หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวทั่วไป
เว็บบอร์ด » ข่าวทั่วไป
รายละเอียดของห้อง : ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวน่าสนใจทั่วไป
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
52นร.ช็อก กินยาแก้ไอมหาภัย

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
52นร.ช็อก กินยาแก้ไอมหาภัย
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 04 ก.พ. 53 เวลา 10:07:46 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

หน้ามืด-หามส่งรพ.อลหม่าน! แฉลือสรรพคุณ-ครูตีไม่เจ็บ




พิษยา - แพทย์ ร.พ.ตากสิน ช่วยกันปฐมพยาบาลเด็กนัก เรียน ร.ร.วัดท่าพระ หลังกินยาแก้ไอชนิดเม็ดที่ซื้อจากร้านเกม แล้วเกิดอาการหน้ามืด พร้อมกันกว่า 50 คน เพราะบอกต่อๆ กันว่ากินแล้วเรียนเก่ง ครูตีไม่เจ็บ

วุ่นไปทั้งโรงเรียนวัดท่าพระ นักเรียน ป.3-6 พร้อมใจกันหน้ามืด เป็นลม อาเจียน ต้องหามส่งร.พ.ด่วนระนาว รวม 52 คน สอบพบทุกคนต่างกินยาเม็ดแก้ไอ "เด็กซ์โตรเมธอร์แฟน" เข้าไปเยอะเกิน เพราะบอกต่อๆกันกินแล้วจะทนทาน ครูตีไม่รู้สึกเจ็บ โดนต่อยไม่เจ็บ บางคนกินทีเป็น 10 เม็ด ตร.บุกต้นตอทันควันร้านเกมใกล้โรงเรียน เจ้าของร้านเอายามาปล่อยให้น.ร.อีกที บอกสรรพคุณว่ากินแล้วจะเมาเหมือนเมาเหล้า อย.ชี้ยาไม่มีฤทธิ์หลอนประ สาทหรือเสพติด แต่กินแล้วจะเบลอ เพราะออกฤทธิ์กดประสาทบรรเทาอาการไอ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.พ. ร.ต.ท.กฤต ตันธนสิริกุล พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.ท่าพระ รับแจ้งจากครูร.ร.วัดท่าพระ ตั้งอยู่ใน ซ.จรัญสนิทวงศ์ 4 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม.ว่า เด็กนักเรียนมีอาการป่วยพร้อมกันกว่า 80 คน จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หน่วยแพทย์จากโรงพยาบาลตากสิน บางไผ่ และพญาไท 3 รุดไปตรวจสอบ พบเด็กนักเรียนระดับชั้น ป.4-6 ของโรงเรียนดังกล่าว มีอาการหน้ามืด เป็นลม และอาเจียน เจ้าหน้าที่จึงรีบแยกย้ายพานักเรียนไปส่งตามโรงพยาบาลต่างๆ ทันที

น.ส.เบญจมาศ รอดสุทธิ รอง ผอ.ฝ่ายวิชาการ รักษาการแทน ผอ.โรงเรียนวัดท่าพระ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้รับแจ้งจากผู้ปกครองของเด็กนักเรียนทางโทรศัพท์ว่า มีเด็กนักเรียนชั้น ป.6 นำยาแก้ไอเข้ามาขายให้เด็กนักเรียนในโรงเรียน ทางโรงเรียนก็ได้ประกาศเตือนนักเรียนไม่ให้กินทันที พร้อมทั้งให้อาจารย์แยกย้ายกันไปตรวจสอบหาตัวยาดังกล่าว แต่หลังจากประกาศไปได้ไม่นานก็พบว่ามีนักเรียนป่วยหน้ามืด เป็นลม บางคนถึงกับอาเจียน จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อนำส่งโรงพยาบาล จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่ายาชนิดนี้มีเด็กนักเรียนชั้น ป.6 นำเข้ามาขายในโรงเรียน โดยอ้างว่าไปซื้อมาจากร้านเกมในราคาเม็ดละ 5-10 บาท เป็นยาที่กินแล้วจะมีความกล้า ร่าเริง ครูตีแล้วไม่เจ็บ ทำให้เกิดความนิยมในกลุ่มเด็กนักเรียน ทั้งนี้เมื่อ 2 วันก่อนก็มีเด็กที่มีอาการป่วยแบบนี้แล้ว 1 ราย เมื่อสอบถามก็ทราบว่ากินยาแก้ไอเข้าไป โดยทางโรงเรียนก็พยายามรีบหาต้นตอที่มาของยาตัวนี้แล้ว แต่ไม่พบ

เวลา 13.00 น. ที่โรงพยาบาลพญาไท 3 ถ.เพชรเกษม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.พ.พญาไท รับผู้ป่วยที่เป็นนักเรียนจากโรงเรียนวัดท่าพระ จำนวนทั้งหมด 40 คน โดยทยอยมาตั้งแต่ช่วง 10.00 น. แพทย์ทั้งร.พ.จึงระดมกำลังทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือนักเรียนอย่างเร่งด่วน น.พ.อนันตศักดิ์ อภัยรัตน์ ผู้อำนวยการร.พ.พญาไท 3 เปิดเผยว่า นักเรียนที่ป่วยในส่วนที่ส่งมาร.พ.พญา ไท 3 จำนวน 40 คน เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-6 ส่วนใหญ่มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และมี 6 รายที่ต้องให้น้ำเกลือ แต่อาการโดยทั่วไปไม่น่าเป็นห่วง สามารถพูดคุยตอบโต้ได้ตามปกติ มีเพียงรายเดียวที่อาจจะต้องนอนโรงพยาบาล การรักษาแพทย์ใช้การสังเกต และรักษาตามอาการ ถ้าอาการดีขึ้นและไม่มีอาการแทรกซ้อนใดๆ จะสามารถกลับบ้านได้ภายใน 16.00 น.วันนี้

น.พ.อนันตศักดิ์กล่าวอีกว่า ยาเด็กซ์โตร เมธอร์แฟน (Dextromethorphan) ที่นักเรียนรับประทานเข้าไปนั้นเป็นยากดอาการไอ และมีขายตามร้านยาทั่วไป แต่เป็นยาควบคุม ตัวยานี้หากกินเข้าไปเกินขนาดจะมีอาการง่วงนอน คลื่นไส้ อาเจียน และหายใจช้าลงได้ ส่งผลให้ออกซิเจนในเลือดต่ำ มือเขียว ปากเขียว ยาดังกล่าวนี้ในต่างประเทศมีการนำไปใช้ผิดประเภท คือนำไปใช้เพื่อการออกฤทธิ์หลอนประสาท ส่วนค่ารักษาทางโรงพยาบาลไม่ได้มองเป็นเรื่องสำคัญ หากมีประกันกลุ่มของโรงเรียนโรงพยาบาลก็จะคิดค่ารักษาเพียงเท่านั้น แต่หากไม่มีโรงพยาบาลก็ไม่คิดค่ารักษา เป็นการช่วยเหลือ ดูแลกัน

พ.ญ.วรรณี ภัทรพงศ์ กุมารแพทย์ ร.พ.พญา ไท 3 กล่าวว่า จากการสอบถามนักเรียนที่รับประทานยาเข้าไป พบว่ามีการรับประทานตั้งแต่ 1-10 เม็ด นักเรียนที่กินเข้าไปน้อยอาจจะไม่มีอาการมาก เพียงแต่เวียนศีรษะ แต่ที่กินเข้าไปมากจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน และหมดแรง และเมื่อสอบถามถึงสาเหตุการรับประทาน ทราบว่ามีการนำยานี้มาเชิญชวนว่าเมื่อกินยานี้เข้าไปแล้วจะทำให้ครูตีไม่เจ็บ และเห็นภาพการ์ตูนต่างๆ ได้จากสิ่งของ เช่น เห็นรองเท้าเป็นนาฬิกา หรือเครื่องบิน แต่ก็มีนักเรียนบางคนนึกว่าเป็นยาวิตามินซี

นายชัยธวัช อยู่สำราญ ผอ.เขตบางกอกใหญ่ เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้บริหารโรงเรียน ทราบว่าเมื่อเวลา 09.00 น. ทางโรงเรียนได้นำนักเรียนจำนวน 52 คนนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียง ได้แก่ ร.พ.ตากสิน ร.พ.บางไผ่ และร.พ. พญาไท 3 เนื่องจากนักเรียนกลุ่มดังกล่าวมีอาการอาเจียน เบลอและมีอาการมึน ซึ่งจากการสอบถามนักเรียนที่มีอาการ พบว่าได้กินยาแก้ไอ มีลักษณะเม็ดกลมสีเหลืองขนาดเล็ก โดยรุ่นพี่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 นำมาขายให้ในราคาเม็ดละ 1 บาท เบื้องต้นทราบว่ายาดังกล่าวรุ่นพี่ ป.6 นำมาจากร้านเกมออนไลน์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียน ส่วนการสอบสวนรายละเอียดเด็กนักเรียนที่ซื้อยาดังกล่าวมาจำหน่ายนั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการของโรงเรียน

ด้านนางกิตติยา ศรีเลิศฟ้า ผอ.โรงพยาบาลตากสิน เปิดเผยว่า มีเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดท่าพระเข้ามารักษาตัวด้วยการอาเจียน เบลอ จำนวน 52 คน ทั้งนี้ มีนักเรียนจำนวน 10 คนที่อาการรุนแรง ต้องล้างท้องอย่างเร่งด่วน เบื้องต้นเด็กทั้ง 10 อยู่ในขั้นปลอดภัยแล้ว สำหรับยาที่เด็กกลุ่มดังกล่าวรับประทานและมีอาการดังกล่าวนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นยาเด็กซ์ โตรเมธอร์แฟน ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาแก้ไอที่ไว้รักษาผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด และไม่พบว่าเป็นสารเสพติดให้โทษแต่อย่างใด สำหรับอาการที่เกิดขึ้นนั้นจากการสอบถามนักเรียนทราบว่าได้กินยาไปจำนวนหลายเม็ด คือ 10-23 เม็ดในครั้งเดียว ซึ่งตนเข้าใจว่าเด็กอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือไม่รู้หลักการรับประทานยาที่ถูกต้อง คือทานหลังอาหาร ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 เวลา หรือตามแพทย์สั่ง อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากไปยังผู้ปกครอง หรือครูประจำชั้นเรียน ให้ความรู้เกี่ยวกับการรับประทานยาอย่างถูกวิธีด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบถาม ด.ญ. แวว (นามสมมติ) นักเรียนชั้น ป.5 ซึ่งกินยาดังกล่าวเข้าไป กล่าวยอมรับว่า ได้กินยาดังกล่าวเข้าไปเพราะมีเพื่อนๆ พูดต่อๆ กันมาว่าหากกินยานี้แล้วเมื่อถูกตีหรือถูกต่อยจะไม่รู้สึกเจ็บ โดยเมื่อกินยาเข้าไปแล้วตนเกิดอาการมึนศีรษะ จากนั้นก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เมื่อถามว่าได้ยาดังกล่าวมาจากไหน ด.ญ.แววกล่าวว่า มีเพื่อนบอกว่ามีรุ่นพี่ซื้อมาจากร้านเกมแห่งหนึ่ง โดยคนขายบอกว่าเมื่อกินยานี้เข้าไปแล้วเมื่อถูกตีก็จะไม่เจ็บ

นอกจากนี้มีเด็กนักเรียนรายหนึ่งซึ่งรับประทานยาเข้าไปเช่นเดียวกัน เล่าให้ฟังว่า ได้ลองกินยาเข้าไปจำนวน 3 เม็ด โดยให้เพื่อนทดลองเตะและต่อย ปรากฏว่ารู้สึกเจ็บมาก จึงกินเพิ่มเข้าไปอีกจำนวน 4 เม็ด กระทั่งรู้สึกหายใจเร็วจนช็อก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ต่อมาเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจ สน.ท่าพระ พร้อมด้วยน.พ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้พาเด็กนักเรียนร.ร.วัดท่าพระ จากร.พ. พญาไท 3 จำนวน 3 คน เพื่อไปชี้ร้านเกมที่นักเรียนซื้อยามา เป็นร้านเกมไม่มีชื่อ ตั้งอยู่เลขที่ 15/23 ถ.จรัญสนิทวงศ์ แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ ห่างจากร.ร.วัดท่าพระประมาณ 700 เมตร เป็นอาคารตึกแถว 3 ชั้น เมื่อตำรวจไปถึงร้านปิดอยู่ แต่ภายในพบนายสุวมิตร หรืออั๋น มนตรีวิบูลชัย อายุ 24 ปี รับเป็นผู้ดูแลร้าน และผู้จำหน่ายยาดังกล่าวให้กับนักเรียน

นายสุวมิตรกล่าวว่า ซื้อยาชนิดนี้มากินเป็นระยะเวลา 1 ปี ซื้อครั้งละ 50-100 บาท ช่วงแรกซื้อมาเพื่อกินแก้ไอ ในราคาเม็ดละ 1 บาท แต่หลังจากทราบจากเพื่อนว่าเมื่อกินมากๆ จะเกิดอาการเมาเหมือนเมาเหล้า จึงไปซื้อจากร้านยามาเก็บไว้ทีละมากๆ และใช้เกินขนาดเพื่อให้รู้สึกเมา หลังจากนั้นจึงมีนักเรียนระดับชั้นมัธยมต้นมาขอซื้อ ตนจึงขายให้ในราคาเม็ดละ 1 บาทเช่นกัน และพูดเล่นๆ กับผู้ซื้อว่า กินแล้วจะเมาเหมือนกินเหล้า พร้อมแนะนำว่า อย่ากินเกินครั้งละ 10 เม็ด โดยเด็กนักเรียนที่มาซื้อนั้นเป็นนักเรียนชั้น ม.ต้น ไม่มีนักเรียนประถมมาซื้ออย่างที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ ทั้งนี้ ตนได้เริ่มขายให้นักเรียนตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่เมื่อวันที่ 2 ก.พ.มีนักเรียนมาซื้อมากกว่าปกติ คือ 50 บาท

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและน.พ.พิพัฒน์ เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านขายยา ชื่อซันนี่ ตั้งอยู่เลขที่ 367/12 ซอยเพชรเกษม 17 แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กทม. เนื่องจากถูกเจ้าของร้านเกมซัดทอด อ้างว่าซื้อยาดังกล่าวมากินและขายให้กับนักเรียน แต่จากการตรวจสอบไม่พบยายี่ห้อเด๊กซ์โตรเมทอร์แฟนแต่อย่างใด แต่มียาชนิดเดียวกัน คนละยี่ห้อกันจำหน่าย จึงได้สอบถาม น.ส.กุสุมาลย์ เพชรบังเกิด อายุ 28 ปี คนดูแลร้านขายยาดังกล่าว เบื้องต้นทราบว่าเรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง จึงขอดูใบอนุญาตประกอบกิจการจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน พบว่าใบขาดอายุ โดยน.ส.กุสุมาลย์ บอกว่า ตนเป็นเพียงลูกจ้างขายยา เจ้าของร้าน ชื่อ นางกิติภรณ์ กุลพิสิทธิเจริญ ตนมีหน้าที่ขายยา แต่หากมีกรณีซื้อยายากๆ ก็จะโทร.ไปถามนางกิติภรณ์

ด้านน.พ.พิพัฒน์ กล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำการตรวจสอบบัญชีสต๊อกการขายยาของร้าน ซึ่งตามปกติแล้วร้านขายยา แต่ละร้านจะต้องมีการจด สต๊อกยาไว้ หากมีคนมาซื้อ หรือเป็นยาต้องห้าม หรือยาที่แพทย์สั่ง จะต้องจดชื่อ และจำนวนยาที่จำหน่ายไป ซึ่งน.ส.กุสุมาลย์ อ้างว่าได้ทำบัญชี สต๊อกยาหายไป หากร้านขายที่ไม่มีได้การต่อใบอนุญาต มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับการจำหน่ายยาต้องห้าม จะสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากับนายสุวมิตร จำหน่ายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นๆ จะทำการสอบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภญ.วีรวรรณ แตงแก้ว รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ยาดังกล่าวถือเป็นยาอันตราย ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น โดยเป็นยาที่ออกฤทธิ์กดระบบประสาททำให้หยุดไอ แต่จะมีอาการข้างเคียง คือ เบลอ งง และง่วง หากรับประทานเกินขนาดจะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เพราะจะกดระบบประสาทที่สั่งการ การหายใจให้หยุดทำงานได้

"ถือเป็นความเชื่อที่ผิดโดยสิ้นเชิง ที่กล่าวว่ากินแล้วจะรู้สึกเรียนดี เล่นเกมได้นาน หรือครูตีแล้วไม่เจ็บ เพราะยาดังกล่าวมีฤทธิ์เพียงแก้ไอเท่านั้น โดยไม่ได้อยู่ในกลุ่มสารเสพติดที่กินแล้วจะสนุกสนานหรือเคลิบเคลิ้มได้ ตรงกันข้ามหากกินเกินขนาดก็จะเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งผู้ปกครองต้องคอยดูแลและสอนให้ลูกหลานไม่กินยาที่ไม่รู้จัก โดยเชื่อคำชวนจากผู้อื่น" ภญ.วีรวรรณกล่าว

ภญ.วีรวรรณกล่าวต่อว่า สำหรับยาดังกล่าวมีฤทธิ์คล้ายโคเดอีน ที่มีการสั่งระงับการขายไปแล้ว แต่ยาเด็กซ์โตรเมธอร์แฟนยังสามารถใช้ได้เพราะตัวยาน้อยและออกฤทธิ์เสพติดน้อยกว่า แต่ก็ยังถือเป็นยาอันตรายที่ต้องสั่งจ่ายในร้านขายยาหรือโรงพยาบาลเท่านั้น โดยปริมาณสำหรับผู้ใหญ่จะอยู่ที่วันละไม่เกิน 8 เม็ด และเด็กวันละไม่เกิน 4 เม็ด ทั้งนี้ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบเพื่อหาว่ามีการนำยามาจากแหล่งใด หากพบว่านำมาจากร้านขายยาก็ถือว่ามีความผิดเช่นกันเพราะขายให้กับเด็ก แต่หากไม่ได้ขายโดยเภสัชกรก็จะถือว่ามีความผิดในทางอาญา

ข่าวจาก ข่าวจากข่าวสด

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 1464

แสดงความคิดเห็น โดย กรรมกรข่าว IP: Hide ip , วันที่ 04 ก.พ. 53 เวลา 10:07:46
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี