| • กรมควบคุมโรค เผย พบหญิงไทยอายุ55 ปี ป่วย โรคไข้นกแก้ว 1 ราย มีประวัติซื้อนกแก้วมาเลี้ยงในห้องแอร์ |
|
โพสต์โดย คนข่าว , วันที่ 24 ม.ค. 69 เวลา 16:33:01 IP: Hide ip |
กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ จาก cmprice.com VVVVVV
ลิงก์ผู้สนับสนุน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
© เนื้อหาข่าว/กระทู้
กรมควบคุมโรคพบผู้ป่วย “โรคไข้นกแก้ว” 1 ราย มีประวัติซื้อนกแก้วมาเลี้ยงรวม 19 ตัว และตาย 11 ตัว จากนั้นผู้ป่วยเริ่มมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ซื้อยามาทานเอง กระทั่งไปโรงพยาบาลตรวจพบเชื้อ Chlamydophila psittaci ปัจจุบันหายดีแล้ว แพทย์เผยปัจจัยเสี่ยงติดโรค
เมื่อวันที่ 23 ม.ค.2569 นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า กรมควมคุมโรค มีโรคจากสัตว์สู่คน ที่เรียกว่า โรคไข้นกแก้ว มาเตือนประชาชน โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ และไม่ใช่โรคไข้หวัดนก ซึ่งเกิดจากไวรัส แต่สำหรับโรคไข้นกแก้ว เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย จากนกแก้วสู่คนเลี้ยง แต่พบได้ในนกพิราบ เป็ด ไก่งวง เป็นต้น ปัจจุบันพบรายงานการระบาดในประเทศแถบยุโรป
สำหรับประเทศไทยมีรายงานครั้งแรกปี 2539 และพบอุบัติการณ์ค่อนข้างต่ำ อย่างไรก็ตาม ปีนี้มีรายงานพบผู้ป่วยไข้นกแก้ว 1 ราย เป็นหญิง อายุ 55 ปี ประวัติคือ 18 ต.ค.2568 ซื้อนกแก้วมาเลี้ยง 2 ตัว วันที่ 21 ต.ค.2568 นกแก้วตาย 1 ตัว นำไปฝั่งกลบ วันที่ 22 ต.ค.-30 พ.ย.2568 ทยอยซื้อนกแก้วมาเลี้ยงรวม 19 ตัว ระหว่างนี้นกแก้วทยอยตายสะสม 11 ตัว ทั้งนี้ พบว่าเลี้ยงในห้องปิด
วันที่ 1 ธ.ค.2568 ผู้ป่วยเริ่มมีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ซื้อยามาทาน เอง วันที่ 8 ธ.ค.2568 ยังมีไข้สูง ปวดกล้ามเนื้อ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไปพบแพทย์และรักษาตามอาการ วันที่ 14 ธ.ค.2568 อาการไม่ดีขึ้น ไปโรงพยาบาลอีกครั้ง แพทย์ตรวจพบเชื้อ Chlamydophila psittaci แพทย์วินิจฉัยไข้นกแก้ว วันที่ 14 ธ.ค.2568-6 ม.ค.2569 รักษาตัวในโรงพยาบาล
ปัจจุบันรักษาหายแล้ว ปัจจัยเสี่ยงที่พบคือ ผู้ป่วยมีโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เบาหวาน ความดันโลหิตสูง เลี้ยงนกแก้วในห้องแอร์ อากาศไม่ถ่ายเท ปล่อยบินในบ้าน เวลาล้างกรงไม่ได้สวมหน้ากากป้องกัน
นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า โรคไข้นกแก้วติดต่อผ่านการสูดดมละอองฝอยที่มีเชื้อปนเปื้อนในมูลแห้ง ขน สารคัดหลั่งจากจมูก หรือละอองหายใจของนกที่ติดเชื้อ โดยเชื้อทนทานในสิ่งแวดล้อมและมูลแห้งได้นานถึง 30 วัน การแพร่เชื้อระหว่างคนพบได้น้อย แต่หากป่วยและเลี้ยงนกแก้ว ขอให้แจ้งแพทย์ทราบประวัติด้วย
กลุ่มเสี่ยงคือ สัตวแพทย์ ผู้สัมผัสสัตว์ปีก กลุ่มผู้เลี้ยงนก ผู้ให้อาหารนก เป็นต้น สำหรับอาการคือ ระยะฟักตัว 4-5 วัน หรืออาจยาวนานกว่า 1 เดือน อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้ หนาวสั่น ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ไอแห้ง มีอัตราการเสียชีวิตต่ำ โดยมักพบในคนสูงวัยหรือผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
ย้ำ! เลี้ยงนกได้ แต่ต้องสังเกตอาการของนก หากเจ็บป่วยให้แยกนกออกมา หลีกเลี่ยงนำนกของตัวเองไปที่ที่มีนกชุกชุม ทำความสะอาดกรงนกโดยผู้ทำความสะอาดต้องสวมหน้ากาก ถุงมือป้องกัน เปลี่ยนอาหารและน้ำวันละครั้ง ล้างมือให้สะอาดหลังเสร็จภารกิจ วางกรงนกในที่ที่อากาศถ่ายเท ไม่ควรวางไว้ในห้องนอน
|
ลิงก์ผู้สนับสนุน
กระทู้/ข่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ
|
|
|
|
แจ้งลบกระทู้นี้
อ่าน 673 |
|
| แสดงความคิดเห็น |
โดย คนข่าว
IP: Hide ip
, วันที่ 24 ม.ค. 69
เวลา 16:33:01
|