หน้าแรก | ลงโฆษณาฟรี l หางาน l คอมพิวเตอร์ l เว็บบอร์ด | ตลาดออนไลน์ | อัตราค่าลงโฆษณา
www.cmprice.com เว็บไซต์ของฅนเชียงใหม่ กู๊ดโฮม เฟอร์นิเจอร์ จำหน่าย เฟอร์นิเจอร์สำหรับบ้าน(ชุดห้องนอน ที่นอน โฮมเธียร์เตอร์ โซฟา โต๊ะกลาง โต๊ะอาหาร ตู้พระ ตู้รองเท้า ตู้เก็บของ) เฟอร์นิเจอร์สำหรับ สำนักงาน(เก้าอี้ทำงาน โต๊ะทำงานไม้ โต๊ะทำงานเหล็ก ตู้เอกสาร ตู้เซฟ เคาน์เตอร์ พาทิชั่น)

หน้าแรก » เว็บบอร์ด
รวมกระทู้ทั้งหมด
เว็บบอร์ด » รวมกระทู้ทั้งหมด
กระทู้ที่ตอบกลับล่าสุด | สร้างกระทู้ใหม่ | ดูกระทู้ทั้งหมด | ค้นหากระทู้ :
เส้นแนวโน้ม (Trendline) คืออะไร ลากอย่างไรให้สะท้อนทิศทางราคา

แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV
เส้นแนวโน้ม (Trendline) คืออะไร ลากอย่างไรให้สะท้อนทิศทางราคา
โพสต์โดย tammygin , วันที่ 28 ส.ค. 69 เวลา 15:49:38 IP: Hide ip    


กด like เพื่อติดตามข่าวสารดีๆ
จาก cmprice.com
VVVVVV



ลิงก์ผู้สนับสนุน
ลิงก์ผู้สนับสนุน

 

© เนื้อหาข่าว/กระทู้

 

เส้นแนวโน้มหรือ Trendline คือเส้นตรงที่ลากเชื่อมจุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของราคาตั้งแต่สองจุดขึ้นไป เพื่อช่วยมองภาพรวมทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ปัญหาที่พบบ่อยในการใช้เส้นแนวโน้มคือการเลือกจุดลากไม่สม่ำเสมอ หรือปรับมุมเส้นไปเรื่อย ๆ จนเส้นที่ได้สะท้อนความคาดหวังส่วนตัวมากกว่าโครงสร้างราคาที่เกิดขึ้น บทความนี้จึงอธิบายหลักการเลือกจุด วิธีลาก และข้อควรระวังเมื่อราคาเคลื่อนผ่านเส้นที่ลากไว้

 

เส้นแนวโน้มคืออะไร ลากจากจุดใดบนกราฟ

เส้นแนวโน้มคือเส้นตรงที่ลากผ่านจุดกลับตัวของราคา หรือ Swing Point อย่างน้อย 2 จุดขึ้นไป จุดที่ใช้ควรเป็นบริเวณที่ราคาเคลื่อนไปทางหนึ่งแล้วหยุดและกลับตัวอย่างสังเกตได้ ไม่ใช่เลือกตำแหน่งใดก็ได้เพียงเพื่อให้เส้นพอดีกับราคา เมื่อลากเส้นจาก 2 จุดแรกเสร็จ เส้นนั้นยังถือว่าเป็นสมมติฐานของโครงสร้าง ต่อเมื่อราคาย้อนกลับมาแตะบริเวณเส้นเดิมเป็นจุดที่ 3 และยังเคลื่อนต่อไปในทิศทางเดิม จึงมีข้อมูลเพิ่มขึ้นสำหรับประเมินว่าเส้นดังกล่าวยังสะท้อนโครงสร้างราคาอยู่หรือไม่

 

กรอบเวลาที่ใช้มีผลต่อความหมายของเส้นอย่างมาก เส้นที่ลากบนกราฟรายวัน (D1) สะท้อนโครงสร้างระยะหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขณะที่เส้นบนกราฟ 15 นาที (M15) อาจหมดความหมายภายในไม่กี่ชั่วโมง สำหรับการวัดระยะห่างระหว่างจุด คู่เงินที่แสดงราคาทศนิยม 4 ตำแหน่งจะขยับ 0.0001 ต่อ 1 pip ส่วนคู่เงินที่มี JPY เป็นสกุลอ้างอิงจะขยับ 0.01 ต่อ 1 pip การระบุระยะการยกตัวหรือลดตัวเป็น pip ร่วมกับจำนวนแท่งเทียนระหว่างจุด ช่วยให้เปรียบเทียบความชันเชิงโครงสร้างได้สม่ำเสมอกว่าการกะด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว

 

เส้นแนวโน้มขาขึ้นและขาลงต่างกันอย่างไร

ความต่างหลักอยู่ที่ว่าเส้นถูกลากใต้ราคาหรือเหนือราคา เส้นแนวโน้มขาขึ้นลากอยู่ใต้แท่งเทียนโดยเชื่อมจุดต่ำสุด ส่วนเส้นแนวโน้มขาลงลากอยู่เหนือแท่งเทียนโดยเชื่อมจุดสูงสุด ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การลากเส้นแนวโน้มขาขึ้นใช้จุดต่ำสุดอย่างน้อยสองจุดที่แต่ละจุดสูงกว่าจุดก่อนหน้า (Higher Low) มาลากเชื่อมกัน เช่น จุดต่ำสุดจุดที่สองอยู่สูงกว่าจุดแรกประมาณ 40 pips หรือเท่ากับ 0.0040 บนคู่เงินทศนิยม 4 ตำแหน่ง

ในทางกลับกัน เส้นแนวโน้มขาลงอาศัยจุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ (Lower High) โดยจุดสูงสุดจุดถัดมาต้องอยู่ต่ำกว่าจุดก่อนหน้า หากภาพบนกราฟไม่เข้าเงื่อนไขทั้งสองแบบ เช่น จุดต่ำสุดสลับสูงบ้างต่ำบ้างโดยไม่มีทิศทางชัดเจน นั่นมักหมายความว่าราคากำลังเคลื่อนไหวในกรอบด้านข้าง (Sideways) และการฝืนลากเส้นแนวโน้มในลักษณะนี้อาจทำให้ตีความโครงสร้างราคาคลาดเคลื่อนได้ ในสถานการณ์เช่นนี้ การใช้เส้นแนวนอนเพื่อกำหนดขอบกรอบบนและกรอบล่างมักอธิบายโครงสร้างได้ตรงกว่า

 

 

หลักการเลือกจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่ใช้ลากเส้นให้สมเหตุสมผล

สาเหตุที่เส้นแนวโน้มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน มักไม่ได้มาจากเครื่องมือ แต่มาจากเกณฑ์การเลือกจุดที่ไม่ได้ตั้งไว้ล่วงหน้า การกำหนดขั้นตอนตายตัวก่อนเปิดกราฟช่วยลดการปรับเส้นให้เข้ากับมุมมองของตัวเองได้มาก

  1. เลือกกรอบเวลาหลักเพียงกรอบเดียวก่อน เช่น D1 หรือ H4 แล้วใช้กรอบเดิมตลอดการวิเคราะห์ชุดนั้น

  2. นิยาม Swing Point ให้ชัดเจน เช่น สำหรับ Swing Low อาจกำหนดว่าต้องมีแท่งเทียนอย่างน้อย 2 แท่งทั้งซ้ายและขวาที่มีจุดต่ำสุดสูงกว่าจุดนั้น ส่วน Swing High ใช้หลักตรงกันข้าม จึงจะนับเป็นจุดกลับตัว

  3.  

    ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะยึดปลายไส้เทียน (Wick) หรือราคาปิด (Close) เป็นจุดอ้างอิง แล้วใช้เกณฑ์เดียวกันตลอดการวิเคราะห์ชุดนั้น ไม่สลับไปมาระหว่างสองแบบเพียงเพื่อให้เส้นเข้ากับราคา

  4. เมื่อลากเสร็จ ให้ปล่อยเส้นไว้ตามเดิม หากราคาเคลื่อนออกนอกเส้นให้บันทึกว่าเส้นเดิมใช้ไม่ได้แล้ว แทนที่จะหมุนมุมเส้นให้ยังคงรองรับราคาอยู่

ข้อสังเกตเพิ่มเติมคือ จำนวนจุดสัมผัสควรพิจารณาควบคู่กับความชัดเจนของ Swing Point มากกว่าความสวยงามของเส้น หากราคากลับมาแตะบริเวณเส้นหลายครั้งและยังตอบสนองในทิศทางเดิม เส้นนั้นมีข้อมูลรองรับจากพฤติกรรมราคามากขึ้น ส่วนเส้นที่ต้องพาดผ่านแท่งเทียนจำนวนมากหรือปรับมุมซ้ำ ๆ เพื่อให้ดูพอดี อาจสะท้อนว่าจุดที่เลือกยังไม่เหมาะสำหรับใช้เป็นจุดอ้างอิง

 

ตัวอย่างการใช้เส้นแนวโน้มร่วมกับแนวรับแนวต้าน

 

เส้นแนวโน้มช่วยแสดงทิศทางในเชิงมุมเอียง ส่วนแนวรับแนวต้านแนวนอนใช้ทำเครื่องหมายระดับราคาที่เคยมีการตอบสนองของราคา เมื่อใช้ร่วมกันจะได้บริเวณที่เส้นทั้งสองมาบรรจบ ซึ่งสามารถใช้เป็นจุดสังเกตเพิ่มเติมร่วมกับโครงสร้างราคา สมมติแผนหนึ่งบนคู่เงินขาขึ้น รอให้ราคาย่อลงมาบริเวณเส้นแนวโน้มขาขึ้นที่ทับซ้อนกับแนวรับแนวนอนเดิมพอดี จากนั้นจึงหาระดับเป้าหมายทำกำไรจากโครงสร้างราคา คือแนวต้านแนวนอนถัดไปที่ห่างจากจุดเข้าประมาณ 60 pips และวางจุดตัดขาดทุนใต้เส้นแนวโน้ม 30 pips เมื่อได้ระดับทั้งสองจากโครงสร้างแล้วจึงคำนวณย้อนกลับว่าแผนนี้ให้อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทนเท่ากับ 30 : 60 หรือ 1 : 2 ซึ่งเป็นการประเมินผลหลังเลือกระดับ ไม่ใช่การนำระยะตัดขาดทุนไปคูณตัวเลขสำเร็จรูปเพื่อกำหนดเป้าหมาย

หากคำนวณด้วยขนาด Mini Lot (10,000 หน่วย) บนคู่เงินที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินอ้างอิง และบัญชีซื้อขายใช้ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก มูลค่า 1 pip จะอยู่ที่ประมาณ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ระยะตัดขาดทุน 30 pips จึงเท่ากับความเสี่ยงราว 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อคำสั่ง ทั้งนี้แนวคิดจำกัดความเสี่ยงต่อคำสั่งไว้ราว 1-2% ของเงินในบัญชีเป็นแนวทางทั่วไปที่พบได้บ่อย ไม่ใช่กฎตายตัวที่ทุกระบบต้องใช้เหมือนกัน ในทางปฏิบัติ เครื่องมือลากเส้นแนวโน้ม รวมถึงช่องกำหนด Stop Loss และ Take Profit มีอยู่ในแพลตฟอร์มซื้อขายหลายประเภท เช่น MetaTrader 5 (MT5) สำหรับข้อมูลภาพรวมเกี่ยวกับผู้ให้บริการและประเด็นที่ควรตรวจสอบก่อนเลือกใช้งาน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความโบรกเกอร์ GOC Prime ดีไหม

 

ข้อควรระวังเมื่อราคาทะลุเส้นแนวโน้ม

การที่ราคาทะลุเส้นแนวโน้มเป็นเหตุการณ์ที่ตีความคลาดเคลื่อนได้ง่าย เพราะเส้นแนวโน้มเป็นเครื่องมือช่วยมองภาพรวมโครงสร้างราคา ไม่ใช่เครื่องมือพยากรณ์ราคาที่แม่นยำ และการทะลุเส้นก็ไม่ได้แปลว่าแนวโน้มต้องกลับทิศทันทีเสมอไป บางกรณีราคาอาจเพียงปรับความชันของแนวโน้มเดิมให้ช้าลง แล้วเคลื่อนต่อในทิศทางเดิมด้วยมุมที่ตื้นกว่า

 

ประเด็นที่ควรตรวจสอบก่อนสรุปว่าการทะลุเส้นมีน้ำหนัก มีดังนี้

  • ราคาปิดของแท่งเทียนอยู่นอกเส้นจริงหรือเพียงไส้เทียนแทงผ่าน โดยควรกำหนดเกณฑ์ล่วงหน้า เช่น ต้องปิดนอกเส้นอย่างน้อย 1-2 แท่งบนกรอบเวลาหลัก

  • ระยะที่ทะลุออกมามีนัยหรือไม่ เช่น การทะลุออกไปเพียง 5 pips บนกราฟ D1 อาจยังเล็กเมื่อเทียบกับช่วงการแกว่งของสินค้านั้น จึงควรเทียบกับความผันผวนของราคาและไม่ใช้ระยะตายตัวเพียงค่าเดียว

  • ช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์ เพราะคาบเวลาซื้อขายต่างกันมีสภาพคล่องต่างกัน โดยเวลาไทยโดยประมาณ ตลาดโตเกียวอยู่ช่วง 07:00-16:00 น. ส่วนลอนดอนและนิวยอร์กมีเวลาเปิด-ปิดที่เปลี่ยนตามช่วงของปี โดยอาจขยับประมาณ 1 ชั่วโมงเมื่อประเทศที่เกี่ยวข้องเข้าสู่หรือออกจากเวลาออมแสง ขณะที่ตลาดโตเกียวไม่ได้ใช้การปรับเวลาออมแสง

  • โครงสร้างราคาหลังทะลุยังคงเป็น Higher Low ต่อไปหรือเริ่มเปลี่ยนเป็น Lower High

 

นอกจากนี้ ต้นทุนการเทรดอย่างสเปรด ค่าคอมมิชชันต่อลอต และค่าสวอปในกรณีที่บัญชีหรือสินค้านั้นมีการคิดค่าสวอป ล้วนมีผลต่อผลลัพธ์จริงของแผนที่วางไว้จากเส้นแนวโน้ม ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุน

เส้นแนวโน้มที่ลากด้วยเกณฑ์เดียวกันทุกครั้งมีประโยชน์ตรงที่ทำให้ภาพกราฟเปรียบเทียบกันได้ข้ามช่วงเวลา ไม่ใช่ตรงที่ทำให้ทายทิศทางถูกบ่อยขึ้น จุดสัมผัส จำนวนแท่งเทียนที่ใช้ยืนยัน และเกณฑ์การนับว่าทะลุ ควรถูกกำหนดก่อนเริ่มวิเคราะห์เพื่อให้ใช้หลักเดียวกันตลอดชุดข้อมูล ตัวอย่างขั้นตอนฝึกวิเคราะห์คือ เปิดกราฟ D1 ของสินค้าที่ติดตามอยู่ย้อนหลังประมาณ 6 เดือน แล้วทำเครื่องหมาย Swing Low ทุกจุดตามนิยามที่ตั้งไว้ก่อนลากเส้นใด ๆ จากนั้นจึงเปรียบเทียบว่าเส้นที่ได้จากเกณฑ์เดียวกันต่างจากเส้นที่ลากด้วยสายตาอย่างไร

 


Copy Link : ท่านสามารถ copy ลิงค์ของข่าวนี้เพื่อเผยแพร่ต่อได้
แชร์หน้านี้ ไปยัง facebook ตอบกลับกระทู้นี้ VV กดถูกใจกระทู้นี้ VV


ลิงก์ผู้สนับสนุน

กระทู้/ข่าว อื่นๆ ที่น่าสนใจ

 

 

 

 

 



แจ้งลบกระทู้นี้

อ่าน 28

แสดงความคิดเห็น โดย tammygin IP: Hide ip , วันที่ 28 ส.ค. 69 เวลา 15:49:38
 

 

 

 
กรุณาอ่าน
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาแจ้งมาที่ 08-0500-1180 เพื่อให้ผู้ควบคุม ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
 
 
 


ปิดโฆษณานี้X

ผ้าพันคอราคาถูก

ปิดโฆษณานี้X

 


หน้าแรก l หางานเชียงใหม่ | ตลาดออนไลน์ | เว็บบอร์ด | อัตราค่าลงโฆษณา | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี | ติดต่อเรา


เพื่อนบ้านเราทั้งหมด วิธีแลก Link

© cmprice.com since 14 Jan 2005
E-mail: info@cmprice.com
FaceBook : facebook.com/cmprice.fc
TEL. 08-0500-1180
Line id: cmprice









www.cmprice.com ที่นี่มีสิ่งดีๆ รอคุณอยู่
ผู้สนับสนุน แบบพิเศษ

บ้านหนองช้างคืน | เครื่องฟอกอากาศ เชียงใหม่-ลำพูน | ผ้าพันคอราคาถูก | ของชำร่วย | ลงโฆษณาฟรี ประกาศฟรี