หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางานเชียงใหม่ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าโฆษณา
| ผ้าพันคอ | ของชำร่วย


cmprice.com ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > รู้จัก “เอ็มเทค” อีกหนึ่งบริษัทใน ธุรกิจด้านไอทีซิเคียวริต
บทความ,เกร็ดความรู้ > คอมพิวเตอร์ > บทความ > รู้จัก “เอ็มเทค” อีกหนึ่งบริษัทใน ธุรกิจด้านไอทีซิเคียวริต
รู้จัก “เอ็มเทค” อีกหนึ่งบริษัทใน ธุรกิจด้านไอทีซิเคียวริต
บทความ
 

ในประเทศไทยมีบริษัททำธุรกิจด้านไอทีซิเคียวริตี้อยู่มากมาย โดยบางรายเพิ่มเปิดตัวได้ไม่นาน ขณะที่บางรายดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาได้สักระยะ รวมทั้ง บริษัท เอ็ม-โซลูชั่นส์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอ็มเทค ผู้แทนจำหน่ายโซลูชั่นระบบรักษาความปลอดภัย ที่ในปัจจุบันถือว่า เป็นบริษัทดาวรุ่งพุ่งแรงอีกบริษัทหนึ่ง

ส่วนความเป็นมาของบริษัท การดำเนินธุรกิจและมุมมองที่มีต่อธุรกิจไอทีซิเคียวริตี้ในประเทศไทยจะเป็นอย่างไรนั้น วันนี้ “ชัยวัฒน์ สุรกุล” ผู้จัดการประเทศไทย เอ็มเทค จะเป็นผู้มาถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟัง ผู้สนใจเชิญติดตามได้ ณ บัดนี้...

IT Exclusive: ความเป็นมาของบริษัท เอ็มเทคเป็นอย่างไร?

ชัยวัฒน์: บริษัท เอ็มเทคเป็นบริษัทผู้แทนจำหน่ายโซลูชั่นระบบรักษาความปลอดภัยชั้นนำ ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2545 มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศสิงค์โปร นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีสำนักงานสาขาใน 21 เมืองใหญ่ ใน 10 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ประเทศไทย อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ จีน (รวมฮ่องกง) ไต้หวัน และออสเตรเลีย ที่พร้อมให้บริการออนไซต์ เซอร์วิส และสนับสนุนทางด้านเทคนิคให้กับบริษัทคู่ค้า

เอ็มเทคเป็นผู้นำตลาดด้านโซลูชั่น และบริการรักษาความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคเอเชีย และถือเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตดีที่สุด ด้วยการเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำต่างๆ โดยมีหลากหลายโซลูชั่นที่นำเสนอให้ลูกค้า

เอ็มเทคก่อตั้งขึ้นเพื่อขยายธุรกิจในประเทศไทย ที่เริ่มต้นจากพนักงานเพียง 5 คน มาเป็น 32 คนในปัจจุบัน บริษัทฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เทรนด์ไมโคร โดยบริษัทฯ เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการสนับสนุนด้านเทคนิค และการฝึกอบรมในแต่ละผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี สำหรับบริษัทแม่ของเอ็มเทค คือ มัลติเคลกรุ๊ป เป็นธุรกิจทำด้านอิเล็กทรอนิกส์ มีโรงงานที่จีน 4 โรงงาน มีคนงานเป็น 1,000คน ผลิตสินค้าจำพวกเมนบอร์ด คอมพิวเตอร์ เมนบอร์ดโทรศัพท์มือถือ และเมนบอร์ดทีวี เป็นต้น

เอ็มเทคเกิดจากการแยกย่อยธุรกิจของบริษัทแม่ขึ้นมา เพื่อทำธุรกิจด้านซิเคียวริตี้ เนื่องจากเห็นว่าตลาดน่าจะมีโอกาสที่ดี โดยเริ่มแยกบริษัทออกมาทำธุรกิจครั้งแรกที่สิงคโปร์ เมื่อปี 2002 และธุรกิจโตได้ดี ต่อมาจึงมีการขยายออกประเทศอื่นๆ มายังประเทศไทยเมื่อปี 2003 และขยายต่อไปอีก

เป้าหมาย คือ จะให้มีเอ็มเทคอยู่ในกลุ่มภูมิภาคนี้ ทั้งหมด และให้ธุรกิจประสาน สอดคล้องกัน คือ ทำธุรกิจทางด้านระบบรักษาความปลอดภัยอย่างเดียว เป็นหลัก ให้ธุรกิจสอดคล้องกัน โดยทำธุรกิจทางด้านซิเคียวริตี้ เป็นหลัก สำหรับสโลแกนมีความหมาย โดยบอก 1. บริษัทจะทำธุรกิจทางด้าน ระบบรักษาความปลอดภัย และ 2.บริษัทฯ จะทำธุรกิจผ่านคู่ค้า หมายความว่า ไม่ได้ขายตรง แต่ขายผ่านคู่ค้า

นอกจากธุรกิจดังกล่าวแล้ว ยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่เข้ามาเพิ่มเติม ให้สายของผลิตภัณฑ์สมบูรณ์มากขึ้น โดยมีโซลูชั่นทางด้านระบบบริหารแบนด์วิธ แวนและพ็อกซี่เข้ามาเพิ่ม โดยมาเติมเต็มและโซลูชั่นทางด้านสตอเรจ เราเป็นตัวแทนสตอเรจ เป็นพาทเนอร์กับเน็ตแอพ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ เป็นผลิตภัณฑ์จำหน่ายครอบคลุมทั้งภูมิภาคอาเซียน ไม่ทั้งหมด ก็เยอะมากๆ เช่น ตัวทริปปิ้งพ้อยซ์ อย่างเทรนด์ไมโครก็เป็นกรณีที่เริ่มต้นที่เมืองไทย ถ้าเกิดไปได้ดีก็ขยายต่อไปยังต่างประเทศ

IT Exclusive: วางแผนการตลาดปี 2551 ไว้อย่างไร?

ชัยวัฒน์: ที่ผ่านมา ตอบคำถามตรงนี้ ก่อนว่า เอ็มเทคทำการตลาดกับใคร กลับไปที่ต้นแบบของบริษัท โดยทำธุรกิจผ่านคู่ค้า มาร์เก็ตติ้งแคมเปญ มาเก็ตติ้งแอคทิวิตี้ คือ ร่วมกับกับคู่ค้าทั่วไป เหมือนสูตรสำเร็จ ออกบูธร่วมกัน โดยสื่อความกับคู่ค้าอยู่ตลอดเวลาว่า บริษัทกำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์อะไร กำลังได้เจรจาต่อรองการขายที่ไหน และกำลังมีแคมเปญอะไร ทั้งหมดเป็นการตลาดที่กำลังทำอะไร นอกนั้น มีโปรโมชั่นต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ทั่วไป โปรโมชั่นของบริษัทที่มา ขายพ่วงกัน ด้วยความที่มีระบบรักษาความปลอดภัยหลายตัว บางครั้ง ตัวนี้ ได้เป็นโซลูชั่นหนึ่งแล้ว วางจำหน่ายออกไป ทั้งหมดนี้ คือข้อได้เปรียบที่มีผลิตภัณฑ์ออกไป เช่น อาจจะเอา ผลิตภัณฑ์หนึ่งผสมผสานกับผลิตภัณฑ์หนึ่งและเปิดตัวออกไป

IT Exclusive: ผลประกอบการที่ผ่านมา เป็นตามเป้าที่วางไว้หรือไม่?

ชัยวัฒน์: มองว่า บริษัทฯ ยังไม่ได้ทำการตลาดมากนัก ยังไม่เต็มสปีด เหตุผลเนื่องจากว่า มีความรู้สึกว่า บริษัท ก้าวกระโดด โตเร็ว ไม่แน่ใจว่า โตเร็วเกินไปหรือไม่ คือ ปี 2005 มีคนอยู่ 17 คน แต่ขณะนี้ มี 40 คน โดย 1.เพิ่มตามความต้องการซื้อของตลาด 2. เพิ่มจากความเชื่อใจของผู้ค้ารายย่อยรีเซลเลอร์ที่มาทำธุรกิจกับบริษัท เป็นดัชนีตัวหนึ่งที่โตขึ้น

แต่ถ้าถามว่า โตขึ้น แล้วดีหรือไม่ดี ในเชิงของนักลงทุน ในเชิงผู้ลงทุนดี เพราะธุรกิจโตขึ้น ต้นทุนเพิ่มขึ้น หมายความว่า ผลกำไรจะมากขึ้น แต่บริษัทต้องมีการบริหารจัดการที่ดีด้วยเช่นกัน โดยที่ผ่านมาเหมือนกับกิจกรรมการตลาด ยังไม่ใช่ปัจจัยหลัก เหมือนกับเป็นการเจรจาต่อรองกับคู่ค้า จริงใจ สนับสนุน ให้คำมั่นสัญญาแล้วสนับสนุนเต็มที่ เหมือนบริษัททำงานหนัก เต็มที่กับคู่ค้า จนพอใจ ทั้งหมดนี้ คือ เหตุผลที่ ทำให้ธุรกิจเติบโต การที่เป็นฝ่ายทำงานหนัก และสัญญาเป็นคนที่จริงใจกับพาทเนอร์ และผลิตภัณฑ์เอ็มเทคเป็นผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างดี

มองภาพรวมเอ็มเทคจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เงียบ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก นั่น คือภาพที่เกิดขึ้น สาธารณชนไม่ค่อยรู้จักนัก แต่ถ้าเอสไอเจ้าใหญ่ๆ เอ่ยชื่อมา จะรู้จักทุกราย

IT Exclusive: วางแผนการตลาด ปี 2552 ไว้อย่างไร?

ชัยวัฒน์: จำเป็นต้องขยายตัวเพิ่มขึ้น เพราะธุรกิจขับเคลื่อนตัวบริษัทว่า ต้องเปิดประตูให้รู้จักประชาชนให้มากขึ้น จริงๆ บริษัทเริ่มทำแล้ว แต่ต้องทำต่อไป คือ เริ่มมีอีเวนท์ของตนเอง เช่น เมื่อเดือน พ.ย. 2550 มีงานที่เรียกว่า ซิเคียวริตี้ เอ็กซ์เชนจ์ เป็นโรดโชว์ ทำหลายประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทยแลนด์ เอาเทคโนโลยี ซิเคียวริตี้โซลูชั่น มานำเสนอให้กับเอนยูสเซอร์ โดยการเชิญเข้ามาฟังว่า มีอะไรดีๆ บ้าง ให้แนวคิดที่ถูกต้องให้กับลูกค้า ในการที่จะหาซิเคียวริตี้โซลูชั่น ทั้งนี้ ประสบความสำเร็จมาก ปีนี้ วันที่ 11 พ.ย.51 ก็จะมีงานซิเคียวริตี้ เอ็กซ์เชนจ์ที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี

แผนการตลาด คือ 1.ต้องจัดงานต่อเนื่อง 2.การจัดเวิร์คช็อปกับผู้ผลิต คือ บริษัท จับมือกับผู้ผลิต เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ๆ ให้กับคู่ค้า โดยทำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่บริษัทขายของ บริษัท ต้องเรียนรู้ตลาดด้วยว่า คือ อะไร และ 3. ไดเร็คเมล์อัพเดทข้อมูลข่าวสารให้กับคู่ค้า เพื่อให้ปี 2552 เป้าหมายเมื่อไรที่ลูกค้าคิดถึงอินเทอร์เน็ตซิเคียวริตี้ ต้องคิดถึงเอ็มเอทเท่านั้น ตั้งเป้าไว้ 100% ให้รู้จักก่อนไม่ใช่การขาย คือ การสร้างให้รู้จัก ปี 2552 ตั้งเป้าการขายประมาณ 30% ขึ้นไป นอกจากนี้ ยากทำบูธแคมป์กับคู่ค้าที่ร่วมกันมาเป็นเอสไอ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีคู่ค้าบางกลุ่มที่บางบริษัทที่รับประกันยอดขายให้ โดยตกลงตั้งแต่ต้นปีว่า จะให้ทำให้โฮสติ้งกันไปต่างจังหวัดต่าง ประเทศบางบริษัทไปกันเป็นทีมถือเป็นการคืนให้พาทเนอร์ โดยที่เอ็มเทคได้คู่ค้ากลับมา เป็นการได้ประโยชน์ เพราะใกล้ชิดกัน มากกว่า

IT Exclusive: ปี 2552 แน่ใจหรือไม่ว่าจะโตขึ้น?

ชัยวัฒน์ : คิดว่า เติบโตขึ้น 20% เป็นอย่างน้อย ตามบริษัทแม่ที่ตั้งไว้เหมือนประเทศไทย โดยที่มั่นใจว่าจะทำให้ดีที่สุด และมองว่า ไม่แข่งกับคู่แข่ง แต่แข่งกับตัวเองมากกว่า รวมถึงมีการส่งฝ่ายสนับสนุนไปอบรมที่สิงคโปร์ทุก 2 สัปดาห์ และช่วยคู่ค้าติดตั้งให้ใช้ใช้เป็น

IT Exclusive: การดำเนินการ 5 ปี ที่ผ่านมา เป็นอย่างไร?

ชัยวัฒน์ : เติบโตขึ้น 77% ประเทศไทย ประมาณ เริ่มต้นจาก ยอดขาย โตดับเบิ้ลขึ้นต่อเนื่อง คนรู้จักมากขึ้น จากตอนแรกไม่มีใครรู้จักเลย โดยตนเองมาร่วมงานกับเอ็มเอทคตอนที่ตั้งมาในไทยประมาณ 1 ปีกว่า มีการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาสร้างบริษัทที่ง่าย เรื่องคน ระบบวิศวกร ต่างๆ การขาย แล้วไปพัฒนาคู่ค้าเดินไปหาเอสไอ เจ้าใหญ่ๆ เพราะมีรายอื่นเป็นซิเคียวริตี้อยู่แล้ว โดยก็เหมือนกับไปขอแบ่งมาหน่อย ขอโอกาส พอให้โอกาสบริษัทมาก็เหมือนกับทำให้ดีที่สุด

IT Exclusive: จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนรู้จักเอ็มเทค?

ชัยวัฒน์ : จุดที่ทำให้เป็นที่รู้จักจริงๆ และจดจำได้ คือ การให้บริการที่เสมอต้น เสมอปลาย เน้นการบริการ โดยบริษัทโตมาจากการเข้าไปเซอร์วิสคู่ค้าอย่างจริงใจ จริงจังและรักษาคำมั่นสัญญา เช่น บอกว่า โครงการนี้ จะไปด้วยกัน ก็ไปด้วยกัน คือ ไปด้วยกัน ประสบความสำเร็จ มีความสุขด้วยกัน แพ้ด้วยกัน มีความทุกข์ด้วยกัน โดยส่งคนเข้าไปทำงานเต็มที่ ทั้งนี้ เมื่อทุกข์ด้วยกัน คู่ค้าจะเห็นว่า แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ช่วยเต็มที่ คนไทยด้วยกัน หลังจากนั้น พอมีโครงการก็เริ่มงานกันใหม่ สู้กันใหม่ และเริ่มสร้างตัวขึ้นมา

IT Exclusive: โซลูชั่นที่พูดถึงแล้วต้องนึกถึงเอ็มเทค?

ชัยวัฒน์ : ทริปปิ้งพ็อยต์ไอพีเอส เอ็มเทค พูดถึงเช็คพ้อยต์โนเกียก็ใช่ พูดถึงบลูโค้ด ถึงแม้จะมี 2 ริซซี่ ก็ตาม แต่จะคิดถึงเอ็มเทค

IT Exclusive: จุดเด่นเหนือ คู่แข่ง?

 

ชัยวัฒน์ : เรื่องบริการ สนับสนุน ทั้งนี้ บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว มันเหมือนกับเป็นบายดีฟอด มีคู่ค้าอยู่มากมาย ใช้วิธีเทรนด์ สิ่งที่ ผลิตภัณฑ์ที่ค่อนข้างดี เรามีสำนักงานใหญ่ อยู่ที่ เป็น ศูนย์กลางอยู่ที่สิงคโปร์ ทำการสำรวจตลาดอยู่แล้ว ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดี เพราะส่วนใหญ่อยู่ในประเทศ สิงคโปร์ ดังนั้น สิงค์โปร์ จะเป็นแหล่งที่รู้ข้อมูลว่า ผลิตภัณฑ์ไหน ดี หรือไม่ดี ราคาเป็นยังไงที่ดี เพราะตัวแทนจำหน่ายจะมาเจรจาต่อรองกับเอ็มเทค เพราะที่เดียวได้หลายประเทศ 1.เป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีอยู่แล้ว 2.คนสนับสนุน การให้บริการต้องดีด้วย 3.การดำเนินธุรกิจ การให้คำมั่นสัญญา ต้องรักษาด้วย และมีโปรโมชันที่ดี

IT Exclusive: เอ็มเทคเน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายองค์กรหรือไม่?

ชัยวัฒน์ : กลุ่มคู่ค้า ไม่ได้เฉพาะเจาะจง เพียงแต่ว่า คู่ค้าแต่ละราย ถนัดในตลาดไหน จะนำเอาโซลูชั่นเข้าไปในตลาดนั้น โดยส่วนใหญ่ผลิตภัณฑ์ของเอ็มเทคจะครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่ผลิตภัณฑ์บางตัวชมก่อนใช้จริง คู่ค้าแต่ละเจ้า จะมีกลุ่มของเขา โดยที่เราออกโซลูชั่นมาใหม่ จะรู้ว่าโซลูชั่นนี้ จะไปอยู่ในกลุ่มคู่ค้าไหน แล้วเจาะไปเลย เช่น รู้ว่าบริษัทหนึ่ง เชี่ยวชาญ ตลาดโทรคมนาคมก็จะไปหาโซลูชั่นที่เหมาะกับตลาดโทรคมนาคม ปี 2552 คู่ค้าจะเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ ทั้งนี้ ตลาดมีความต้องการซื้อ และขับเคลื่อนมาเอง

คู่ค้า เจ้าใหม่ที่เข้ามาหา ด้วยเหตุผล เพราะบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่เป็น คอมมานนิตี้โปรดักส์ เพิ่มขึ้น แอนตี้ไวรัส เทรนด์ไมโคร ขายหน่วยพัน หมื่น แสน ล้าน พวกนี้ มาจากบริษัทไม่ใหญ่ ทั้งนี้ จึงเป็นคำตอบว่าผลิตภัณฑ์เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตขึ้น

IT Exclusive: ทำไมเอ็มเทคไม่ขายตรงเอง?

ชัยวัฒน์ : ขณะนี้ คู่ค้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ถ้าขายตรงเอง และทำการตลาดเองจะดีกว่าหรือไม่ จะทำให้องค์กร ขยายขึ้น เนื่องจากต้นแบบทางด้านธุรกิจ ถูกกำหนดมาให้เป็นแบบนี้ จึงเป็นต้นแบบของทิศทางที่ต้องทำแบบนี้ และไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงต้นแบบ ไม่ทำ

ยกตัวอย่าง เพราะขายของผ่านคู่ค้า คนนี้ เป็นผู้ใช้ ขายผ่านคู่ค้า คู่ค้าไปขายผู้ใช้ คุยกับคู่ค้าอย่างดี อยู่ต่อมา ผู้ใช้ รู้ว่า บริษัทเป็นคนขายผ่านคู่ค้า ผู้ใช้เข้ามาคุยตรง แล้ว ก็ทำราคาให้ผู้ซื้อตรง แล้วคู่ค้าได้อะไร แล้วจะเลิกต้นแบบเดิมไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้น คืออะไร ต้องใช้เซล เข้าไปเจรจา ในการเข้าควบคุม มากเท่าไรในการได้คู่ค้ามา เพราะการเลือกคู่ค้าไม่ใช่โมเดลของบริษัทแล้ว เป็นไปไม่ได้ มาคนละแนว แม้ว่าจะเป็นที่รู้จักในตลาดมากขึ้น ก็ยืนยันว่า จะไม่เปลี่ยนแปลงต้นแบบเดิมเด็ดขาด เป็นองค์กรที่ไม่ใหญ่มาก บริษัทไม่ได้ปรารถนาจะโตขึ้น 100 คน หรือเป็นองค์กรที่ใหญ่มาก

IT Exclusive: พอใจกับผลประกอบการที่ผ่านหรือไม่?

ชัยวัฒน์ : พอใจในระดับหนึ่ง การมีคู่ค้ามากเป็นเรื่อง ถามว่า ผลประกอบการณ์ไม่เป็นที่น่าพอใจเนื่อง จากว่า ยังมองเห็นว่า โอกาสในตลาดมีอีกมาก มีคู่ค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการการพัฒนาเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์บางตัวก็มีดีไคลของมัน ถูกซื้อไปบ้าง บางครั้งก็โดนแทนที่

IT Exclusive: ทิศทางโซลูชั่นในอนาคตจะเป็นอย่างไร?

ชัยวัฒน์ : กินก็ได้ ทาก็ได้ หมายความว่า มีโซลูชั่นอยู่กลุ่มหนึ่งสำหรับระดับเล็กและกลาง หนึ่งบล็อกทำได้หลายๆ อย่าง เนื้อหาคือ ป้องกันในส่วนป้องกันไวรัส สแปม อีเมลล์ เพราะตลาดพวกนี้ จะอยู่นาน ถ้าในตลาดภาพรวมเอสเอ็มอีทั้งหมด พูดถึงจำนวนลูกค้า มีมากกว่า 60% แต่พวกนี้จะซื้อเล็กๆ น้อยๆ ลูกค้ามีหลากหลาย แต่บริษัทยืนอยู่ข้างหลัง และสนับสนุนเต็มที่ ล็อกไฟล์ ช่วยให้ขายดีขึ้น แต่ผลิตภัณฑ์ส่วนเป็นไฮเอนด์ที่เหมาะกับองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่

IT Exclusive: มองภาพรวมของธุรกิจระบบรักษาความปลอดภัยในประเทศไทยอย่างไร?

ชัยวัฒน์ : ความต้องการซื้อมีอยู่เรื่อยๆ ตราบเท่าที่คนออกจากบ้านต้องล็อกกุญแจ ล็อกกุญแจรั้ว ประตูห้องนอน อย่างไรก็ตาม ต้องมีและบริหารจัดการ และหาวิธีป้องกัน ขณะที่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ เป็นหลัก ปี 2552 ขณะที่ปี 2552 ค่าใช้จ่ายจะลดลง เช่น ตั้งงบประมาณ 100 บาท แต่ซื้อจริง 80 บาท หดตัวลง แต่น่าเป็นห่วง

IT Exclusive: เอ็มเทคมีการรับมืออย่างไร?

ชัยวัฒน์ : เปิดตัวให้เป็นที่รู้จักว่าอยู่เบื้องหลัง อย่างน้อยเพื่อสร้างความมั่นใจ ลูกค้ามีบริษัทที่เป็นซัพพลายเออร์อยู่แล้ว เช่น กระทรวงต่างๆ โดยทำผ่านคู่ค้า และให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น

IT Exclusive: มีอะไรฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง?

ชัยวัฒน์ : สำหรับองค์กรทั่วไปตั้งแต่ ใหญ่ กลาง เล็ก ระบบรักษาความปลอดภัยก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอยู่เสมอ ไม่ได้มีความสัมพันธ์เฉพาะองค์กรใหญ่ องค์กรเล็กก็ยังต้องทำอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าด้านสเกลในการลงทุนจะเป็นอย่างไร มองข้ามไม่ได้ เพราะบางคนชอบคิดว่าไม่มีอะไร เป็นเว็บสาธารณะใครจะเข้ามาดูก็ได้ แต่ถ้าวันหนึ่งผู้ที่เข้าเว็บเจอรูปกระโหลกไขว้ขึ้นมา เจ้าของเว็บจะเสียหายหรือไม่

ดังนั้น ความสัมพันธ์ดังกล่าว ต้องมี และพิจารณาดู จะมากหรือน้อยก็อย่าละเลย ตราบเท่าที่บ้านต้องมีรั้ว มีประตู มีกุญแจ เหมือนในอดีตที่ถูกถามว่า พีซี จะมีใช้ในบ้านหรือไม่ สุดท้ายก็มีเกือบทุกบ้าน และมีระบบป้องกันไวรัสกันทุกบ้านไม่อย่างนั้นข้อมูลต่างๆ ที่เก็บไว้ก็ถูกทำลายหมด...



บทความจาก : ไทยรัฐ
 

ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี