หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ ขายส่งผ้าพันคอราคาถูก
พื้นที่โฆษณา 1,500 บ./เดือน โทร.080-500-1180

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
ข่าวทั่วไป
เว็บบอร์ด » ข่าวทั่วไป
รายละเอียดของห้อง : ข่าวบันเทิง ข่าวกีฬา ข่าวน่าสนใจทั่วไป
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
หมอพยาบาลผู้ป่วยแฉตอนแดงบุกรพ.จุฬาฯ

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
หมอพยาบาลผู้ป่วยแฉตอนแดงบุกรพ.จุฬาฯ
โพสต์โดย กรรมกรข่าว , วันที่ 03 พ.ค. 53 เวลา 11:57:39 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน


 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

 

พฤติกรรมเสื้อแดงมีทั้งทุบค้นรถหมอจนต้องเช่าบ้านอยู่ สุดเจ็บปวดส่งผลกระทบถึงขั้นสมเด็จพระสังฆราชต้องย้ายไปประทับรักษาที่รพ.ศิริราช รับไม่ได้ที่เห็นผู้ป่วยถูกคุกคาม ถูกทุบตีจนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จำเป็นต้องลุกขึ้นมาพูด

 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 2 พ.ค. สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย จัดเสวนา "ปากคำแพทย์ พยาบาล ผู้ป่วยที่ต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางวิกฤตการเมือง" หลังเกิดเหตุการณ์กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บุกเข้าตรวจค้นโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อวันที่ 28 เม.ย.ที่ผ่านมา

  รศ.นพ.สมรัตน์ จารุลักษณานันท์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า กว่าจะมาถึงวันนี้มีวิวัฒนาการทางการเมืองเกิดขึ้นมากมาย จนไม่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง มีเพียงถูกกับผิด เหมือนการมีเสื้อเหลืองกับเสื้อแดง แต่ตนเป็นคนของคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือว่ามีความเป็นอิสระ เช่นเดียวกับกรณี นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำคนเสื้อหลากสี ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง

 อย่างไรก็ตาม ในนามของสภากาชาดซึ่งโรงพยาบาลจุฬาฯ รับใช้คนไข้ 45 ล้านคน และรับคนไข้นอก 3,000-6,000 คนต่อวัน แต่เมื่อมีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้คนไข้ใหม่ลดลง 10-20%  และหลังจากเริ่มมีการชุมนุม เราก็เกิดความกังวลว่าคน 3,000-6,000 คน ที่อยู่บนตึก ภปร เพราะคนไข้ตกเป็นตัวประกัน หากเกิดอะไรขึ้น ก็อาจจะมีการเหยียบกันตายอย่างแน่นอน

 "วันนี้เราจึงต้องตัดสินใจย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ซึ่งยืนยันเราไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจจนเกินเหตุ ความเป็นวิชาชีพไม่มีใครที่อยากปิดโรงพยาบาลของตัวเอง การเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาสในการรับการรักษาจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่รอการผ่าตัด มีประมาณ 100 รายต่อวัน กว่าจะได้ผ่าตัดประชาชนจะต้องจองห้องเป็นเวลานาน" รศ.นพ.สมรัตน์ กล่าว

 รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลจุฬาฯ ขอยืนยันในความเป็นเอกภาพและความเป็นอิสระ ที่สภากาชาดไทยยืนหยัดมาโดยตลอด โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ ยืนยันที่จะไม่ให้กองกำลังทหารที่จะเข้ามาใช้สถานที่ ซึ่งตามหลักระดับนานาชาติ เรามีอิสระจากรัฐบาล

 "ขอยืนยันความไม่ลำเอียงและความเป็นกลางทางความคิด และยืนยันโรงพยาบาลจุฬาฯ ไม่ได้เป็นเครื่องมือของใคร สาเหตุที่ต้องย้ายคนไข้ออกจากโรงพยาบาล เพราะมีวิวัฒนาการความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน เพราะมีวันหนึ่งผมขับรถกลับบ้านผ่านกำแพงเบอร์ลินได้กลิ่นน้ำมัน นอกจากนี้ยังมีศาสตราจารย์นายแพทย์ท่านหนึ่งขับรถผ่านด่านเช่นกัน และอาจแสดงสีหน้าอย่างใดอย่างหนึ่งไป กลับโดนกระทืบรถจนตอนนี้ท่านต้องไปเช่าบ้านอยู่รวมทั้งคนไข้ที่จะเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลก็ถูกตรวจค้นจากการ์ด นปช. และการ์ดได้พูดว่า "อันนี้ขอนะ" ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนี้แกนนำไม่สามารถควบคุมได้ อย่างที่ตึก ภปร และตึก สก ก็พบว่ามีการยิงเข้ามาในช่วงกลางวันแสกๆ ทั้งที่ตึกทั้งสองตึกนี้เป็นตึกที่คนไทยสร้างขึ้น เพื่อเป็นของขวัญแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ" รศ.นพ.สมรัตน์ กล่าว

 รศ.นพ.สมรัตน์ กล่าวด้วยว่า แม้กระทั่งเหตุการณ์วันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา แม้โรงพยาบาลจุฬาฯ จะอยู่ห่างจากเหตุปะทะที่สี่แยกคอกวัว แต่โรงพยาบาลก็ได้รับผู้ชุมนุมเข้ารักษากว่า 20 ราย ไม่เพียงแต่คนบาดเจ็บก็ยังมีญาติตามมาที่โรงพยาบาล และกลับมาต่อว่าโรงพยาบาลว่าไม่มีการเปิดเผยรายชื่อผู้บาดเจ็บ ทั้งที่เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เหตุการณ์สึนามิที่ต้องนำรายชื่อมาเปิดเผย จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ในวันที่ 22 เมษายน ที่เกิดระเบิดที่แยกศาลาแดง ซึ่งต้องยอมรับว่า นปช.ส่วนใหญ่มีการนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่มีอารมณ์โกรธ และสุดท้ายเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่มีการบุกค้นโรงพยาบาล ทำให้เราต้องตัดสินใจย้ายคนไข้ออกจากโรงพยาบาล โดยก่อนหน้านี้โรงพยาบาลได้ลดจำนวนคนไข้ได้กว่า 600 เตียง

 ด้าน นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ กล่าวว่า การพูดในวันนี้ ตนขอพูดในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับองค์กร ซึ่งในคืนเกิดเหตุวันที่ 28 เมษายน ได้บอกกับลูกน้องทุกคนว่าไม่ต้องกลัว เพราะคนที่มาทำร้ายเราต้องถือว่าเขาเป็นคนป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ดังนั้นเราอย่าป่วยตามเขา การตัดสินใจปิดโรงพยาบาล โดยส่วนตัวรู้สึกไม่เห็นด้วย เพราะจะทำให้คนไข้เสียโอกาสทางการรักษา แต่เพื่อความปลอดภัย โรงพยาบาลจุฬาฯ ก็จำเป็นต้องทำ โดยให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของคนไข้ ซึ่งหาก นปช.เข้ามาทำอะไร เราในฐานะแพทย์ก็ต้องปกป้องผู้ป่วย การเกิดเหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ และขอให้โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นโรงพยาบาลสุดท้ายที่มีการบุกเข้ามา ขอให้ละเว้นและให้เราทำงานรักษาคนไข้ให้เต็มที่

 "กรณีของสมเด็จพระสังฆราช ผมได้อยู่ถวายการรักษาและนอนเฝ้า รู้สึกได้รับความเจ็บปวด ตอนกลางคืนต้องตกใจตื่น เพราะเสียงดัง จึงมีการขอร้องให้หรี่เสียง เรื่องนี้ผมอยากให้สำนึกบุญคุณของท่าน ท่านเป็นคนไข้คนสุดท้ายที่ออกจากโรงพยาบาล เพราะท่านอยู่ปกป้องเรา ผมยังสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ท่านเป็นมิ่งขวัญของพวกเรา และผมขอขอบคุณพยาบาลที่ช่วยนำคนไข้ออกไป และขอบคุณโรงพยาบาลศิริราชที่รับผู้ป่วยเข้าไปรักษาต่อ หวังว่าความดีเหล่านี้จะกลายมาเป็นพลัง" นพ.สมเกียรติ กล่าว

 นพ.สมเกียรติ กล่าวต่อว่า ถามตัวเองมาตลอดว่าผู้ชุมนุมมาชุมนุมข้างโรงพยาบาลมีข้อดีอย่างไร ซึ่งคำตอบคือมี เพราะได้รับรู้ความทุกข์ของผู้ชุมนุม ถ้าเขาไม่เดือดร้อนจะมานอนข้างถนนเป็นแรมเดือนทำไม ดังนั้นตนอยากให้มองเห็นถึงความดีของคน เราจะไม่เกลียดชังกันถ้าเห็นความดีของทุกคน และอยากขอร้องสื่อให้ช่วยนำเสนอความดี ซึ่งจะทำให้คนเปลี่ยนความคิด ไม่เกลียดชังหรือโกรธกัน ตรงนี้จะทำให้สื่อเป็นกลางได้

 ส่วนนางสุภาภรณ์ ศรีตั้งศิริกุล ผู้ชำนาญการพิเศษพยาบาล 7 กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า ในวันเกิดเหตุที่มี นปช.เข้ามาตรวจค้น ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์แต่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ เชิญให้ลงมาที่ตึกจงกลณี ซึ่งภายในห้องมีตัวแทนของกลุ่ม นปช. ทีมผู้บริหารและตำรวจส่วนหนึ่งคุยกัน อีกประมาณ 10 นาที ก็ได้ยินเสียงคล้ายปืน ทั้งตนและพยาบาลต้องไปหลบที่ห้องพัก เนื่องจากรู้สึกกลัว ไม่ว่าเสียงนั้นจะใช่หรือไม่ใช่เสียงปืนก็ตาม ในระหว่างที่หลบอยู่ในห้องพักมีเสียงออดของคนไข้กดเรียก ทำให้น้องพยาบาลต้องค่อยๆ หมอบเดินไปถึงห้องคนไข้ เวลานั้นไม่รู้ว่าจะมีความปลอดภัยหรือเปล่า แต่เราก็ต้องไปเพราะต้องทำหน้าที่

 นอกจากนี้ตนยังเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายการปลูกถ่ายอวัยวะ เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ต้องยอมรับว่ามีคนไข้ที่รอปลูกถ่ายไตวาย ตับวาย ไม่ได้รับโอกาสไปหลายราย ซึ่งในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เราได้รับแจ้งว่ามีผู้ป่วยสมองตาย 5-6 ราย ที่แจ้งความประสงค์ในการบริจาคอวัยวะ ซึ่งการบริจาคนั้นสามารถปลูกถ่ายให้คนไข้ได้ 4-5 ราย แต่กลับไม่สามารถให้ชีวิตใหม่กับคนไข้ได้ สิ่งนี้ตนรู้สึกเศร้าใจมาก เพราะคนไข้คอยการให้ชีวิตใหม่จากผู้ใจบุญ บางคนต้องรอมานานจึงจะมีโอกาส แต่เมื่อมีโอกาสแล้วกลับทำไม่ได้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกหรือไม่ ตรงนี้เราตอบไม่ได้ ที่ผ่านมาบางเดือนก็ไม่ได้รับการแจ้งเข้ามาเลยก็มี

 ดังนั้นชีวิตคนหลายคนได้จบสิ้นไปแล้วในช่วง 1-2 สัปดาห์ หากเราผ่าตัดให้ไปในภาวะแบบนี้ก็ไม่มีหลักประกันว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะหลังผ่าตัดคนไข้จะต้องอยู่ในไอซียู และอยู่ในภาวะปลอดเชื้อเพื่อทำให้อวัยวะเข้ากันได้ ตรงนี้ไม่มีอะไรเจ็บช้ำไปมากกว่านี้อีกแล้ว ตนร้องไห้มา 2 วันเต็ม ทุกครั้งที่มีเรื่องราวของโรงพยาบาลจุฬาฯ ผ่านหน้าจอทีวี ทั้งนี้ในวันที่ 3 พฤษภาคมนี้ เวลา 8.00 น. บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลจุฬาฯ จะร่วมกันแสดงออกถึงพลังของเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทย โดยจะมีกิจกรรมร้องเพลงชาติ อ่านคำแถลงการณ์ เพลงโรงพยาบาลจุฬาฯ และเพลงมาร์ชพยาบาลร่วมกัน

 ขณะที่นายไพศาล (ไม่เปิดเผยนามสกุล) อาสาสมัครชมรมเพื่อนวันพุธ คลินิกนิรนาม ศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ตนเข้าเป็นอาสาสมัครตั้งแต่ปี 2547 และเป็นผู้หนึ่งที่ติดเชื้อ แต่ไม่ใช่ผู้ป่วย ทั้งนี้หลังจากโรงพยาบาลจุฬาฯ หยุดรับการรักษา ทำให้คลินิกก็ต้องปิดไปด้วย ซึ่งจะมีผลต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเกี่ยวกับเม็ดเลือดขาว ซึ่งคนไข้จะต้องมาตรวจเลือด มารับฟังผลเลือด และมารับยาต้านอย่างต่อเนื่อง การปิดคลินิกทำให้คนไข้ขาดโอกาสที่เขาจะมีชีวิตในช่วงสั้นๆ ของเขาไปอีก และบางคนอาจเกิดการดื้อยาได้ เพราะโรคเรื้อรังจะต้องได้รับยาอย่างต่อเนื่อง ขาดยาไม่ได้ แม้การขาดยาจะไม่มีผลทำให้เสียชีวิตเลย แต่ก็ทำให้ขาดโอกาสที่จะมีชีวิตได้ยืนยาว และการใช้ยาไปได้นาน ซึ่งบางคนถ้าขาดยาก็จะมีอาการดื้อยาเกิดขึ้น และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ คนไข้ก็จะต้องดิ้นรนหาซื้อยาที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะโรงพยาบาลรัฐไม่มีนโยบายยาสำรองไว้ขาย แต่โรงพยาบาลเอกชนมี ดังนั้นจะทำให้คนไข้ต้องมีรายจ่ายเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

 เช่นเดียวกับ นพ.ธีระโชติ จองสกุล หัวหน้าภาควานิติเวช กล่าวว่า ขอพูดถึงเหตุการณ์คืนวันที่ 22 เมษายน ที่เกิดเหตุระเบิดที่แยกศาลาแดง และโรงพยาบาลจุฬาฯ ได้รับศพของผู้เสียชีวิตไว้ ซึ่งในการแถลงข่าวในเคสดังกล่าว ตนก็ได้ร่วมในการแถลงข่าวด้วย และเพื่อให้เกิดความเป็นกลาง แม้จะมีนักข่าวพยายามถามว่า หากผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน จะช่วยชีวิตได้หรือไม่ ตนก็ได้ตอบว่า ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ หากไม่มีการขัดขวางก็มีโอกาสที่จะช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บได้ การกระทำของกลุ่ม นปช. ไม่ว่าจะเป็นการตั้งด่านปิดการเข้าออก หรือการรบกวนการนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาล มองว่าเป็นการรบกวนที่ผิดปกติ และจากเหตุการณ์หนึ่งที่ตนได้เจอกับตัวเอง ในระหว่างที่ขับรถผ่านการชุมนุม รู้สึกว่ามีแสงสีเขียวพุ่งตรงมาที่หน้า

 "ผมรู้สึกคุ้นๆ เพราะเคยเห็นในวิดีโอคลิปมาก่อน และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในความรู้สึกของตน เรากำลังถูกบังคับให้เลือกข้างกับผู้ชุมนุม ทั้งที่ลักษณะแบบนี้ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ทุกคืนที่นอนที่โรงพยาบาลได้ยินเสียงดังตลอด และคืนที่มีการบุกโรงพยาบาลทำให้ตนถึงกับนอนไม่หลับ และร้องไห้ออกมาว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ นี่คือโรงพยาบาล เป็นสถานที่ที่ไม่ควรถูกกระทำ คนที่มากระทำเรามาทำทั้งที่เราตอบโต้ไม่ได้" นพ.ธีระโชติ กล่าว

 ขณะเดียวกัน นพ.อรรถพล สุคนธาภิรมย์ ณ พัทลุง ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาฯ กล่าวว่า เราไม่เคยคาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์บุกค้นโรงพยาบาล และไม่คิดว่าผู้นำการชุมนุมที่เป็นถึง ส.ส. จะทำพฤติกรรมอย่างนี้ และต่อไปก็ไม่มีอะไรที่จะรับประกันว่า นปช.จะไม่ทำอย่างนี้อีก ในวันนั้นแม้จะมีแพทย์นำป้ายกาชาดโชว์ให้ดู แต่เขาบอกว่าเขาไม่รู้จัก ตรงนี้จึงทำให้เราไม่กล้ารับประกันได้เลย ซึ่งต้องถามว่าคนที่นำมาเป็นใคร เป็นถึง ส.ส.ใช่ไหม ถ้าจะเล่นการเมือง ท่านควรไปเล่นในสภา เพราะเราในฐานะแพทย์ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ ยืนยันว่าเราไม่เล่นการเมืองกับท่าน ซึ่งหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ยังมีการนำความไม่จริงมาพูดกัน

 "ผมอยากเรียกร้องขอให้นำความจริงมาพูดกัน อย่าโกหก อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าในโรงพยาบาลจุฬาฯ มีคนเสื้อแดงเยอะมาก เพราะวันที่มาเริ่มชุมนุมใหม่ๆ ลูกน้องผมยังนำปฏิญญาเสื้อแดงไปแจก แต่เมื่อถึงเวลารักษาคนไข้ก็ต้องทำหน้าที่ จึงอยากขอร้องอย่าลากเราไปเล่นการเมือง คนในพรรคควรเตือนกันบ้าง และอยากให้สีแดงแทนความรัก และสีเหลืองแทนปัญญา เมื่อรวมกันก็จะเป็นเรื่องที่ดี เป็นผู้ที่มีทั้งความรักและความมีปัญญา" นพ.อรรถพล กล่าว

 ด้าน นางปรียนันท์ ล้อเสริมวัฒนา เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์ กล่าวว่า การลุกขึ้นมาพูดของผู้ป่วย ไม่ใช่เรื่องการเมือง และที่เราเลี่ยงมาตลอดไม่ใช่เป็นเพราะเรากลัวหรือขี้ขลาด แต่เป็นเพราะหากใครพูดจะถูกกลุ่ม นปช.คุกคาม แต่เหตุการณ์การบุกค้นโรงพยาบาลจุฬาฯ ถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่เราจำเป็นต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะเรารับไม่ได้ที่เห็นผู้ป่วยถูกคุกคาม ถูกทุบตี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรกระทำ แม้ในสนามรบ ก็มีข้อยกเว้น การรบกวนโรงพยาบาลจุฬาฯ ครั้งนี้ทำให้เกิดปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยจำนวนมาก การที่ผู้ป่วยจองคิวโรงพยาบาลขนาดใหญ่เป็นเรื่องที่ยากมาก สถานการณ์อย่างนี้ทำให้ผู้ป่วยเสียโอกาส โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จึงขอเรียกร้องในนามกลุ่มผู้ป่วย ให้กลุ่ม นปช.ถอยร่นออกห่างจากโรงพยาบาล ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลในระยะ 100 เมตร

 ส่วน นายสุบิล นกสกุล ชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคไตไม่เหมือนผู้ป่วยโรคอื่น หากไม่ได้ฟอกเลือดก็อาจถึงแก่ชีวิตได้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุม ทำให้ผู้ป่วยโรคไตเสียโอกาสการเปลี่ยนถ่ายไตใหม่ 1-2 ราย ตนอยากเรียกร้อง นปช.ให้นึกถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยด้วย ไม่ใช่นึกถึงแต่เรื่องของท่านแต่เพียงฝ่ายเดียว ที่มีการบอกว่า ท่านเป็นคนป่วยก็คงจะเป็นเรื่องจริง แต่อย่าให้คนป่วยต้องรักษากันด้วยยาอาร์พีจี หรือยาเอ็ม 79 เลย

ที่มา คม ชัด ลึก

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 1375

แสดงความคิดเห็น โดย กรรมกรข่าว IP: Hide ip , วันที่ 03 พ.ค. 53 เวลา 11:57:39
 

 

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ info@cmprice.com เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

พื้นที่โฆษณาจำหน่าย ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ ผ้าฝ้ายทอมือ ราคาส่ง ราคาถูก เริ่มต้นที่ 25 บาท/ผืน ผลิตจากผ้าฝ้ายแท้ 100%พื้นที่โฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ที่คนเข้าชมมากที่สุดในเชียงใหม่ !!! เห็นชัด เห็นบ่อย ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพียง 1500 บาทต่อเดือน
สนใจลงโฆษณาตรงนี้ ติดต่อ 080-500-1180 หรือ ส่งข้อความเพื่อติดต่อที่นี่

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ l คอมพิวเตอร์ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี