หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางานเชียงใหม่ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าโฆษณา
| ผ้าพันคอ | ของชำร่วย


cmprice.com ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > รู้จักคนเก่งของ Imagine Cup’08 บันไดสู่ดาววงการซอฟต์แวร์
บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > รู้จักคนเก่งของ Imagine Cup’08 บันไดสู่ดาววงการซอฟต์แวร์
รู้จักคนเก่งของ Imagine Cup’08 บันไดสู่ดาววงการซอฟต์แวร์
บทความ
 

การแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ในโครงการ อิมเมจิ้น คัพ Imagine Cup จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2551 นี้ นับเป็นปีที่ 6 โดยเป็นโครงการภายใต้แนวคิด Microsoft Unlimited Potential ของบริษัท ไมโครซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น ที่มุ่งหวังในการส่งเสริมการศึกษาที่มีคุณภาพให้กับทุกคน รวมถึงการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมท้องถิ่น และกระตุ้นการสร้างงานสร้างโอกาส หลังจากที่ 4 เยาวชนของประเทศไทย ภายใต้ชื่อทีม “3KC Returns” เคยไปสร้างชื่อเสียงมาแล้วเมื่อปี 2550 ในงาน Imagine Cup 2007 โดยขณะนี้สมาชิกของ 3KC ทั้ง 3 คน กำลังจะเดินทางไปทำงานที่บริษัทไมโครซอฟท์สำนักงานใหญ่ เมืองเรดมอนด์ สหรัฐอเมริกา เร็วๆ นี้ ส่วนอีก 1 คนกำลังจะศึกษาต่อด้านซอฟต์แวร์ในระดับปริญญาโทด้วย

 

ดังนั้น Imagine Cup จึงเป็นโครงการสำคัญช่องทางหนึ่ง ที่จะทำให้วัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้เยาวชน ได้มีโอกาสพัฒนานวัตกรรมท้องถิ่นสามารถบรรลุผลได้ นอกจากนี้ โครงการ Imagine Cup ยังเปิดโอกาสให้เยาวชนในระดับอุดมศึกษาจากทั่วโลก ที่มีความสนใจในการพัฒนาซอฟต์แวร์แอพลิเคชัน ได้แสดงความสามารถในการคิดค้นนวัตกรรมจากมันสมองของเขาเอง และเฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ ที่คณะกรรมการตั้งไว้ในแต่ละปี

 

สำหรับการแข่งขัน Imagine Cup 2008 ที่สุดยอดเยาวชนจากแต่ละประเทศทั่วโลก จะนำผลงานไปประชันกันที่ประเทศฝรั่งเศสนั้น ได้กำหนดแนวคิดในการแข่งขันเพื่อให้สอดรับกับความสนใจของผู้คนทั่วโลกในเรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมคือ “Imagine a world where technology enables a sustainable environment” โดยมุ่งหวังว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาท ในการเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสรรค์โลกให้ดีขึ้น และช่วยบรรเทาสถานการณ์ปัจจุบันที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมลงไปได้

 

สำหรับทีมที่ชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ ได้แก่ ทีม SKE จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เจ้าของผลงาน “Windows Light” เป็นนวัตกรรมที่มีแนวคิดในการใช้เทคโนโลยี ในการควาบคุมความสว่าง และเวลาในการเปิดปิดหลอดไฟเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า ช่วยลดสภาวะที่เกิดจากการใช้งานหลอดไฟ ตลอดจนลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในครัวเรือน ที่จะส่งผลต่อปฏิกิริยาเรือนกระจกที่ทำให้เกิดปัญหาภาวะโลกร้อน ที่ประกอบไปด้วย นิสิตจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คือ นายอุดมศักดิ์ ดอนขำไพร นายศรุต อุดมการ นายทันฑวัต เขมาวาศน์ และนายกฤตธี ศิริสิทธิ์

 

นายศรุต เล่าถึงความรู้สึกว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก เพราะทุกคนตั้งใจกับการแข่งขันในครั้งนี้ และคิดว่าจะนำเอาประสบการณ์ในครั้งนี้ ไปปรับใช้ในการแข่งขันที่ประเทศฝรั่งเศสต่อไป ส่วนการทำงานก็จะแบ่งงานกันทำอย่างเช่น การจัดหาข้อมูล การออกแบบหน้าตาโปรแกรมพวกซอฟต์แวร์ต่างๆ การออกแบบรูปแบบบนอินเทอร์เฟซ ส่วนอุปสรรคในการทำงานต่างๆ ก็จะปรึกษากับรุ่นพี่ที่เคยผ่านการแข่งขันมาก่อน

นายกฤตธี กล่าวว่า ตัวเองดีใจมากที่ได้ชนะกับงานใหญ่ครั้งนี้ เพราะได้มีการเตรียมตัวมานานพอสมควรเพื่อที่จะพัฒนาโปรแกรมให้ดีขึ้น ข้อดีของโปรแกรมนี้ คือ การที่มีเซ็นเซอร์แสงเพื่อคอยเป็นตัววัด และปรับระดับความสว่างของแสง และการใช้กล้องเว็บแคมที่ราคาค่อนข้างถูกกว่าแบบอินฟราเรด เพื่อลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก และถ้านำไปใช้จริงค่าใช้จ่ายต่อห้อง ในการติดตั้งระบบโซลูชั่นนี้ก็ไม่น่าเกินประมาณ 1,000 บาท

 

ด้าน นายทันฑวัต กล่าวว่า ตื่นเต้นมากและไม่คิดมาก่อนว่าจะเป็นทีมที่ชนะในครั้งนี้ และรู้สึกกดดันเพราะรุ่นพี่ปีที่แล้ว ได้รางวัลชนะเลิศมา และพี่ๆ ก็มีประสบการณ์ในการแข่งขันมากกว่า อย่างน้อยก็ขอผ่านรอบแรกก่อน แต่จะพยายามให้มากที่สุด

 

นายอุดมศักดิ์ กล่าวชวนรุ่นน้องที่จะมาแข่งขันในปีต่อไปว่า อยากให้น้องๆเข้ามาร่วมกันประกวดเพราะสิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่รางวัล แต่ประสบการณ์ที่ได้รับ และเรื่องการทำงานเป็นทีมได้เจอเพื่อนต่างสถาบัน เจอกับทีมงานดีๆมีความสามารถที่คอยให้ความคิดเห็น

 

ด้าน นางสาวปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ไมโครซอฟท์เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพไร้ขีดจำกัด จากภาพรวมของโลกเวลานี้ ทำอย่างไร นักเรียน นักศึกษาจะยกระดับความเป็นอยู่ของตัวเอง ด้วยการที่นำเอาสิ่งที่คิดมาประยุกต์ใช้ จะทำให้คนมีงานทำมากขึ้น โดยเทคโนโลยีจะแก้ปัญหาความเป็นอยู่ของผู้คนได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆ ในพื้นที่ห่างไกล ก็สามารถเรียน และเข้าถึงความรู้ผ่านไอที ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครูในพื้นที่ไม่ปลอดภัย ก็สามารถนำเอาระบบการเรียนทางไกล ทั้งนี้เทคโนโลยีสามารถประยุกต์ใช้ได้ในราคาที่ไม่แพง แต่ทำให้คนที่มีความรู้เชื่อมถึงคนที่อยู่นอกเมืองได้

 

กก.ผจก.บริษัท ไมโครซอฟท์ฯ เล่าให้ฟังว่า ในเวทีการแข่งขัน Imagine Cup มีตัวแทนเยาวชนจากประเทศต่างๆ ถึง 198 ประเทศมาร่วมงาน หรือมีนักศึกษากว่า 2 แสนคนจากทั่วโลก มาร่วมชิงชัยกันภายใต้แนวคิดการแข่งขันที่ใช้เป็นโจทย์ จากปัญหาที่ทาง UNDP: United Nations Development Program ชี้ว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการพัฒนา และในปีนี้ก็เป็นเรื่องการนำเอาเทคโนโลยีมาแก้ปัญหาโลกร้อน ทั้งนี้ ไมโครซอฟท์จะหาตัวแทนประเทศละ 1 ทีม เพื่อมาแข่งในระดับโลกต่อไป

 

นางสาวปฐมา เล่าให้ฟังอีกว่า จากการสำรวจเหตุผลที่เยาวชนมาสมัครแข่งขันพบว่า 1.ต้องการทำงานเป็นทีม 2.ต้องการเอาเทคโนโลยีมาช่วยประชากรบนโลก 3.เพื่อสร้างเครือข่ายการทำงานแบบมืออาชีพ 4.หาประสบการณ์เพื่อตั้งบริษัทเป็นของตัวเอง และ 5.ต้องการพัฒนาซอฟต์แวร์ และแอพลิเคชันเพื่อหวังผลทางการค้า จากผลงานของเยาวชนที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายมา ถ้าเอามารวมเป็นทีมใหญ่ ก็สามารถไปต่อยอดกับชุมชน พัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ๆ ได้

 

เนื่องจาก ขณะนี้ ทุกผลงานยังเป็นแค่ตัวต้นแบบ แต่ผลงานของผู้ชนะสิ่งที่สำคัญ คือ ซอฟต์แวร์ที่ทำขึ้นนั้นต้องไม่จำกัดแค่คนไทยใช้ ยังต้องต่อยอดใช้งานในต่างประเทศเชิงธุนกิจได้ด้วย ไม่ติดกับภาษาใดๆ จะเห็นได้ว่าน้องๆ ทีม SKE ใช้โปรแกรมราคาไม่กี่บาท ก็สร้างแอพลิเคชันดูแลการประหยัดพลังงานในอาคารได้ ไม่แพ้ซอฟต์แวร์ต่างประเทศราคาแพงเลย กก.ผจก.บริษัท ไมโครซอฟท์ฯ กล่าว

 

IT Digest ขอแนะนำอีก 6 ทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ และรางวัลชมเชย ที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายในการแข่งขัน Imagine Cup 2008 แต่ละทีมล้วนมีความสามารถอย่างเหลือล้น ในการพัฒนาต้นแบบแอพลิเคชัน เพื่อใช้ในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม และการแก้ปัญหาโลกร้อน ดังนี้

 

รองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ทีม Humanoidea จากมหาวิทยาลัยมหิดลประกอบด้วย1.กำธน สุทธิรักษณ์ศิริ 2.พงศธร มณีศุต 3.เพชร เครือพานิช 4.ไมก้า ฮีลีน คอนจี้ ด้วยผลงานแอพลิเคชัน Re-wind ซอฟต์แวร์ที่นำมาประยุกต์ใช้กับแนวคิด Reduce (ลดปริมาณขยะ) Reuse (ใช้ซ้ำ) Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่) และการคัดแยกขยะ เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการขยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้พวกเขาเรียนรู้ที่จะใช้สินค้าต่างๆ อย่างคุ้มค่าที่สุดก่อนที่จะทิ้งและทำให้กลายเป็นขยะ

 

รองชนะเลิศอันดับสอง ทีม SIT Imagine จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สมาชิกทีมประกอบด้วย 1.นายชินพงศ์ อังสุโชธิเมธี 2.นายประวิน พิชิตนิติกร และ 3.นายรชต สุรัตตกุล ด้วยผลงานแอพลิเคชัน Conergy++ เป็นการนำเอาเว็บเซอร์วิสมาใช้ติดตามผล การใช้งานของผู้ใช้   Conergy++  จะแสดงถึงปริมาณของพลังงานที่ทุกคนประหยัดได้ จากการร่วมมือกันของทุกคน และแสดงถึงข้อเท็จจริงของปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้น อีกทั้งจะเป็นการส่งเสริมให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ให้ความสนใจต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และที่สำคัญไปกว่านั้น จะทำให้พวกเขามีบทบาทสำคัญในการสร้างโลกสีเขียวสำหรับลูกหลานของเราต่อไป

 

สำหรับอีก 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้รับรางวัลชมเชย ได้แก่

 

ทีม AquaREA จากมหาวิทยาลัย มหิดล ประกอบด้วย นางสาวศรารินทร์ มาลัยทอง นางสาวปุณยนุช พงศกรไพศาล นางสาวพรรณระวี เวชสมุทรวารี และนายณัฐพล ธรรมสังวาลย์ จากผลงานแอพลิเคชัน AquaREA ที่เป็นซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดปัญหามลพิษทางน้ำ ที่เกิดขึ้นจากการทำเกษตรกรรม ด้วยการหาพื้นที่ Wetland ปลูกพื้นน้ำ ที่ดูดซึมสารพิษในน้ำตามระยะเวลาบำบัด ก่อนปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ด้วยโปรแกรม Windows Live เพื่อเข้าถึงเป้าหมายการพัฒนาของยูเอ็น ที่ต้องการเพิ่มการเข้าถึงแหล่งน้ำที่ปลอดภัย และการมีสุขอนามัยที่ดี  

 

ทีม Innocent จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ประกอบด้วย นายจักรี ทิพย์สุภา นายปกรณ์ วงศ์พาณิชเลิศ นายปรมินทร์ อินโสม และนายรุ่งโรจน์ ศิริปิ่น จากผลงานแอพลิเคชัน Expert Trash คือ ระบบที่พิจารณาถึงข้อมูลการทิ้งขยะในปัจจุบัน และคำร้องขอของผู้ใช้สำหรับปริมาณของถังขยะในเส้นทางต่างๆ เพื่อใช้ในการวางแผนจัดเก็บขยะที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความถี่ในการเก็บ เส้นทาง แรงงาน การวางแผนจัดการขยะแต่ละประเภทให้ดีขึ้น เนื่องจากในบางพื้นที่การจัดเก็บขยะทำแบบไม่ถูกต้อง บางแห่งใช้การเผาทำให้เกิดควัน ก๊าซพิษทำให้เกิดภาวะโลกร้อน  

 

ทีม The Griz จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายคมน์สิทธิ์ รัตนะ นายกนิษฐ์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ นายฐานันต์ ไตรองค์ถาวร และนายศรัณย์ จิระจักรวัฒนา จากผลงานแอพลิเคชัน Carbon Journal ที่เป็นบันทึกประจำวันแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่ช่วยให้ผู้คนสังเกตถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวันของพวกเขาว่า ได้สร้างให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากน้อยเพียงใดจากิจกรรมต่างๆ โดยข้อมูลจะถูกเก็บรวบรวมนำไปวิเคราะห์ เพื่อให้คำแนะนำผู้ใช้ถึงค่าใช้จ่ายประจำวัน และผลกระทบที่มีต่อโลก     

 

และทีม CSCU จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย นายชาคริต วิเชียร นายรุ่งธรรม ลีลาเจริญกิจวงศ์ และนายณัฐพล แสงสุริยะโชติ จากผลงานแอพลิเคชัน Recycle Bin ที่เป็นซอฟต์แวร์เพื่อสร้างความรู้ที่จะสามารถเข้าถึงทุกคนได้ผ่านตัวกลางในการติดต่อสื่อสาร เช่น อินเทอร์เน็ต เมื่อเชื่อมต่อกับเว็บเซอร์วิสแล้วผู้ใช้งานสามารถแบ่งปัน สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และขยะที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ รวมถึงการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการมีตัวกลางสื่อสารสำคัญอย่างอินเทอร์เน็ต ก็เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนช่วยกันก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน 

 

IT Digest  ขอร่วมเป็นกำลังใจแก่ผู้ชนะเลิศ ที่จะต้องเป็นตัวแทนประเทศไทยไปรักษาแชมป์ Imagine Cup 2008 เชื่อว่าการแข่งขันในปีนี้ ต้องเข้มข้นและขับเคี่ยวอย่างดุเดือด แน่นอนว่าการรักษาแชมป์เป็นเรื่องยากมากกว่าการแข่งขันในทุกครั้ง เพราะแรงกดดันสูง ขณะที่ขอเป็นกำลังใจแก่ทีมที่พลาดหวังไม่ได้ไปฝรั่งเศสในปีนี้ โอกาสในเวทีต่อไป หรือโอกาสในการประกอบอาชีพก็ยังเปิดรอคนเก่งๆ อยู่เสมอขอเพียงแต่เด็กไทยไม่ท้อถอย และพยายามต่อไป ก็จะต้องประสบความสำเร็จแน่นอน...

 

 

จุลดิส รัตนคำแปง

 

itdigest@thairath.co.th

 

 


 

ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี