หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
เว็บบอร์ด » ข่าวเชียงใหม่ ภาคเหนือ
รายละเอียดของห้อง : ข่าว ประเด็นสำคัญ ในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
พ้น"7วันอันตราย"ลูกหลินฮุ่ยแข็งแรง

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
พ้น"7วันอันตราย"ลูกหลินฮุ่ยแข็งแรง
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 03 มิ.ย. 52 เวลา 23:00:20 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

ผ่าน7วันแรกเกิดแพนดาน้อย เร่งประคบประหงม"หลินฮุ่ย"หวังให้กินใบไผ่มากที่สุด สวนสัตว์ปรับระบบรถโมบายถ่ายทอดสดทั่วเมือง รักษาการกงสุลใหญ่ย้ำไทยต้องทำตามสัญญาส่งลูกหมีกลับจีน "สุวิทย์"เตรียมบินเจรจาขอต่อเวลา

หลินฮุ่ยพร้อมลูกแพนดาน้อยซึ่งอยู่ในการดูแลของโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนดาในประเทศไทย สวนสัตว์เชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ยังคงได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนติดตามอย่างต่อเนื่อง หลังหลินฮุ่ยให้กำเนิดลูกน้อยเพศเมียเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างการประกวดตั้งชื่อโดยมีรางวัลเป็นเงินสด 1 ล้านบาท และรถยนต์ 1 คันนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันที่แพนดาน้อยมีอายุ 8 วัน นายเว่ย หมิง ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์เพาะพันธุ์หยาอัน เมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้เข้าตรวจสุขภาพหลินฮุ่ยและแพนดาน้อย พบว่าทั้งคู่ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ ปกติดีทุกอย่าง ไม่น่าห่วง โดยเฉพาะแพนดาน้อยถือว่าพ้น 7 วันอันตรายที่เป็นห่วงแล้ว  


"ตอนนี้เหลือการฟื้นฟูสุขภาพของหลินฮุ่ยให้กลับมาสมบูรณ์เต็มที่เหมือนเดิมให้เร็วที่สุด โดยเฉพาะวันพรุ่งนี้ (4 มิถุนายน) ซึ่งจะทำการแยกลูกแพนดาน้อยออกมาตรวจร่างกาย จะต้องวางแผนให้หลินฮุ่ยกินไผ่ให้ได้มากที่สุดในยามที่ไม่ต้องอุ้มลูกน้อยไว้ในอก"  


นายเว่ย หมิง กล่าวว่า แพนดาทุกตัวต้องกินไผ่ เพราะมีประโยชน์เกี่ยวกับระบบลำไส้ การขับถ่าย แม้ว่าจะกินแอปเปิ้ล แครอต หรือขนมปังไผ่ แต่ก็ต้องกินไผ่เพื่อไม่ให้ระบบลำไส้และการขับถ่ายมีปัญหา แม้ว่าสารอาหารจากไผ่จะน้อยแต่ขาดไม่ได้ ซึ่งขึ้นอยู่ที่แพนดาแต่ละตัวที่หลังคลอดลูกแล้วอาจจะกินไผ่เลยภายใน 24 ชั่วโมง หรือบางตัวอาจจะนานกว่านั้น เพราะถือเป็นสิ่งพิเศษ  


"ภายใน 1 เดือน ลูกแพนดาน้อยจะสามารถลงมาคลานที่พื้นได้อย่างเต็มที่ เพราะร่างกายจะเริ่มสมบูรณ์และแข็งแรง ส่วนหลินฮุ่ยเริ่มใช้มือข้างขวาคว้าใบอ่อนไผ่ลูกศรมาใส่ปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย สร้างความพอใจแก่ทีมพี่เลี้ยงเป็นอย่างมาก หลังจากที่หยุดกินใบไผ่มาหลายวันตั้งแต่ทำลูกหล่นพื้น" นายเว่ย หมิงกล่าว  


ด้านนางจิ้น หยี หลิน รักษาการกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีนประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ดีใจกับคนไทยและโครงการวิจัยและจัดแสดงแพนดาในประเทศไทยจริงๆ เพราะจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของเมืองเชียงใหม่และประเทศไทย และยินดีเข้าร่วมงานฉลองแพนดาน้อยที่จะจัดขึ้นในเร็วๆ นี้ ทราบว่าจะเป็นการฉลองตามแบบประเพณีไทยและจีน ระหว่างนี้กำลังคิดวางแผนกับสวนสัตว์เชียงใหม่ว่าจะจัดงานในรูปแบบไหนและเวลาใด  


"เช้าวันเสาร์ที่ 6 มิถุนายนนี้ ตั้งใจว่าจะเข้าไปเยี่ยมแพนดาน้อย รวมทั้งช่วงช่วงและหลินฮุ่ยด้วย ตอนนี้กำลังแอบตั้งชื่อแพนดาน้อยอยู่เหมือนกัน และคิดว่าน่าจะมีชื่อเป็นภาษาไทยเพราะเกิดเมืองไทย ส่วนเรื่องที่มีการเรียกร้องขอให้แพนดาน้อยอยู่เมืองไทยต่อไปนั้น เห็นว่าเรื่องนี้อยู่ที่สัญญาระหว่างไทย-จีน ก็ต้องปฏิบัติตามสัญญาที่ระบุไว้" นางจิ้น หยี หลินกล่าว   


ขณะที่นายธนภัทร พงษ์ภมร ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากแพนดาน้อยมีอายุครบ 1 สัปดาห์ สวนสัตว์เชียงใหม่ตกลงร่วมมือกับเทศบาลนครเชียงใหม่ ติดตั้งปรับปรุงระบบรถโมบายให้ทันสมัยขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบเชื่อมโยงสัญญาณ เพื่อถ่ายทอดภาพแม่ลูกแพนดาผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ก่อนที่จะเคลื่อนที่รถโมบายออกไปถ่ายทอดสดตามสถานที่ต่างๆ ในเร็วๆ นี้ เพราะอยากให้ประชาชนที่ยังไม่มีโอกาสเดินทางมายังสวนสัตว์เชียงใหม่ ได้ชมภาพบรรยากาศหลินฮุ่ยและลูกแพนดาน้อยจากคอกกักในลักษณะถ่ายทอดสด  


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันมีนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มทยอยเข้าเยี่ยมชมแพนดาช่วงช่วง และชมภาพความน่ารักการเลี้ยงดูลูกแพนดาน้อยของหลินฮุ่ยผ่านโทรทัศน์วงจรปิดอย่างคึกคัก ทุกคนบอกว่าน่ารักมากและอยากเห็นภาพจริงเร็วๆ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่ตั้งใจมาชมพัฒนาการแพนดาน้อย  


นายธนภัทรยังกล่าวว่า ขณะนี้มีประชาชนสอบถามเกี่ยวกับกติกาในการตั้งชื่อลูกแพนดาน้อยเข้ามาจำนวนมาก จึงแจ้งให้ทราบว่าการประกวดตั้งชื่อมีสองรอบ รอบแรกส่งชื่อที่ชื่นชอบไม่ว่าภาษาไทย จีน หรือคำเมือง ผ่านระบบเอสเอ็มเอสทางสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง หรือส่งไปที่สวนสัตว์ทั่วประเทศทั้งทางจดหมาย หรือไปรษณียบัตร หมดเขตวันที่ 12 มิถุนายนนี้ หลังจากนั้น คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์ฯจะคัดให้เหลือ 4 ชื่อ เจ้าของชื่อได้รับรางวัลเงินสด 100,000 บาทต่อคน พร้อมเดินทางไปชมหมีแพนดา 3 วัน 4 คืน จำนวน 2 ที่นั่ง  


"ส่วนรอบสองจัดโหวตรายชื่อทั้ง 4 ชื่อ ทางไปรษณียบัตรเท่านั้น ชื่อที่ได้รับการโหวตมากที่สุดเป็นชื่อแพนดาน้อย หลังจากนั้น นำไปรษณียบัตรชื่อที่ชนะมาจับสลากหาผู้โชคดี รางวัลที่ 1 รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท รถยนต์ 1 คัน เดินทางไปชมแพนดา 2 ที่นั่ง รางวัลที่ 2-3 รถยนต์ 1 คัน การเดินทางชมแพนดา 2 ที่นั่ง รางวัลที่ 4-15 เดินทางชมแพนดา 2 ที่นั่ง ขณะนี้มีประชาชนร่วมส่งรายชื่อผ่านทางรายการต่างๆ ทางโทรทัศน์เข้ามาจำนวนมาก เช่น ข้าวซอย สันติ ความสุข เชียงใหม่ ใสใส ฯลฯ" นายธนภัทรกล่าว  


วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงความคืบหน้าเจรจาเพื่อยืดเวลาอยู่ในไทยของลูกแพนดาจากข้อตกลงที่ระบุว่าให้อยู่ในไทยเพียง 2 ปีเท่านั้นว่า คาดจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ขององค์การสวนสัตว์ไปเจรจากับทางการจีนในเร็วๆ นี้ จากนั้นตนและคณะจะไปเจรจาอีกครั้งปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม ก่อนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะไปเจรจาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ไม่ทราบว่าการเดินทางไปครั้งนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่จะพยายามเจรจาให้ถึงที่สุด เพื่อให้ลูกแพนดาอยู่ในไทยนานที่สุด  


เมื่อถามว่า มีโอกาสแก้ไขข้อตกลงที่ให้ลูกแพนดาอยู่ในไทยเพียงแค่ 2 ปีหรือไม่ นายสุวิทย์กล่าวว่า ข้อความในสัญญาก็เปิดช่องอยู่ เชื่อว่าจะสามารถหาวิธีตกลงกัน จนทำให้ครอบครัวแพนดาได้อยู่ในไทยนานขึ้น สำหรับการประกวดตั้งชื่อ จะให้ประชาชนส่งชื่อผ่านสื่อมวลชนและสวนสัตว์ 5 แห่งทั่วประเทศ ก่อนให้คณะกรรมการองค์การสวนสัตว์คัดให้เหลือ 4 ชื่อ จากนั้นจะให้ประชาชนโหวตผ่านไปรษณียบัตร ชื่อที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 1 ล้านบาท และอยากจะตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาแพนดาไทย-จีนใน จ.เชียงใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไทยเกิดการเรียนรู้ดูแลแพนดาซึ่งกำลังใกล้สูญพันธุ์  

 

ข่าวจาก มติชน

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 1304

แสดงความคิดเห็น โดย กรรมกรข่าว IP: Hide ip , วันที่ 03 มิ.ย. 52 เวลา 23:00:20
 

 

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

จำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี