กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
ช่วงนี้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังมาแรง ทั้งเรื่องความประหยัดและการช่วยลดมลพิษ แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยคือ “อนาคตแบตรถ EV จะถูกลงจริงไหม?” คำตอบคือ มีโอกาสสูงมาก และแนวโน้มนี้ก็เริ่มเห็นชัดเจนแล้วจากหลายปัจจัยสำคัญทำไมแบตรถ EV ถึงมีแนวโน้มถูกลง?1. เทคโนโลยีก้าวหน้าเร็วมาก ปัจจุบันรถ EV ใช้แบตลิเธียมไอออนเป็นหลัก แต่เทคโนโลยีใหม่อย่าง Solid-State และ Lithium-Sulfur กำลังถูกพัฒนาให้เก็บไฟได้มากขึ้น ปลอดภัยขึ้น และผลิตได้ถูกลง ซึ่งจะทำให้ต้นทุนแบตในอนาคตต่ำกว่าปัจจุบัน2. ยิ่งผลิตมาก ต้นทุนยิ่งลด เมื่อคนใช้ EV มากขึ้น โรงงานก็ผลิตแบตได้ในปริมาณมหาศาล เช่น โรงงาน Gigafactory ของ Tesla การผลิตแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ช่วยลดต้นทุนต่อก้อนลงได้มาก
3. การแข่งขันของผู้ผลิตรายใหญ่ บริษัทอย่าง CATL, LG, Panasonic และ BYD แข่งกันพัฒนาแบตที่ถูกกว่า ทนกว่า และเก็บไฟได้นานกว่า ยิ่งแข่งขันกันมาก ราคาก็ยิ่งถูกลง ผู้บริโภคได้ประโยชน์โดยตรง4. วัตถุดิบเริ่มหาง่ายขึ้น ลิเธียมและนิกเกิล ซึ่งเป็นหัวใจของแบตเตอรี่ เริ่มมีการค้นพบแหล่งใหม่ ๆ มากขึ้น ทำให้ราคาวัตถุดิบไม่ตึงตัวเหมือนในอดีต และช่วยลดต้นทุนการผลิตแบตลง5. รัฐบาลทั่วโลกสนับสนุน EV หลายประเทศให้เงินอุดหนุนและออกนโยบายผลักดันรถไฟฟ้าและอุตสาหกรรมแบต ทำให้ผู้ผลิตสามารถลงทุน พัฒนา และลดราคาสินค้าได้เร็วขึ้น ราคาแบตจะลดลงแค่ไหน?
ผู้เชี่ยวชาญและบริษัทใหญ่อย่าง CATL และ BYD คาดว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า ราคาแบตเตอรี่อาจลดลงถึง 70% ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ขนาด 100 kWh ที่ปัจจุบันราคาอยู่ราว 15,000 ยูโร (ประมาณ 600,000 บาท) อาจลดลงเหลือ ไม่ถึง 5,000 ยูโร (ประมาณ 200,000 บาท)เมื่อต้นทุนส่วนที่แพงที่สุดของรถ EV ลดลงแบบนี้ ค่ายรถอย่าง Volvo ที่วางแผนเลิกผลิตรถน้ำมันภายในปี 2030 ก็จะสามารถ ลดราคารถ EV ลงเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด และค่ายอื่น ๆ ก็จำเป็นต้องลดราคาตามเพื่อแข่งขันในขณะเดียวกัน เทคโนโลยีแบตจะพัฒนาให้ ความจุสูงขึ้น เช่น แบต 120 kWh ในราคาเท่าเดิม ซึ่งช่วยลดความกังวลเรื่องระยะทางวิ่งหรือ Charging Anxiety ไปได้มากสรุปราคาแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังลดลงต่อเนื่อง และมีโอกาสสูงอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ราคารถ EV ถูกลงอย่างชัดเจน หากแนวโน้มนี้ยังเดินต่อไป ราคารถ EV อาจลดลง ภายในปี 2030 ทำให้รถไฟฟ้ากลายเป็นตัวเลือกหลักของผู้ใช้รถทั่วไป ไม่ใช่แค่ของคนบางกลุ่มอีกต่อไป
แม้จะยังมีความท้าทายเรื่องวัตถุดิบและซัพพลายเชน แต่หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนแบตจะลดลงได้อย่างยั่งยืน และประเทศไทยก็มีโอกาสก้าวทันการเปลี่ยนแปลงนี้ สำหรับผู้บริโภค รถ EV ไม่ได้แค่ประหยัดพลังงาน แต่ยังช่วยลดค่าบำรุงรักษาและดีต่อสิ่งแวดล้อม การติดตามแนวโน้มเทคโนโลยีจะช่วยให้ซื้อรถได้คุ้มค่ายิ่งขึ้นและเมื่อรถ EV เข้าถึงง่ายขึ้น สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ประกันรถยนต์ที่คุ้มครองรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพราะแบตและระบบไฟฟ้ามีมูลค่าสูง การมีประกันที่ครอบคลุมทั้ง ตัวรถและแบตเตอรี่ จะช่วยให้คุณขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ และไม่ต้องเสี่ยงกับค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ รถ EV กำลังถูกลง… เลือกประกันที่ใช่ไว้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
กระทู้/ข่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ
|
|
|
|