หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ แนะนำ !!!! Start Up ที่มาแรงที่สุดแห่งปี 2020 “บริษัท อัลทิมา ไลฟ์ จำกัด
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
สรุปการเสวนา ”จากคุ้มสู่คอก จากคอกสู่...”

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
สรุปการเสวนา ”จากคุ้มสู่คอก จากคอกสู่...”
โพสต์โดย โน้ต cmprice , วันที่ 06 ก.พ. 56 เวลา 00:35:05 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2556 เวลา 13.00 – 16.00 ณ ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่

 

คณะวิทยากรผู้ร่วมเสวนา

.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

นายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

นายเมธาดล วิจักขณะ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ เชียงใหม่

นายทัศนัย บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่

นายอินสม ปัญญาโสภา นายกสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคเหนือ

ดร.ณัฐกร วิทิตานนท์ อาจารย์จากสำนักวิชานิติศาสตร์ ม.แม่ฟ้าหลวง

ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ ใจอินทร์ นักวิชาการอิสระ กวิณี คอลัมนิสต์มติชนสุดสัปดาห์

โดยมีผู้เข้าร่วมฟังการเสวนาประมาณ 150 คน

 

สรุปเนื้อหาสาระจากการเสวนาได้ดังนี้

 

อันที่จริงชาวเชียงใหม่เฝ้ารอคอยอย่างใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่จึงจะมีการย้าย "คอกอันเป็นผลงานของรัฐบาลสยามเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ที่ได้กระทำการเปลี่ยน "หอคำหลวงที่ประทับของเจ้านายฝ่ายเหนือ ให้กลายเป็น "เรือนจำกลางเวียง ให้ออกไปแถบอำเภอรอบนอกเสียที โดยมีกระบวนการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องนับแต่ปี 2545 จนกระทั่งรัฐบาลได้มีมติ ครม. ประกาศให้มีการย้ายทัณฑสถานหญิงออกไปอยู่ที่แม่ริมเมื่อเดือนธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา

 

 

ความฝันของคนเชียงใหม่ วาดไว้ว่าหลังจากทุบอาคารเรือนจำออกทั้งหมดแล้ว ก็คงถึงเวลาแปรสภาพ"คอกให้กลับคืนสู่ "ข่วงหลวงเวียงแก้วหรือลานประวัติศาสตร์สมัยล้านนากันอีกครั้ง โดยเชื่อว่ายังมีหลักฐานอยู่ใต้ชั้นดินอีกจำนวนมหาศล

 

แต่แล้วกลับมีกระแสข่าวออกมาว่า พื้นที่ "ข่วงหลวงเวียงแก้วดั้งเดิมผืนนี้จักพัฒนาปรับโฉมจากคุกให้เป็น"สวนพุทธธรรมในนาม "พุทธมณฑลเชียงใหม่เนื่องในวาระพุทธชยันตีี 2600 ปี โดยที่ไม่มีการกล่าวถึงโครงการศึกษาขุดค้นขุดแต่งทางโบราณคดีแม้แต่น้อย

 

ชาวเชียงใหม่ยอมให้รื้อคอกเพื่อถอนขึด

 

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา จึงได้มีการเปิดเวทีเสวนาเรื่อง "จากคุ้มสู่คอก จากคอกสู่..." ณ ศูนย์สร้างสรรค์เมืองเชียงใหม่ นำโดย ศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง ผู้เป็นหัวหอกรณรงค์ขับเคลื่อนให้มีการย้ายทัณฑสถานหญิงออกไปจากกลางเวียงมานานกว่า 10 ปีแล้ว

 

จากคำชี้แจงของนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้สร้างความกระจ่างชัดให้แก่ชาวเชียงใหม่ในระดับหนึ่งว่า จะมีการทุบรื้ออาคารทุกหลังในบริเวณเรือนจำทัณฑสถานหญิงนี้อย่างแน่นอน โดยกำหนดฤกษ์งามยามดีถือเอาวันประสูติของพระญามังราย ผู้สถาปนาเวียงแก้วหรือพระราชวังแห่งนี้ ในเสาร์ที่ 26 มกราคม 2556 โดยได้เชิญนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มาร่วมเป็นประธานในพิธีสูตรถอน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล

 

อีกทั้งตลอดระยะเวลา วันก่อนหน้านั้นได้มีการนิมนต์พระสงฆ์จาก 14 อำเภอในเชียงใหม่มาทำพิธีสวดพุทธมนต์ ในบริเวณเรือนจำแห่งนี้ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแก่นักโทษผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยเช่นกัน

ข้อสำคัญยังได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าชมห้องต่างๆ ในทัณฑสถานหญิง เราจึงได้เห็นสภาพเรือนจำแบบห้องขังรวมตั้งแต่ คน ถึง 80 คน ห้องขังเดี่ยว คุกมืด ห้องใต้ดิน แดนประหาร ซึ่งยังหลงเหลือเสาหลักประหาร แม้ว่ายุคหลังไม่ได้ใช้งานอีก

 

ณ วันนี้ชาวเชียงใหม่ค่อนข้างมีเสียงเป็นเอกฉันท์มากขึ้นกว่าเดิมแล้วว่าอยากให้รื้ออาคารเรือนจำออกไปทั้งหมด ซึ่งเดิมนั้นเคยมีบ้างที่บางคนอยากให้อนุรักษ์อาคารบางส่วนไว้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์คุก ก็อาจทำได้หากว่าคุกนั้นไม่ได้สร้างทับที่ "หอคำหลวงหรือหากจะรื้อบางหลัง เก็บไว้บางหลัง ก็ย่อมดูประดักประเดิดอยู่ไม่น้อย

 

การขับเคลื่อนให้รื้อคุกของชาวเชียงใหม่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มิได้ตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์ต่อตัวอาคารสถาปัตยกรรมว่ามีหรือไม่มีคุณค่า สมควรที่จะอนุรักษ์ไว้เป็นโบราณสถานหรือไม่ แต่เป็นการพูดถึงความทุกข์ทรมานใจทุกครั้งที่ต้องทนเห็นสัญลักษณ์ของเครื่อง "พันธนาการตั้งอยู่ใจกลางมหานครเชียงใหม่

ดังนั้นประเด็นการรื้ออาคารทุกหลังในทัณฑสถานหญิงจึงมิได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาแก่ฝ่ายใด ทั้งนี้ต้องตั้งอยู่บนเงื่อนไขที่ว่า ก่อนจะรื้อต้องให้นักจดหมายเหตุได้เข้าตรวจสอบและทำการบันทึกหลักฐานตามกระบวนวิชาการอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่เพียงถ่ายภาพหรือวีดิทัศน์ แต่ยังหมายถึงการเก็บรวบรวมภาพถ่ายเก่า ผังอาคาร สิ่งของเครื่องใช้บางอย่าง รวบรวมไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เพื่อประโยชน์ในการสืบค้นข้อมูลทางการศึกษา

 

ข่าวนี้นำมาซึ่งความตื่นเต้นดีใจของชาวเชียงใหม่ บางคนตกใจว่าทำไมช่างเร็วปุบปับกระทันหันนัก ยังไม่ทันตั้งตัวเลยก็จะรื้อคอกเสียแล้ว แต่หลายคนกลับอนุโมทนา คร่ำครวญว่ามันช้าเกินไปเสียด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่ชาวล้านนาได้ถูกกระทำนานกว่า 111 ปี นับแต่พื้นที่หอคำหลวงแห่งนี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นคุกในสมัยรัชกาลที่ี 5

 

พลิกคอกสู่ข่วงหลวง อย่ามองข้ามงานโบราณคดี

 

เมื่อกรมราชทัณฑ์ย้ายออกไปแล้วและได้คืนพื้นที่ให้แก่ราชพัสดุ รัฐมีนโยบายจะทำอะไรต่อล่ะหรือ หลังจากที่ทุบอาคาร คำอธิบายของนายเพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุลนั้นมีอยู่ว่าจะปรับพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นสวนพุทธธรรม ภายใต้ชื่อ "พุทธมณฑลเชียงใหม่ในวาระเฉลิมฉลองพุทธชยันตี 2600 ปี

 

นอกจากพื้นที่ทัณฑสถานหญิงแล้ว ยังมีโครงการผนวกเอาพื้นที่ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ กับโรงงานยาสูบมารวมไว้ด้วยกันจำนวนประมาณ 37 ไร่เศษ เพื่อปรับปรุงเป็นสวนสาธารณะของประชาชน แบบทูอินวัน คือกึ่งปฏิบัติธรรม (แต่ไม่มีพระภิกษุจำพรรษาแบบพุทธมณฑลกึ่งพักผ่อนหย่อนใจออกกำลังกาย (แบบสวนลุมพินี)

ข้อสำคัญสถานที่แห่งนี้จะมีสิ่งก่อสร้างใหม่ อย่างน้อยสามรายการคือ

 

หนึ่ง จะอัญเชิญ "พระนวพุทธชยันตีหรือพระพุทธรูปปางตรัสรู้ ที่รัฐบาลได้จัดสร้างมีจำนวนองค์ องค์หนึ่งจะนำมาประดิษฐานไว้ที่นี่

 

สอง จะก่อสร้าง "สังเวชนียสถานจำลองทั้ง แห่ง เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าได้แก่ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน

 

สาม จะจัดสร้างอาคารพื้นถิ่นล้านนาด้วยไม้สักหลังใหญ่โตมโหฬาร ในทำนองการจำลอง "ข่วงหลวงเวียงแก้วที่ประทับของเจ้านายฝ่ายเหนือให้คนเข้าชม

และแน่นอนว่าในบริเวณนี้ย่อมมีพื้นที่เหลือพอ สำหรับจัดสร้างพิพิธภัณฑ์จัดแสดงประวัติความเป็นมาของคอกด้วยเช่นกัน

 

แต่คำถามที่ตามมาจากบุคคลต่างๆ ที่ร่วมเสวนาก็คือ ก่อนที่จะเปิดไฟเขียวให้เดินหน้าจัดสร้างอาคารใหม่ๆ เหล่านั้น ได้มีแผนการสำรวจศึกษาขุดค้นทางโบราณคดีที่ซุกซ่อนอยู่ใต้ดินก่อนด้วยหรือไม่ เหตุเพราะพื้นที่นี้ระบุชัดแล้วว่าเคยมีประวัติศาสตร์สืบเนื่องกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคพระญามังรายเมื่อราว 720 ปีก่อน

 

หากยังไม่มีแผนดังกล่าว จะแน่ใจได้อย่างไรว่าสถานที่ีปลูกสร้างอาคารใหม่ จักไม่ไปทับซ้อนอยู่บนซากฐานของข่วงหลวงเวียงแก้วหลังเดิม

 

 

วัตถุประสงค์แรกเริ่มที่ทุกฝ่ายร่วมรณรงค์เรียกร้องให้ย้ายคุกออกไปนั้น ก็เพื่อต้องการฟื้นฟูจิตสำนึกทางด้านประวัติศาสตร์ให้แก่คนล้านนา ด้วยเป็นสิ่งที่ขาดหายไป ชาวเชียงใหม่จึงโหยหาเป็นอย่างยิ่ง หาได้มีการพูดถึงสวนพุทธธรรมกันแต่อย่างใดไม่ เหตุเพราะเชียงใหม่เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนา มีวัดวาอารามและสถานปฏิบัติธรรมกล่นเกลื่อนอยู่แล้ว มีเรือนพื้นถิ่น บ้านกาแล-สรไน ของจริงให้ชมอยู่ไม่น้อย

 

ชาวเชียงใหม่ไม่ต้องการเห็น "หอคำหลวง 2” ที่เคยจำลองมาไว้ที่สวนราชพฤกษ์แล้วหนึ่งหลัง ซึ่งไม่ใช่รูปแบบที่ถูกต้องเพราะจำลองมาจากวิหารวัดพันเตาที่เชื่อว่าพระเจ้ามหโหตรประเทศรื้อถวายแก่วัด ซึ่งรูปแบบของหอคำหลวงสมัยโบราณนั้นยังไม่มีใครทราบแน่ชัดว่ามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร

 

โอกาสที่จะเปิดพื้นที่สำหรับการศึกษาค้นคว้าทางโบราณคดีกลางเวียงเชียงใหม่มิใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จึงน่าจะมีแผนบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพราะบางทีลวดลายศิลปะที่ได้จากข่วงหลวงเวียงแก้วอาจไม่เหมือนกับแหล่งโบราณคดีอื่นใดเลยก็ได้ อันอาจนำมาใช้ต่อยอดให้แก่ ฝ่ายสถาปนิกที่ได้รับโจทย์ให้ออกแบบคุ้มไม้สักอลังการ หรือนักผังเมืองที่ต้องปรับปรุงภูมิทัศน์สังเวชนียสถาน จะได้ไม่ต้องหนักใจในการทำงานขั้นต่อๆ ไปด้วย

 

ปัญหาคือมิควรเร่งรัดโครงการด้วยเงื่อนไขของเวลาอันจำกัดว่าต้องทำทุกอย่างให้เสร็จทันในปีงบประมาณ2556 เท่านั้น เหตุเพราะงานโบราณคดีมีขั้นตอนที่ละเอียดอ่อนต้องใช้เวลามากพอสมควร

 

อนึ่ง มิควรเข้าใจว่าเมื่อขออนุมัติงบภายใต้วาระ "พุทธชยันตีแล้ว ต้องเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาเท่านั้น ตัวอย่างของโครงการพุทธชยันตี 2500 ปี ในโอกาส 25 พุทธศตวรรษ ยุคนั้นจอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้ใช้วาระพุทธชยันตีออก พรบ.นิรโทษกรรม และ พรบ.ล้างมลทิน ให้แก่ผู้กระทำผิดทางการเมือง สะท้อนว่าโครงการในวาระพุทธชยันตีนั้นไม่จำเป็นจะต้องก่อสร้างสวนปฏิบัติธรรมตามอย่างพุทธมณฑลเสมอไป

 

ชาวเชียงใหม่มิได้รังเกียจที่จะมีสวนพุทธธรรมเพิ่มขึ้นอีกแห่งในเมืองนี้ แต่ควรใช้พื้นที่สวนป่าอันร่มรื่นแหล่งอื่นๆ ตามที่เคยมีมติกันก่อนหน้านั้นแล้วว่าเคยพบอยู่แถวอำเภอดอยสะเก็ด

 

เพียงแต่ขอทวงคืนพื้นที่ของคุ้้มที่ครั้งหนึ่งเคยถูกยัดเยียดให้กลายเป็นคอก กลับคืนมาสู่ประวัติศาสตร์หน้าเดิมนั้นอีกครั้ง ไม่อยากได้อนุสรณ์สถานที่ที่ส่งตรงมาจากส่วนกลางแบบท็อปดาวน์ อยากให้มีการฟังเสียงจากประชาชน

 

สิ่งที่จังหวัดเชียงใหม่หรือผู้รับผิดชอบโครงการควรดำเนินการมีดังนี้

  

1. แรกสุด สิ่งก่อสร้างอาคารเรือนจำต่างๆ ของคุกกลางเวียงนั้น ก่อนที่จะถูกทุบทิ้ง ควรเชิญนักจดหมายเหตุ ของสำนักศิลปากรที่ เชียงใหม่ (หัวหน้าหอจดหมายเหตุแห่งชาติเชียงใหม่คือคุณศิริพร ภาณุรัตน์มาร่วมดำเนินการ พร้อมกับประสานผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์เทคโนโลยีจากวิทยาลัยสื่อเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผ่าน อดรภักดีกุล รัตนาให้จัดทำการถ่ายภาพบันทึกตัวอาคารที่มีคุณค่าหลายชิ้นไว้ ถ่ายแต่ละมุม แต่ละห้อง ถ่ายองค์ประกอบต่างๆ และถ่ายการลงมือทุบทั้งกระบวนการจนเสร็จสิ้น (Full Documentation) เพื่อจะได้เก็บหลักฐานไว้ในหอจดหมายเหตุ และใช้นำเสนอจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ต่อไป โดยใช้งบของโครงการดังกล่าวตามที่มีมติ ครมนั้น เนื่องจากแต่ละหน่วยงานไม่ได้ตั้งงบประจำรองรับไว้สำหรับโครงการนี้ อนึ่งเกี่ยวกับการย้ายทัณฑสถานหญิงครั้งนี้ ควรคำนึงถึงเรื่องจิตวิญญาณหรือพิธีกรรมความเชื่อบางอย่างด้วย นั่นคือการย้าย "หอเจ้าพ่อเจตคุปต์ต้องย้ายตามไปอยู่ที่แม่ริมด้วย หรือการดูแลศาลเจ้าพ่อข้อมือเหล็ก ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากคุกเก่า เป็นต้น

 

 

2. ให้จังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการที่จะต้องร่วมคิดร่วมดูแลบริหารการทุบคุกและสร้างข่วงหลวงขึ้นมานั้น ควรเป็นบุคคลมาจากภาคส่วนต่างๆ หลากหลายสาขาอาชีพ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เป็นประธาน และหากงบประมาณลงมาในช่องสำนักพุทธศาสนาหรือหน่วยงานใดก็แล้วแต่ ให้หัวหน้าส่วนราชการนั้นเป็นเลขานุการ โดยแบ่งคณะทำงานเป็นฝ่ายอำนวยการ ฝ่ายวิชาการโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ฝ่ายเอกสารจดหมายเหตุ ฝ่ายดูแลการรื้อถอนอาคารและรักษาสภาพสิ่งแวดล้อม ฝ่ายศิลปวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรม ฝ่ายออกแบบอาคารและปรับปรุงภูมิทัศน์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายกฎหมาย ฯลฯ คัดเลือกบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากทั้งภาครัฐ ภาคพระสงฆ์ นักการเมือง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคการศึกษา ปราชญ์ชาวบ้าน นักวิชาการอิสระ ภาคธุรกิจท่องเที่ยว สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม ไม่ควรให้บริหารโดยคนเพียงไม่กี่คนหรือองค์กรใดองค์กรเดียว เพราะเป็นโครงการระดับชาติ ต้องอุดรูรั่วมิให้มีเสียงร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใส การมีหลายฝ่ายจะช่วยให้แง่คิดกว้างขวางมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับกระแสการรณรงค์ "เชียงใหม่จัดการตนเอง"

 

3. นอกเหนือจากการบริหารจัดการภายในเขตทัณฑสถานหญิงแล้ว ควรพิจารณาต่อไปถึงการทำผังเมืองเชียงใหม่อย่างจริงจัง แบบเป็นระบบให้ครบวงจร ต้องทำ Master Plan ดูทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเชียงใหม่ในทศวรรษหน้า โดยเฉพาะระบบขนส่งสาธารณะ อุโมงค์ใต้ดิน เพราะในเร็วๆ นี้ จะมีรถไฟวิ่งตรงมาจากเชียงของ ทวาย และจากลาว ปรากฏการณ์ใหม่จะอุบัติขึ้นด้วยความรวดเร็วมาก หากไม่เตรียมวางแผนให้ดี ไม่มีระบบขนส่งมวลชน เมืองเชียงใหม่จะยิ่งแย่ลง และคุณภาพชีวิตคนจะลำบากมากขึ้น

 

4. ความรู้สึกของผู้เข้าร่วมเสวนา เท่าที่ประมวลเกือบทั้งหมด เห็นว่าวัดหรือสถานที่ีปฏิบัติธรรมนั้น มีมากมายหลายแห่งเหลือเกินในประเทศนี้ แต่ว่ามีพระจำพรรษาน้อย ไม่ควรสร้างพุทธมณฑลที่ข่วงหลวงนี้้ เพราะผิดวัตถุประสงค์ดั้งเดิม ต้องไม่รีบร้อนสร้างผลงานสิ่งก่อสร้างที่แปลกปลอมใหม่ แต่ควรดูซากสิ่งก่อสร้างต่างๆ ใต้ดินก่อนว่ามันบอกเรื่องราวอะไร ฐานส่วนไหนเป็นหลักฐานสำคัญ จึงควรคิดให้ถี่ถ้วน หวังผลระยะยาว สร้างองค์ความรู้จากแผ่นดินต้นกำเนิดของเมืองให้คุ้มค่ามากที่สุด จำเป็นอย่างยิ่งที่ีจะต้องขุดค้นหาหลักฐาน เมื่อได้ข้อมูลจนเป็นที่แน่ชัดแล้ว จึงจะกำหนดพื้นที่ที่จะปรับเป็นสวนสาธารณะได้บางส่วน แต่สถานที่ที่เป็นหัวใจหลักก็คือซาก "ข่วงหลวงเวียงแก้วของเดิม มิใช่อาคารเรือนไม้สักหลังใหญ่ที่สุดในโลก น้ำพุ หรือสังเวชนียสถานสี่แห่ง

 

5

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 2458

แสดงความคิดเห็น โดย โน้ต cmprice IP: Hide ip , วันที่ 06 ก.พ. 56 เวลา 00:35:05
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี