หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ เครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ห้องแก๋งโฮ๊ะ
เว็บบอร์ด » ห้องแก๋งโฮ๊ะ
รายละเอียดของห้อง : พูดคุยกันเรื่องทั่วๆ ไป, สัพเพเหระ, อยากถาม อยากตอบ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
รณรงค์ กดรีพอร์ต เพจหมิ่นเจ้าแม่จามเทวี พญามังรายและครูบาเจ้าศรีวิชัย (ห้ามไลค์ คอมเม้นเพจหมิ่น)

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
รณรงค์ กดรีพอร์ต เพจหมิ่นเจ้าแม่จามเทวี พญามังรายและครูบาเจ้าศรีวิชัย (ห้ามไลค์ คอมเม้นเพจหมิ่น)
โพสต์โดย ตนข่าว , วันที่ 10 มี.ค. 60 เวลา 10:00:05 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV



ลิงก์ผู้สนับสนุน
ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

ห้ามไลค์ แชร์ และคอมเม้น เพจหมิ่น!!!!

"กด Share กด like หรือ กด comment เพื่อชวนไปด่า หรือ เพื่อด่า หรือ ตอบโต้: การกระทำแบบนี้ อาจจะทำให้เรารู้สึกว่ากำลังปกป้องในสิ่งที่เรารัก แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยครับ เรากำลังช่วยเหลือให้ภาพเหล่านี้กระจายไปอย่างรวดเร็วต่างหาก เพราะทุกครั้งที่เรา comment เพื่อนเราจะเห็นกิจกรรมของเราบน News Feed ใน Facebook ทำให้ภาพนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว"


หลังจากมีเพจๆ หนึ่ง ที่ได้ กระทำการจาบจ้วง ดูหมิ่น พระนางจามเทวีและพ่อขุนมังราย ซึ่งเป็นที่รักของชาวลำพูน และผู้ที่นับถือ จึงของเชิญชวนพี่น้อง เข้าไปกดรีพอร์ต เพื่อให้เพจนั้น หายไปจากเฟสบุ๊ค  โดยมีขั้นตอนดังนี้

สำหรับมือถือ

 

 

 

สำหรับคอมพิวเตอร์
 

 


 
 
 

จดหมายเปิดผนึกถึงเพจ “ไม่เชื่อต้องลบหลู่” เรื่องการจ้วงจาบหยาบช้าต่อพระนางจามเทวี พระญามังราย และครูบาเจ้าศรีวิชัย
 
ขอส่งจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ถึงสาธารณชนผู้อ่านทุกคนทุกภาคส่วน รวมถึงผู้โพสต์ข้อความกระทู้อันจ้วงจาบหยาบช้า จนเป็นที่กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกของสังคมล้านนาอย่างรุนแรง อีกทั้งยังเป็นการบิดเบือนด้านประวัติศาสตร์ให้ผู้อ่านหลงผิดตาม ตามที่เพจ “ไม่เชื่อต้องลบหลู่” ได้โพสต์ข้อความให้ร้ายป้ายสีดูถูกเหยียดหยามหมิ่นแคลนศักดิ์ศรี เกียรติภูมิ แห่งความเป็นมนุษย์ ของวีรบุรุษวีรสตรีที่ผู้คนล้านนาให้การเคารพนับถือมาอย่่างยาวนาน ทั้งยังดูถูกชาวลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย และล้านนาทั้งหมดในปัจจุบันที่ยังคงให้ความนับถือพระนางจามเทวี พระญามังราย และครูบาเจ้าศรีวิชัย ในเชิงเยาะเย้ยถากถางถ่มถุยว่า “เป็นควาย โง่เง่า งมงาย ถูกหลอก ให้กราบไหว้ ให้หลงเชื่อว่า พระนางจามเทวีมีตัวตนจริง (ที่แท้เป็นแค่ตำนานหลอกเด็ก) หรือพระญามังรายเป็นปฐมกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่จริิง (ที่แท้หลอกพาคนไปตาย โดยเขาใช้คำเรียกท่านว่า ทรราชย์ชาติสุนัข) รวมทั้งครูบาเจ้าศรีวิชัยเอง ก็ยังถูกประณามย่ำยีว่าหาได้มีบารมีพุทธคุณ แต่อย่างใดไม่”
เพจดังกล่าวไม่ได้เขียนแสดงความคิดเห็นในเชิงวิชาการที่มี “อรรถ” และ “ธรรม” เพื่อสร้างความก้าวหน้าให้แก่ผู้สนใจประวัติศาสตร์ท้องถิ่นล้านนาแต่อย่างใดเลย ทว่าทุกกระทู้เต็มไปด้วย “อคติแบบสุดโต่ง” เป็นการเหยียบย่ำทำลายความรู้สึกของ “คนในชาติพันธุ์ท้องถิ่นล้านนาอย่างจงใจ” ทุกถ้อยคำล้วนเปล่งอย่างสบถ ในลักษณะ “ผรุสวาจา” “ป่าเถื่อน” “ลามกอนาจาร” “ใต้สะดือ” โดยมีแต่ความสะใจ ท้าทาย ไม่ยี่หระ ไม่มีความยำเกรงอินทร์พรหมยมยักษ์หน้าไหนทั้งสิ้น ซึ่งไม่อาจคัดลอกยกทั้งประโยคที่เขาโพสต์นำมาเปิดเผยในที่นี้ได้ เมื่อวานนี้ (วันศุกร์ที่ 5 กพ. 59) ได้มีผู้ปรารภปัญหาดังกล่าวกับดิฉันมากกว่า 10 ราย เมื่อดิฉันได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวลำพูนและล้านนาจังหวัดอื่นๆ ก็ได้ข้อสรุปหลากหลายความเห็น บางคนเห็นว่า “อย่าไปถือสาหาความพวกอยากดังอยากสร้างกระแส อย่าไปตกเป็นเหยื่อของเขาเลย” แต่หลายคนก็เห็นว่า “เป็นการโพสต์ข้อความที่รับไม่ได้จริงๆ ชาวลำพูน เชียงราย และชาวล้านนาที่ยังมีความศรัทธาต่อพระนางจามเทวี พระญามังราย และครูบาเจ้าศรีวิชัย อยู่นิ่งเฉยต่อไปไม่ได้อีกแล้ว” แม้การออกมาตอบโต้กับ “บุคคลที่ไม่เปิดเผยตัวตนเช่นผู้โพสต์ จะเสมือนการ “เอาพิมเสนไปแลกกับเกลือ” ก็ตาม แต่ก็น่าจะดีกว่าการอยู่เฉยๆ หากไม่มีการขยับแสดงปฏิกิริยาใดๆ ออกในเชิงต่อต้านบ้าง เพจดังกล่าวก็จะยิ่งย่ามใจและได้ใจ คิดว่าการโพสต์อคติส่วนตัวในที่สาธารณะนั้น เขาย่อมสามารถโพสต์อะไรก็ได้ ขาดการสำรวม ขาดการเคารพสิทธิและความเชื่อของบุคคลอื่น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะถูกหรือผิด ด้วยคิดไปว่า “นี่คือความเห็นส่วนบุคคล” ในกระทู้นี้ ดิฉันจึงขอแลกเปลี่ยนกับสาธารณชนทุกฝ่าย 2 ประเด็นคือ ประเด็นที่ 1 ต่อไปนี้เราจะมีมาตรการด้านกฎหมาย หรือหลักค้ำประกันใดๆ ในด้านสื่อสาธารณะของโลกออนไลน์ได้บ้างหรือไม่ ว่าหากมีใครโพสต์ข้อความในลักษณะจ้วงจาบหยาบช้าให้ร้ายป้ายสีต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แม้จะล่วงลับไปแล้วไม่ว่ากี่ร้อยกี่พันปี โดยเจตนาจะชักจูงให้ผู้อ่านเกิดความชิงชังรังเกียจ แตกแยก บุคคลผู้นั้นควรได้รับโทษสถานใด และจะมีวิธีการกระทำต่อเพจนั้นอย่างไร ไม่ว่าโดยทางนิติศาสตร์ หรือทางรัฐศาสตร์ ไม่ควรมองว่า เขาไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ใคร เขาแค่แสดงทัศนวิสัยส่วนตัว ก็ถ้าหากแค่แสดงความเห็นส่วนตัวนั้น คงไม่มีใครไปว่าอะไรเขาได้หรอก เช่นการที่เขาไม่เชื่อว่าพระนางจามเทวีมีตัวตนจริงหรือไม่นั้น ไม่มีผู้ใดสามารถบีบบังคับ เปลี่ยนความเชื่อของเขาได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราสงสัยตามมาก็คือ ทำไมเขาต้องเอาความเชื่อที่ว่าพระนางจามเทวีไม่มีตัวตนนั้น โยงมาปะปนต่อความรู้สึกที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่า ชอบธรรมกว่า จึงสามารถกดขี่ดูถูกหมิ่นหยามชาวลำพูนทั้งจังหวัดว่าเป็นควาย (เพราะยังเคารพพระนางจามเทวี ซึ่งเขามองว่าไม่มีตัวตนจริง) เท่านั้่นยังไม่พอ เขายังจาบจ้วงเรื่องสรีระของอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีที่กาดหนองดอก ซึ่งออกแบบปั้นโดยช่างสิปหมู่ กรมศิลปากร ในทำนองว่ามีค่าแค่เป็นเครื่องบำบัดกามราคะ เป็นวัตถุทางเพศ แสดงความกระเหี้ยนกระหือรือออกมาอย่างไม่สมควร เช่นนั้นด้วย กรณีนี้ฝ่ายกฎหมายบ้านเมือง กระทรวง ICT จะช่วยไขข้อข้องใจประการใดได้บ้าง ประเด็นที่ 2 กระทู้นี้จะขออธิบายถึงเรื่อง “การมีตัวตน” หรือ “ไม่มีตัวตน” ของพระนางจามเทวี ให้ผู้อ่านรับทราบ ว่าทำไมถึงได้กลายมาเป็นประเด็นสาธารณะ (อีกครั้ง และซ้ำแล้วซ้ำเล่า) ซึ่งเพจไม่เชื่อต้องลบหลู่ มิใช่รายแรกที่เปิดประเด็นนี้ แต่ในวงการประวัติศาสตร์โบราณคดีเคยตั้งคำถามดังกล่าวมานานนมหลายทศวรรษแล้ว และก็มีการหาข้อสรุปจนเลิกถามกันไปนานแล้วเช่นกัน ย่อมแสดงว่าเพจที่โพสต์กระทู้นี้ หาได้ติดตามความคืบหน้าของคำตอบจากเหล่านักวิชาการแต่อย่างใดเลย มีแต่ความคิดที่จะ “เอามันส์” เพียงอย่่างเดียว กรณีการสงสัยเรื่องพระนางจามเทวีว่ามีตัวตนจริงหรือไม่นั้น สามารถแบ่งมูลเหตุได้เป็น 2 กรณี กรณีแรก เกิดจากอายุสมัยที่พระนางจามเทวีเสด็จมาครองราชย์ที่หริภุญไชย (ลำพูน) นั้น ตกอยู่ในปี พ.ศ. 1204 (ต้นพุทธศตวรรษที่ 13) ซึ่งต้องยอมรับว่า “เป็นศักราชที่เก่าเอามากๆ” เก่าเสียจนกระทั่ง หาหลักฐานด้านศิลาจารึกที่ร่วมสมัยกับพระนางไม่พบเลยแม้แต่หลักเดียว นั่นคือปมปริศนาข้อที่หนึ่ง ที่ทำให้เรื่องราวของพระนางจามเทวีต้องกลายมาเป็นที่คลางแคลงสงสัยมาโดยตลอดว่า ตกลงแล้วพระนางจามเทวีเป็นแค่วีรสตรีในตำนาน นิทานพื้นบ้าน หรือว่าเป็นบุคคลของประวัติศาสตร์ที่มีตัวมีตนจริง อย่างไรกันแน่? กรณีที่สองคือ เกิดจากมุมมองของคนปัจจุบันที่เชื่อว่าการขึ้นครองราชบัลลังก์ได้นั้นต้องเป็นเรื่องของ “บุรุษเพศ” เท่านั้น จึงจะมีศักดิ์และสิทธิ์ในการครองเมืองได้ เป็นทัศนะที่คับแคบล้าหลัง เต็มไปด้วยการกดขี่ทางเพศยิ่งนัก คำอธิบายในประเด็นแรก การที่ไม่พบหลักฐานด้านศิลาจารึกนี้ เคยเป็นเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายกันมาก่อน เพราะนักโบราณคดีเคยวางน้ำหนักไว้ที่หลักฐานด้านศิลาจารึกว่าเป็น “เอกสารชั้นต้นที่น่าเชื่อถือได้มากที่สุด” (ที่เรียกกันว่า Primary Source – ปฐมภูมิ) ส่วนเอกสารด้านตำนานนั้น เชื่อถือได้น้อยกว่า ถือเป็นน้ำหนักระดับรองๆ แต่ต่อมาก็เป็นที่ยอมรับกันโดยเอกฉันท์แล้วว่า “เราไม่ควรยึดถือเพียงแค่ว่าจะต้องพบหลักฐานด้านศิลาจารึกที่เก่าแก่ถึงยุคพุทธศตวรรษที่ 13 ซึ่งร่วมสมัยกับพระนางจามเทวีจริงๆ เท่านั้น” แต่ควรพิจารณาถึงหลักฐานด้านอื่นๆ ประกอบกันด้วย ได้แก่ ตำนานเรื่องเล่า มุขปาฐะ ศิลาจารึกในชั้นหลัง ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการกล่าวถึงเหตุการณ์ย้อนหลังกลับไปสู่ยุคพุทธศตวรรษที่ 13 โดยระบุชื่อของพระนางจามเทวีทั้งสิ้น “โดยไม่มีเหตุผลใดๆ เลย ที่จะต้องมาระบุชื่อสตรีท่านนี้ หากว่านางไม่มีตัวตนจริงๆ ทำไมไม่อุปโลกน์เอาชื่อกษัตริย์ชายนามอื่นใดก็ได้เล่า?” และควรสำเหนียกไว้ด้วยว่า ผู้รจนาตำนานในช่วง พ.ศ. 1900 ตอนปลาย ถึงกลางพุทธศตวรรษที่ 21 คือ จนถึง พ.ศ. 2060 ล้วนแล้วแต่ “เป็นพระภิกษุสงฆ์ผู้ทรงไตรปิฎก แตกฉานประวัติศาสตร์หริภุญไชยมาอย่างโชกโชน มีภูมิรู้ ภูมิธรรม จบการศึกษาจากสำนักลังกา ผ่านประสบการณ์ทั้งสำนักนครศรีธรรมราช อยุธยา สุโขทัย เดินทางทั่วเมืองมอญ พม่า สิบสองปันนา” พระภิกษุเหล่านี้เป็นปราชญ์แห่งยุคสมัย ที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวย้อนยุคของอาณาจักรหริภุญไชย มาสู่ยุคล้านนาอย่าง “ปราศจากอคติ ฉันทาคติใดๆ อย่างแท้จริง” ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการทั้งหลาย ตั้งแต่ระดับศาสตราจารย์ตามสถาบันการศึกษา ด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี นักวิชาการอิสระ มาจนถึงนักวิชาการที่ทำงานในกรมศิลปากร “ต่างพากันหายคาใจ หายข้องใจ ประเด็นเรื่องที่ว่าต้องพบศิลาจารึกร่วมสมัยกับพุทธศตวรรษที่ 13 มายืนยันอีกต่อไป มีหรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป” เหตุเพราะถึงอย่างไร เราก็ได้พบหลักฐานด้านโบราณวัตถุโบราณสถานที่เก่าแก่อายุก่อนพุทธศตวรรษที่ 13 จำนวนมากพอ ตลอดสองฟากแม่น้ำปิงทั้งในลำพูน-เชียงใหม่ นั่นย่อมใช้เป็นเครื่องยืนยันถึงการเดินทางมาของกษัตรีย์ที่ชื่อว่า “พระนางจามเทวี” จากละโว้สู่หริภุญไชยจริง
คำอธิบายกรณีที่ว่า ทำไมผู้หญิงจึงสามารถขึ้นครองราชย์ได้ ควรทำความเข้าใจก่อนว่า บรรยากาศการเมืองการปกครองในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 นั้น ทางประวัติศาสตร์เรียกว่า “รัฐจารีต” สังคมอุษาคเนย์ส่วนใหญ่ยอมรับนับถือ “แม่เมือง” หรือ “แม่ย่าเมือง” เป็นประหนึ่ง “เทวีสูงสุด” เป็นลักษณะการปกครองแบบ “มาตาธิปไตย” คือให้ความสำคัญต่อสายเลือดทางแม่ อันเป็นจารีตที่มีมาก่อนจะเปลี่ยนมือขั้วอำนาจไปสู่ระบบ “ปิตาธิปไตย” ที่ถือสายเลือดฝ่ายชายเป็นใหญ่ ด้วยซ้ำ กษัตรีย์หญิงในสุวรรณภูมิที่ร่วมสมัยกับพระนางจามเทวีมีให้เห็นจำนวนมากมาย อาทิ พระนางจิตราเทวี แห่งราชวงศ์อนุราธปุระ ศรีลังกา พระนางกัมพูชาหล้ารัศมี แห่งอาณาจักรเจนละ (ยโสธรปุระ ต่อมาคือประเทศกัมพูชา) และยังมีสายมอญ พุกาม จีน อีกหลายอาณาจักร ที่ “ให้เกียรติ และให้โอกาส” ต่อการขึ้นครองราชย์ของสตรี ดังนั้นการครองราชย์ของสตรีที่ชื่อว่า “พระนางจามเทวี” จึงย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก พิสดาร เวอร์ โม้ ผิดปกติ น่าสงสัย น่าฉงนฉงาย ว่าเป็นเรื่องโม้ นิทานหลอกเด็ก แต่อย่างใดเลย เพราะเรื่องการที่สตรีครองราชย์ทำนองนี้มีมาแล้วในรัฐจารีตอุษาคเนย์หลายราชอาณาจักร ถือเป็นเรื่องสามัญมากๆ ก็ดูเหมือนข้อคลางแคลงใจ “คำถามมาตรฐานหลัก” ที่เหล่านักวิชาการเคยสงสัยเกี่ยวกับ “การมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่” ของพระนางจามเทวี ก็เห็นจะมีอยู่แค่สองประเด็นเท่านั้นแหละ นอกจากนี้แล้ว ก็ยังไม่เคยได้ยินคำถามอื่นใด ที่จะเอื้อให้เกิดการเปิดช่องโหว่ นำมาใช้ตั้งแง่ต่อการไม่เชื่อถือเรื่องการมีอยู่จริงของพระนางจามเทวีอีกเลย หันมามองกรณีของ “เพจไม่เชื่อต้องลบหลู่” อยู่ๆ ก็ไม่มีการชี้แจงให้เหตุผลว่าทำไม “จึงไม่เชื่อ” ไม่มีคำอธิบาย มีแต่ความก้าวร้าว สบถ หยาบคาย ดุดัน ท้าทาย และหากแค่แสดงความไม่เชื่อถือว่าพระนางจามเทวีมีตัวตนอยู่จริง ก็ถือว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคลของผู้โพสต์สามารถกระทำได้ คงไม่มีใครอยากแยแส “ทัศนคติหนึ่ง” นั้นดอก แต่ด้วยเหตุที่เพจดังกล่าว ยังได้พยายามใช้การอุปมาอุปไมย โยงพระนางจามเทวีไปเปรียบเทียบกับ “การมีอยู่จริงหรือไม่จริงของหุ่นยนต์ อุลตร้าแมน” โดยกล่าวว่า หากชาวลำพูนเชื่อว่า พระนางจามเทวีมีอยู่จริง เขาก็จะขอประกาศว่า “อุลตร้าแมนมีจริงเช่นกัน” และหากมีผู้คัดค้านว่าเรื่องอุลตร้าแมนเป็นแค่นิทาน เขาก็ขอใช้เหตุผลเดียวกันในการต่อต้านว่าเรื่องราวของพระนางจามเทวีก็คือนิทานเช่นกัน ไม่ต่างจากอุลตร้าแมนแต่อย่างใด ช่างเป็น “ตรรกะวิบัติโดยแท้” ย้อนกลับไปสู่คำร้องขอข้อแรกของดิฉันว่า เราจะมีวิธีการหรือมาตรการอย่างไรบ้างไหม สำหรับป้องกัน สกัดกั้นมิให้เกิดเหตุการณ์ กรณีของบุคคลที่พยายามใช้ถ้อยคำเสียดสีเยาะเย้ยถากถางดูถูกดูแคลน “บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์” ที่ล่วงลับไปแล้ว เพราะดวงวิญญาณของท่านเหล่านั้นไม่อาจลุกขึ้นมาต่อสู่ปกป้องตัวเองได้อีก สังคมไทย เคารพความเห็นที่แตกต่างกันก็จริงอยู่ แต่ควรเก็บมุมมองของคุณเอาไว้แช็ทถามความสงสัยอย่างสุภาพชน ขอเมตตาท่ามกลางปราชญ์ผู้รู้ที่เขาศึกษาค้นคว้าข้อสงสัยต่างๆ มาอย่างโชกโชน เพื่อจะช่วยคุณเปิดหูเปิดตาเปิดใจ เรียนรู้ข้อถกเถียงของนักวิชาการให้สะเด็ดน้ำ อัพเดทกว่านี้ อ่านหนังสือให้มากกว่านี้ ไม่ใช่แค่เก็บขี้ปากคำถามล้าสมัยตกรุ่นของนักวิชาการบางคน (ที่ปัจจุบันเขาเหล่านี้ก็เลิกถามกันไปตั้งนานแล้ว) อย่าคิดจะแค่นำเอาประเด็นเหล่านั้นมาใช้ทิ่มแทง กดขี่ข่มเหงผู้คน ในทำนองว่าตัวเองเป็น “คนทันสมัยไม่หัวโบราณ” แล้วเที่ยวดูถูกดูแคลนคนล้านนา ตีกราดด่ากระทบให้กระเทือนไปทุกชนเผ่าชาติพันธุ์ ว่าเป็น “คนหัวโบราณเหมือนวัวควาย” เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมไทยโดยเจตนา หาได้มีการสร้างสรรค์จรรโลงสิ่งใดให้งดงามแต่อย่างใดเลย
ทราบมาว่าชาวลำพูนจะนัดรวมตัวกันประท้วง ด้วยการออกมาที่ลานอนุสาวรีย์พระนางจามเทวีที่กาดหนองดอก วันที่ 11 กุมภาพันธ์นี้ ทั้งๆ ที่ประเทศชาติอยู่ในสภาวะวิกฤติทางการเมือง ซึ่งรัฐบาลเองก็ไม่อยากให้เกิดการชุมนุมเกินกว่า 5 คนนั้น
ภาครัฐจะยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้อย่างไร เพื่อไม่ให้ลุกลามบานปลาย จะแค่สั่งปิดเพจดังกล่าว แน่ใจอย่างไรว่าคนผู้นั้นจะไม่เปลี่ยนนามแฝง ตั้งกระทู้ใหม่ โพสต์ข้อความด่าพ่อล่อแม่ใครต่อใครอีกในอนาคต หากภาครัฐหรือผู้มีอำนาจไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย (หมายถึงศูนย์ดำรงธรรมรับเรื่องร้องทุกข์ในจังหวัดลำพูน) กระทรวงวัฒนธรรม (ผู้ทำหน้าที่ตรวจาสอบความถูกต้องของประวัติศาสตร์ โบราณคดี) และกระทรวงไอซีที ไม่ทำอะไรสักอย่างในลักษณะจัดหนักจัดเต็ม ให้บทเรียนสั่งสอน ผู้เปิดเพจดังกล่าวในแง่กฎหมายนี้บ้าง ก็โปรดอย่าได้อุทธรณ์ใดๆ หากมาตรแม้นกระบวนการภาคประชาชนต้องลุกฮือขึ้นมาปกป้องศักดิ์ศรีเกียรติภูมิ ของวีรกษัตรีย์ วีรกษัตริย์ และต๋นบุญแห่งล้านนา บุคคลผู้ที่พวกเขาเคารพศรัทธา ด้วยวิธีการแบบ “อหิงสา” ประสาคนล้านนา ที่จะพร้อมใจกันออกมาประกาศว่า “พวกเรามิใช่พลเมืองชั้นสองของสยามประเทศ”
 

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

กระทู้/ข่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 18062

แสดงความคิดเห็น โดย ตนข่าว IP: Hide ip , วันที่ 10 มี.ค. 60 เวลา 10:00:05
 

 

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณาเครื่องฟอกอากาศ pm2.5 Oxygen สุดคุ้ม ราคาถูก 1,490 ลำพูน-เชียงใหม่ ส่งฟรี!
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | เครื่องฟอกอากาศ เชียงใหม่-ลำพูน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี