หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ กู๊ดโฮม เฟอร์นิเจอร์ จำหน่าย เฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้าน(ชุดห้องนอน ที่นอน โฮมเธียร์เตอร์ โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะอาหาร ตู้พระ ตู้รองเท้า ตู้เก็บของ) เฟอร์นิเจอร์สำหรับ สำนักงาน(เก้าอี้ทำงาน โต๊ะทำงานไม้ โต๊ะทำงานเหล็ก ตู้เอกสาร ตู้เซฟ เคาน์เตอร์ พาทิชั่น)

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
กรมสุขภาพจิต ย้ำ! วัยรุ่นกลุ่ม 15–19 ปี เสี่ยงพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด เช็กเลย! 4 กลุ่มสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
กรมสุขภาพจิต ย้ำ! วัยรุ่นกลุ่ม 15–19 ปี เสี่ยงพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด เช็กเลย! 4 กลุ่มสัญญาณเตือนที่ต้องเฝ้าระวัง
โพสต์โดย คนข่าว , วันที่ 03 ก.พ. 69 เวลา 18:43:46 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV



ลิงก์ผู้สนับสนุน
ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2569) กรมสุขภาพจิต เปิดเผยถึงสถานการณ์สุขภาพจิตของเด็กและเยาวชนไทยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15–19 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอัตราการพยายามฆ่าตัวตายสูงที่สุด สะท้อนถึงความเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลการประเมินผ่าน Application Mental Health Check-in ช่วงปี 2568 พบว่ามีเยาวชนเข้ารับการประเมินกว่า 33,000 คน พบว่าเสี่ยงซึมเศร้า มีความเครียดสูง และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

                นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์สุขภาพจิตผ่านการประเมินสุขภาพจิตผ่าน Application Mental Health Check-in ระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 30 ธันวาคม 2568 พบว่า มีเด็กและเยาวชนจำนวนกว่า 33,000 คนเข้าร่วมการประเมินดังกล่าว และพบว่ามีเสี่ยงซึมเศร้า มีความเครียดสูง และมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงมาก  ซึ่งปัจจัยสำคัญในช่วงนี้มีที่มาจากแรงกดดันด้านการเรียน การสอบ ซึ่งในช่วงใกล้สอบเป็นช่วงที่วัยรุ่นมีความเครียดสูงเพิ่มขึ้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอาจพัฒนาไปสู่ปัญหาสุขภาพจิต เช่น วิตกกังวล ซึมเศร้า หรือปัญหาการนอนหลับ การทำร้ายตนเอง หรือ อาจเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายได้ 4 กลุ่มอาการที่พบบ่อยช่วงใกล้สอบที่ต้องสังเกต

 1. อาการด้านอารมณ์ ได้แก่ รู้สึกเครียด กังวล หงุดหงิดง่าย ใจร้อนกว่าปกติ รู้สึก “ไม่ดีพอ” โทษตัวเอง รู้สึกผิดทุกครั้งที่อ่านหนังสือไม่ได้ตามแผน หรือรู้สึกหมดแรงใจ สิ้นหวัง

 

 2. อาการด้านความคิด คิดวนซ้ำเรื่องสอบ เช่น “ถ้าสอบตกคงแย่มาก” เปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนหรือคนในโซเชียล โฟกัสยาก สมาธิสั้นลง อ่านหนังสือหักโหมจนลืมทำกิจวัตรประจำวัน มีอาการแยกตัว

 3. อาการทางกาย ได้แก่ ปวดหัว ปวดท้อง คลื่นไส้ ใจสั่น เหงื่อออก มือสั่น นอนไม่หลับ หลับยาก ตื่นบ่อย ฝันถึงห้องสอบ หรือฝันร้าย

 4. พฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อ่านหนังสือหักโหม ข้ามมื้ออาหาร ข้ามการนอน เลี่ยงการอ่านหนังสือเพราะรู้สึกกลัว หรือใช้โทรศัพท์/เกมเพื่อหนีความเครียด

              นายแพทย์กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเพิ่มเติมว่า หากพบความเปลี่ยนแปลงข้างต้น กรมสุขภาพจิตขอแนะนำระบบ HERO OBEC CARE คือ แพลตฟอร์มบริหารจัดการการดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านสุขภาพจิตแบบครบวงจร ภายใต้ความร่วมมือของ กรมสุขภาพจิต และ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อบูรณาการงานสาธารณสุขเข้าสู่สถานศึกษาที่ช่วยดูแลสุขภาพจิตนักเรียนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการคัดกรอง เฝ้าระวัง ให้คำปรึกษา และส่งต่อ เพื่อให้เด็กได้รับการช่วยเหลือที่ตรงจุดและรวดเร็ว เชื่อมโยงการทำงานร่วมกันระหว่างครู (ผู้คัดกรองและเฝ้าระวังใกล้ชิด) และ บุคลากรสาธารณสุข/Health HERO (ทีมหมอและพยาบาลจิตเวชที่ให้คำปรึกษาผ่านระบบออนไลน์ ช่วยให้เด็กที่มีความเสี่ยงได้รับการตรวจพบสัญญาณปัญหาสุขภาพจิตตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดโอกาสการเกิดปัญหารุนแรง และช่วยให้เข้าถึงระบบการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญได้ทันท่วงทีแม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ในช่วงที่ใกล้สอบเพื่อพิสูจน์ผลแห่งการพยายามของตนเองนั้น หากความเครียดรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้าที่รู้สึกไม่มีคุณค่า หรือปัญหาการนอนที่ทำให้สมรรถนะการเรียนลดลงไปได้อีก ขอแนะนำให้ใช้หลักการอ่านให้ได้ผล โดยไม่ทำร้ายตัวเอง ดังนี้

 1. จัดตารางอ่านหนังสือแบบเป็นมิตรกับสมอง แบ่งเวลาสั้น ๆ แต่สม่ำเสมอ

 

 2. ตั้งเป้าตามงานไม่ใช่ตามเวลา เช่น ตั้งเป้าทำแบบฝึกหัดให้ครบชุด แทนการกำหนดจำนวนชั่วโมงเพียงอย่างเดียว

 3. ดูแลร่างกายพื้นฐาน นอนให้พออย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน กินอาหารให้ครบมื้อ และดื่มน้ำให้พอ

 4. จัดการเสียงในหัว เปลี่ยนจาก “เราต้องไม่พลาด” เป็น “เราจะทำให้ดีที่สุด”

             นอกจากนี้เด็กและเยาวชนที่มีปัญหาสามารถขอรับคำปรึกษาจากครูแนะแนว นักจิตวิทยาในโรงเรียน หรือโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกัน ขอเน้นย้ำว่าเพื่อน ครู และผู้ปกครองควรมีบทบาทร่วมกันในการสังเกตสัญญาณเตือน 
เปิดใจรับฟัง และให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที สำหรับสถานศึกษาที่ต้องการวางมาตรการหรือพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน สามารถขอรับคำปรึกษาและการสนับสนุนทางวิชาการจากกรมสุขภาพจิต เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งทางใจ และลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในเด็กและเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

กระทู้/ข่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 111

แสดงความคิดเห็น โดย คนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 03 ก.พ. 69 เวลา 18:43:46
 

 

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ 08-0500-1180 เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | เครื่องฟอกอากาศ เชียงใหม่-ลำพูน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี