20 พ.ย. 50 เวลา 10:21:18 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 


             พันเอก "เปิดใจคดีบุกโรงเรียนสารวิทยา โต้ไม่ได้กระชากคอ-จิกผมน.ร. หญิงม.6 แต่อย่างใด แค่กวาดแขนกันตัวออกไปช่วงชุลมุน แถมตัวเองเป็นฝ่ายถูก น.ร.หญิงโดดถีบต้นขาด้วยซ้ำ ส่วนที่ฟ้องหมิ่นประมาทครูเพราะมาด่าหาว่าเมาอาละวาดในโรงเรียน ยันเอาเรื่องถึงที่สุด โชว์รายชื่อพยานนักเรียน 34 คน หลักฐานการตรวจร่างกายจากร.พ.ที่ลูกสาวถูกทำร้ายก่อน ตลอดจนวิดีโอคลิปที่มี น.ร.ถ่ายไว้ตอนลูกสาวถูกอัด แฉในโรงเรียนมีแก๊งมาเฟียน.ร.หญิงแก๊งใหญ่ ทางด้านผู้ปกครอง น.ร.หญิงยันเอาเรื่องไม่ยอมความเช่นกัน ยันพ.อ.เป็นคนทำร้ายจริง ทางด้านผอ.โรงเรียนสารวิทยาเผยอยากให้ทั้งสองฝ่ายยอมตกลงกันได้ เพราะโรงเรียนสารวิทยากับกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกถือเป็นเพื่อนบ้านกัน

             จากกรณีครู-นักเรียนโรงเรียนสารวิทยา ย่านบางเขน ยกขบวนประมาณ 70 คนไปยัง สน.บางเขน เพื่อติดตามคดีที่พ.อ.ศักดิ์ชัย คำคงศักดิ์ อายุ 57 ปี สังกัดกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทแก่นายณัฐ โลหะธนกุล ครูคศ.2 โรงเรียนสารวิทยา พร้อมเผยเรื่องราวทั้งหมดว่า เริ่มต้นจากนักเรียนหญิงทำร้ายร่างกายกันในโรงเรียน แล้วพ.อ.ศักดิ์ชัยเข้าช่วยลูกสาวตัวเองในโรงเรียน จนเกิดกระทบกระทั่งด้วยวาจากับบรรดาครูอาจารย์ และกล่าวหาพ.อ.ศักดิ์ชัยทำร้ายร่างกายน.ส.กิ๊ก นักเรียนหญิงชั้น ม.6 ด้วยการจับคอ จิกผม กระชากไปฟาดต้นไม้ด้วย จนมีการแจ้งจับพ.อ.ศักดิ์ชัยทำร้ายร่ายกาย ขณะที่พ.อ.ศักดิ์ชัยก็แจ้งจับอาจารย์หมิ่นประมาท ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

             เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ถ.พหลโยธิน เข้าพบพ.อ.ศักดิ์ชัย คําคงศักดิ์ อายุ 57 ปี ผู้อํานวยการกองแผนและโครงการ กรมวิทยาศาสตร์ทหารบก เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถูกกล่าวหาว่าทําร้ายร่างกาย น.ส.กิ๊ก (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสารวิทยา เมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา พ.อ.ศักดิ์ชัยได้ให้สัมภาษณ์เปิดใจนั่งทํางานอยู่ที่ชั้น 2 ของสํานักงาน โดยก่อนจะเล่าเหตุการณ์วันเกิดเหตุได้นําหลักฐานผลตรวจร่างกายบุตรสาวจากร.พ.เซ็นทรัลเยนเนอรัลมายืนยัน รวมทั้งรายชื่อนักเรียนที่มาเป็นพยานให้ 34 คน และคลิปวิดีโอขณะที่กลุ่มน.ส.กิ๊กรุมทําร้ายบุตรสาวพ.อ.ศักดิ์ชัย มีความยาวกว่า 10 นาที

             พ.อ.ศักดิ์ชัยเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.00 น. ช่วงที่ตนกำลังทําฟันอยู่ที่ย่านเกษตรฯ ก็ได้รับโทรศัพท์จากแม่เพื่อนของน้องพลอย ซึ่งเป็นบุตรสาวตนว่า น้องพลอยถูกนักเรียนด้วยกันรุมทําร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ตนก็บอกไปว่ากำลังทําฟันอยู่ จนกระทั่งเวลา 17.00 น.ก็ได้รับโทรศัพท์อีกครั้งว่าน้องพลอยปวดหัวมากและตัวร้อน ตนจึงไปพบที่โรงเรียนและพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที

             พ.อ.ศักดิ์ชัยกล่าวต่อว่า พอตนไปถึงโรงเรียนก็เห็นกลุ่มแม่เพื่อนของน้องพลอย และทหารคนหนึ่งยืนอยู่ จึงสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในโรงเรียน และพูดคุยไปตลอดทางว่า "เด็กโรงเรียนนี้เป็นบ้าอะไรกัน ชอบตีกัน แล้วครูทําอะไรกันอยู่ไม่เห็นดูแล" ช่วงที่ตนพูดก็ได้มีชายคนหนึ่งเดินสวนมา เอะอะโวยวายขึ้นว่า "อ้าวทําไมมาว่าครูบ้าได้อย่างไร" ตนจึงถามว่าคุณเป็นใคร เขาก็บอกว่าเป็นครูโรงเรียนนี้ ตนจึงถามอีกว่า "ช่วงที่เด็กทะเลาะกันครูทําอะไรบ้าง ทําไมไม่จัดการให้เรียบร้อย แล้วทําไมกักตัวลูกสาวผมไว้ที่ฝ่ายปกครอง ตั้งแต่ 15.00-17.00 น.โดยที่ไม่ทําอะไรกันเลย" จากนั้นตนก็รีบไปหาลูกสาวที่รออยู่ที่ประชาสัมพันธ์ และกำลังร้องไห้อยู่ โดยน้องพลอยบอกว่าถูกทําร้ายร่างกายปวดศีรษะมาก และจําอะไรไม่ได้

             "ผมจึงถามกับครูฝ่ายปกครองคนหนึ่งว่าเหตุการณ์นี้ทางโรงเรียนทําอะไรบ้าง ก็ได้รับคําตอบว่าโรงเรียนกำลังดําเนินการอยู่ จากนั้นผมก็พาน้องพลอยไปหาหมอ แต่ปรากฏว่ามารดาของน้องแก้ม ที่ถูกกลุ่ม น.ส.กิ๊กทําร้ายเช่นกัน บอกผมว่าอย่าเพิ่งไป ตํารวจกำลังมา ผมจึงรอ ช่วงนั้นผมก็ถามครูว่านักเรียนไปไหนหมด ก็ได้รับคําตอบว่ากลับไปหมดแล้ว และผมก็ถามอีกว่าแล้วทําไมครูถึงกักตัวน้องพลอยไว้ถึง 2 ชั่วโมง ทําไมไม่เอาคนที่ทําร้ายน้องพลอยมาลงโทษ" พ.อ.ศักดิ์ชัยกล่าว

             บิดา น.ส.พลอยกล่าวอีกว่า ช่วงที่ยืนรอตํารวจอยู่นั้น ก็มีคนมาบอกว่ายังเหลือนักเรียนอีก 1 คนอยู่ที่สนามบาสฯ ตนจึงเดินไปหา แต่ก็ได้พบกับแม่น้องแก้ม ซึ่งเป็นเพื่อนบุตรสาวตนยืนอยู่ก่อนแล้ว และกำลังซักถามนักเรียนคนดังกล่าวว่า "หนูมาตบและทําร้ายลูกน้าทําไม" ซึ่งนักเรียนคนนั้นก็พูดว่า "หนูไม่เกี่ยว ไม่สนหรอกแล้วทําไม" จากนั้นตนจึงถามไปบ้างว่า แล้วครูปกครองไม่เรียกไปพบหรือ ก็ได้รับคําตอบว่า "ไม่ไป จะทําไม หนูไม่กลัว"

             พ.อ.ศักดิ์ชัยกล่าวด้วยว่า จากการสังเกตท่าทางและน้ำเสียงของนักเรียนคนดังกล่าวมีความก้าวร้าวมาก จนตนต้องบอกไปว่าอย่ามาพูดจาหยาบคายกับผู้ใหญ่แบบนี้ ก่อนที่จะมีนักเรียนชายคนหนึ่งเดินเข้ามา และบอกว่านักเรียนหญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่ทําร้ายร่างกายน้องพลอย แต่เป็นคนทําร้ายน้องแก้ม ตนจึงบอกว่าหากไม่ใช่ก็ให้ถอยไปโดยใช้ท่อนแขนกันออก ระหว่างที่กันอยู่ปรากฏว่าน.ส.กิ๊กก็ได้เข้ามากระโดดถีบตนที่ต้นขาซ้ายและพูดจาหยาบคายแบบรับไม่ได้ ขณะนั้นกลุ่มนักเรียนต่างช่วยกันดึงน.ส.กิ๊กออกไปเพราะกลัวว่าตนจะทําร้าย แต่จริงๆ แล้วตนต้องการเข้าไปห้ามแม่ของน้องแก้มที่ยืนโต้เถียงกับน.ส.กิ๊กอยู่ กลัวว่าน.ส.กิ๊กจะถูกทําร้าย แต่ตนกลับถูกเสียเอง

             "หลังจากที่เหตุการณ์คลี่คลาย กลุ่มน.ส.กิ๊กก็ได้เข้าไปในห้องกีฬาซึ่งเป็นห้องกระจก และมีนักเรียนคนหนึ่งสะกิดบอกผมว่ามีอาจารย์ณัฐกำลังโทรศัพท์แจ้งตํารวจว่าผมบุกโรงเรียน ผมจึงมองหาอาจารย์ณัฐ ก็พบว่ากำลังโทรศัพท์อยู่ในห้อง ห่างไปไม่มากนัก ผมจึงชี้หน้าและถามว่าผมทําร้ายใครและบุกรุกอะไร โดยที่อาจารย์ณัฐก็บอกว่าหากไม่พอใจก็เอาลูกออกไป ผมจึงเกิดโมโหและสวนกลับไปว่า "คุณเป็นอาจารย์คุณมาไล่ลูกผมออกได้อย่างไร มีสิทธิอะไร ลูกผมมาเรียนลูกผมก็เสียภาษีเหมือนกัน"

            กรณีที่อาจารย์ณัฐกล่าวหาว่าผมบุกรุกโรงเรียนนั้น ผมเป็นผู้ปกครองนักเรียนแล้วมาหาว่าตนบุกรุกได้อย่างไร และทุกปีผมเสียค่าสมาชิกให้กับโรงเรียน และโรงเรียนนี้ผมเข้ามาได้ทุกเวลา เพราะเป็นสถานที่ราชการ จะมาหาว่าบุกรุกได้อย่างไร พอผมพูดตรงนี้ก็มีอาจารย์หญิงคนหนึ่งโวยขึ้นมาว่า "เมามาหรือไง ไปเมามาจากไหนถึงมาโวยวายในโรงเรียนอย่างนี้" ช่วงนั้นอาจารย์หญิงก็หันไปบอกเพื่อนครูด้วยกันหาว่าผมด่าว่าปากหมา" พ.อ.ศักดิ์ชัยกล่าว

             ผู้ปกครองนักเรียนกล่าวต่อว่า ช่วงนั้นตนพยายามจะเดินทางกลับ แต่ทางครูก็บอกว่าช่วยกันจับตัวไว้ ก่อนที่ตํารวจจะมาถึง และตนก็เดินทางไปโรงพักแจ้งความว่าลูกสาวตนถูกทําร้าย และพาลูกสาวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล และพากลับที่พัก ก่อนจะมานั่งคิดว่าทําไมครูโรงเรียนนี้ไม่มีมารยาท และประจานเรา จึงตัดสินใจไปแจ้งความหมิ่นประมาทที่กล่าวหาว่าตนเมาและซิปกางเกงไม่รูด บุกรุกสถานที่ราชการ ขณะนั้นคนเยอะรู้สึกอาย จึงคิดว่าต้องแจ้งความไว้เพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับลูกสาวตนอีก หรือกดคะแนน และกลุ่มนักเรียนมาเฟียมารุมทําร้ายอีก จุดประสงค์ตนแค่นั้น

             "หากมีการไกล่เกลี่ยผมก็ยินดีไปพบ เพียงแค่กล่าวคําขอโทษผม ซึ่งก่อนหน้านี้ผมคิดว่าทางอาจารย์จะเดินทางมาขอโทษต่อหน้าผู้บังคับบัญชาของผม แต่กลับทําหนังสืออีกอย่างมาให้ โดยมีใจความว่า "ได้ทําความเข้าใจกันแล้วเป็นการเข้าใจผิดกันทั้งสองฝ่าย" ทําหนังสือมาอย่างนี้ผมจึงไม่ถอนแจ้งความให้ และก็ไม่ได้ทําอะไรต่อ เพราะกลัวโรงเรียนเสียชื่อเสียง เพราะลูกผมก็ยังเรียนอยู่" พ.อ.ศักดิ์ชัยกล่าว

             พ.อ.ศักดิ์ชัยกล่าวต่อว่า ช่วงที่รอทางอาจารย์มาขอโทษตนก็ได้รับหนังสือจากผู้ใหญ่มากดดันตนให้ไปถอนแจ้งความ ทั้งๆ ที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นแค่เด็กทะเลาะกัน 2 คนเท่านั้น แต่ปรากฏว่าพบว่ามีกลุ่มเจ้าแม่เด็กแก๊งมาเฟียในโรงเรียนซึ่งมีมานาน และทางโรงเรียนก็ปล่อยปละละเลยครูไม่จัดการอะไร จนได้ใจเหิมเกริมและรุมทําร้ายเด็กที่ไม่ยอมเป็นพวก ลูกสาวตนก็ตัวเล็กนิดเดียว ถูกรุมทําร้ายเพราะไม่เข้ากลุ่มเขา และกลุ่มเจ้าแม่กลุ่มมาเฟียในโรงเรียนนี้มีหัวโจก ชื่อน.ส.ติ๊ก และมีลูกน้อง 20-30 คน ตั้งแก๊งมานานจนไม่กลัวใคร 

             อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้คงปล่อยสักระยะเผื่อครูจะคิดได้ และหากกลุ่มครูมาขอโทษตนด้วยตนเองหรือทําหนังสือมากล่าวคําขอโทษก็ได้ ตนก็พร้อมยินดีที่จะไปถอนแจ้งความให้ แต่หากไม่มาขอโทษตนก็จะดําเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมาย เพราะตนมีหลักฐานและรายชื่อนักเรียนกว่า 34 คน พร้อมที่จะมาเป็นพยานให้เสมอ ส่วนทางผู้บังคับบัญชาหลังเกิดเหตุก็ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริงอยู่

             ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ได้มีกำลังพลของกรมวิทยาศาสตร์ทหารบกได้เดินทางมาให้กำลังใจพ.อ. ศักดิ์ชัยกว่า 10 คน

             ทางด้านนางระพีพรรณ เมฆาสุวรรณรัตน์ น้าสาวน.ส.กิ๊ก (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.สารวิทยา ที่กล่าวหาพ.อ.ศักดิ์ชัยบุกทำร้ายร่างกายถึงโรงเรียน ให้สัมภาณ์ว่า หลังจากเป็นข่าวไปตนก็ได้ติดตามความคืบหน้าในเรื่องนี้ตลอด โดยทราบว่าในวันเดียวกันนี้ พ.อ.ศักดิ์ชัยได้ติดต่อเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.บางเขน แต่ไม่ทราบเวลา เรื่องนี้ตนขอยืนยันว่าจะไม่มีวันยอมความเด็ดขาด ใครที่ทำอะไรกับหลานตนก็ขอให้รับผลกรรมนั้น และตนดีใจที่สังคมรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น

             อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนก็ได้ปรึกษากับญาติที่เป็นทนายให้ช่วยร่างจดหมายส่งไปยังกองทัพบก ซึ่งเป็นต้นสังกัดของพ.อ.ศักดิ์ชัย เพื่อให้ผู้ใหญ่ในกองทัพได้รับรู้ถึงพฤติกรรมที่พ.อ.ศักดิ์ชัยก่อขึ้นทั้งหมด เพื่อจะได้เข้าใจ พร้อมกับช่วยพิจารณาลงโทษทางวินัยด้วย และยืนยันทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ทั้งนี้ หากว่าทางฝ่ายพ.อ.ศักดิ์ชัยมีหลักฐานภาพถ่ายในวันเกิดเหตุก็ควรที่จะเอาออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนอย่างลูกผู้ชาย และเรื่องนี้จะไม่เอากองทัพเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่จะเกี่ยวเฉพาะพ.อ.ศักดิ์ชัยคนเดียวเท่านั้น

             นางระพีพรรณกล่าวต่อว่า ในส่วนของจิตใจของ น.ส.กิ๊กที่ถูกพ.อ.ศักดิ์ชัยทำร้าย ขณะนี้ก็ยังคงเสียขวัญไม่กล้าออกไปไหนคนเดียว จะไปกับเพื่อนๆ หลายคน และทางบ้านก็ได้เตือนเช่นกันว่าช่วงนี้ให้ระวังตัวให้มาก หากพบสิ่งผิดปกติอะไรก็ให้รีบโทร.แจ้งตำรวจหรือผู้ปกครองทันที เพราะตอนนี้เราอยู่ที่สว่าง ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยืนยันจะสู้ให้หลานคนนี้ให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ ในส่วนของบิดาน.ส.กิ๊ก คือ จ.ส.ท.ภัทธิยะนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่น.ส.กิ๊กยังเรียนอยู่อนุบาล 1 ตอนนี้เหลือเพียงมารดาเพียงคนเดียวเท่านั้น

             "ส่วนเรื่องการเรียนของน.ส.กิ๊กนั้น อีกไม่กี่เดือนก็จะจบ ม.6 และจะขอไปสอบเอ็นท์เข้ามหาวิทยาลัยสงขลาฯ ด้านการพยาบาล เพราะเขาอยากเป็นพยาบาลมาก เขาบอกว่าหากจบพยาบาลก็จะขอทำงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะเขาก็เป็นลูกทหารเหมือนกัน" น้าน.ส.กิ๊กกล่าว

             ส่วนนายศราวุธ ฟูทรัพย์นิรันดร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสารวิทยา กล่าวว่า ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงแจ้งไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ กทม. เขต 2 แล้ว และได้โทรศัพท์ชี้แจงข้อเท็จจริงกับคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ให้รับทราบแล้ว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนส.ค. หลังจากนั้นตนได้เรียกนักเรียนทั้ง 2 ฝ่ายมาชี้แจงและปรับความเข้าใจกันแล้ว

             โดยทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ขอโทษซึ่งกันและกันแล้ว แต่มาทราบภายหลังว่าพ.อ.ศักดิ์ชัยไปแจ้งความหมิ่นประมาทไว้ที่ สน.บาง เขน ต่อมาในวันที่ 24 ก.ย. ตนพร้อมด้วยอาจารย์ทั้ง 3 คนที่ถูกแจ้งความ ประธานเครือข่ายผู้ปกครอง ผกก.สน.บางเขน และผู้เกี่ยวข้อง จึงได้เข้าพบกับเจ้ากรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง เพื่อชี้แจงและต้องการไกล่เกลี่ยให้เรื่องดังกล่าวจบด้วยความสมานฉันท์ แต่พ.อ.ศักดิ์ชัยก็ยังยืนยันไม่ถอนแจ้งความ ซึ่งทราบว่าทางเจ้ากรมฯ ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงพ.อ.ศักดิ์ชัยแล้ว และจากนั้นทางโรงเรียนมีความพยายามขอให้พ.อ. ศักดิ์ชัยถอนแจ้งความอีก ซึ่งผู้ปกครองของนักเรียนก็พร้อมจะจบเรื่อง หากพ.อ.ศักดิ์ชัยถอนแจ้งความ เพราะโรงเรียนกับกรมวิทย์ก็ถือเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน แต่พ.อ.ศักดิ์ชัยก็ยังยืนยันไม่ถอนแจ้งความ จนกระทั่งวันที่ 18 พ.ย. เจ้าหน้าที่ได้ส่งหมายเรียกนัดให้ครูไปให้ปากคำตามกระบวนการของกฎหมาย จึงได้มีผู้ปกครองรวมตัวกันไปให้กำลังใจ จนเป็นข่าวขึ้นมา

             "ขณะนี้เด็กที่มีปัญหากันทั้ง 2 ฝ่ายก็ได้ปรับความเข้าใจกันแล้ว เพราะต่างอยากให้สมานฉันท์ ซึ่งทราบว่าทางรองผกก.น.2 จะได้เรียกประชุมร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อหารือว่าจะเอาอย่างไร โดยจะได้เรียกทั้งทางฝ่ายผู้ปกครอง นักเรียน ครู และพ.อ.ศักดิ์ชัย มาตกลงกัน หากตกลงกันได้ พ.อ.ศักดิ์ชัยยอมถอนแจ้งความทุกอย่างก็จบหมด ผู้ปกครองของเด็กที่ถูกทำร้ายก็ยอมที่จะถอนแจ้งความ ซึ่งทางโรงเรียนพยายามดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นกลางที่สุด เพราะไม่อยากให้เกิดการกระทบกระทั่งกันทุกฝ่าย ซึ่งลูกสาวคนโตของพ.อ. ศักดิ์ชัยเองก็จบจากโรงเรียนนี้ และคนน้องก็เรียนอยู่ชั้น ม.5 ก็เป็นเด็กที่มีความประพฤติดี" นายศราวุธกล่าว

             ทั้งนี้สำหรับคลิปวิดีโอเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีเพื่อนนักเรียนบันทึกภาพไว้ ซึ่งได้นำมาให้อาจารย์ฝ่ายปกครองดูแล้ว แต่ภาพที่บันทึกไว้ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าใครทำร้ายใคร เพราะขณะนั้นมีนักเรียนมุงดูอยู่จำนวนมาก ทำให้เห็นไม่ชัด

             ที่ สน.บางเขน พ.ต.อ.พัฒนา เพศยนาวิน ผกก. สน.บางเขน กล่าวว่า นับตั้งแต่เกิดเรื่องเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ทางตำรวจก็พยายามเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยเพื่อประนีประนอมเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ แต่ตกลงกันไม่ได้ถึง 3-4 ครั้ง ทั้งนี้เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ต้องเป็นคดีความ และก็จะเกิดความเสียหายหลายฝ่าย ทั้งนักเรียน ครู สถาบันการศึกษา หน่วยงานราชการ และสังคม หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ก็จะพยายามเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาคุยอีกครั้ง สำหรับคดีทำร้ายร่างกาย และคดีหมิ่นประมาท ได้มอบหมายให้พ.ต.ต.ธนภัทร สุขมี พนักงานสอบสวน (สบ 2) เข้ามาดูแลคดีและก็ได้สั่งเร่งรัดทำคดีให้เร็วที่สุด

             พ.ต.ต.ธนภัทรกล่าวว่า คดีนี้ตนได้รับมอบหมายให้เข้ามาทำคดีทั้งเรื่องทำร้ายร่างกายและหมิ่นประมาท และขณะนี้แยกคดีออกเป็น 4 เรื่อง คือ เด็กนักเรียนทำร้ายร่างกายกัน, พ.อ.ศักดิ์ชัยทำร้ายเด็กนักเรียน, พ.อ.ศักดิ์ชัยฟ้องหมิ่นประมาทครู และครูฟ้องพ.อ. ศักดิ์ชัยหมิ่นประมาท ซึ่งตนจะเรียกทั้ง 2 ฝ่ายมาให้ปากคำอีกครั้ง และก็จะพยายามให้ไกล่เกลี่ยยอมความกัน ส่วนคดีที่พ.อ.ศักดิ์ชัยทำร้ายร่างกายเด็กนักเรียน สามารถจะยอมความคดีในชั้นพนักงานสอบสวนได้ หากตกลงกันไม่ได้ตนก็จะรวบรวมสำนวนส่งฟ้องศาลทันที


ข้อมูลและภาพประกอบจาก

ข่าวจาก ที่นี่ดอทคอม

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 2930

แสดงความคิดเห็น โดย กรรมกรข่าว IP: Hide ip , วันที่ 20 พ.ย. 50 เวลา 10:21:18
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี