ฆาตกรใจโหด ใช้สก็อตเทปมัดมือ และปิดปาก จมูก ตา เหยื่อสาวพนักงาน QC โรงงานถุงมือ จ.สุราษฎรธานี ก่อนลงบีบมือบีบคอจนเสียชีวิต แล้วลากศพไปทิ้ง ป่าละเมาะหวังอำพรางคดี...
เมื่อเวลา 14.40 น.วันที่ 15 ส.ค. ร.ต.ท.ภาณุพัฒน์ พัฒโน ร้อยเวร สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งเหตุพบศพผู้เสียชีวิตถูกฆ่า บริเวณป่าละเมาะ หลังโรงงานผลิตถุงมือ บริษัทเซฟ กลัฟ เลขที่ 126 ม.1 ถ.โฉลกรัฐ ต.บางกุ้ง จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ บริเวณป่าละเมาะด้านหลังโรงงานดังกล่าว ห่างจากกำแพงโรงงานประมาณ 20 เมตร พบศพนางนาถยา วิชัยดิษฐ์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 16 ม.3 ต.ตะเคียนทอง อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี นอนหงายอยู่กับพื้น สภาพสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู มีผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนสีส้ม นุ่งกางเกงขายาวสีดำ โดยที่บริเวณปาก จมูก ดวงตาทั้งสองข้าง ถูกมัดพันปิดด้วยสก๊อตเทปใสเอาไว้อย่างแน่นหนา นอกจากนั้นที่ข้อมือสองข้างถูกมัดติดกันด้วยสก๊อตเทปใสเช่นกัน ตรวจสอบที่ลำคอมีร่องรอยเขียวช้ำคล้ายถูกบีบรัดอย่างแรง ส่วนที่แผ่นหลังมีร่องรอยบาดแผล จากการถูกลากถูกับพื้นเป็นแผลถลอก เบื้องต้นคาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชม. เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง รพ.สุราษฎร์ธานี
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบม้วนสก๊อตเทปใสมีร่องรอยการใช้ไปแล้ว 1 ม้วน, ชิ้นส่วนสก๊อตเทปที่ถูกใช้แล้วจำนวนหนึ่ง หมวกสำหรับคลุมผมพนักงานสีฟ้า 1 ใบ , รองเท้าแตะสีขาว 1 คู่ เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐานเบื้องต้นสอบสวนนายคณิตศาสตร์ วิชัยดิษฐ์ อายุ 30 ปี สามีผู้ตาย ให้การว่าตนแต่งงานอยู่กินกับนางนาถยา ผู้ตาย หลายปี มีลูกชายด้วยกัน 2 คน โดยลูกคนโตอายุ 5 ขวบ ส่วนลูกคนเล็กอายุยังไม่ครบปี ตนเองมีอาชีพรับจ้างฉีดกำจัดปลวก ทั่วไป สำหรับนางนาถยา ผู้ตาย ทำงานเป็นพนักงานบริษัทที่เกิดเหตุ โดย ทำหน้าที่ QC หรือเจ้าหน้าที่ควบคุมคุณภาพการผลิต โดยจะเข้าทำงานเป็นกะ ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 14.00 น.วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้เดินทางมาทำงานกะบ่ายและมีกำหนดเลิกงาน เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.วันเดียวกัน แต่ผู้ตายได้ทำโอทีต่อ โดยจะเลิกงานอีกครั้งเวลา 07.00 น.วันเดียวกัน
นายคณิตศาสตร์ ให้การต่อว่า จนกระทั่งเวลา 07.00 น. ตนเองขับรถมารับผู้ตายที่ทำงาน ไม่เจอผู้ตาย สอบถามเพื่อนคนงาน ทราบว่ามีคนเห็นผู้ตายครั้งล่าสุดในโรงงานเวลาประมาณ 04.00 น.หลังจากนั้นไม่มีใครเห็นผู้ตายอีก ซึ่งเพื่อนๆ พนักงานต่างคิดว่าผู้ตาย กลับบ้านพักไปแล้ว และเมื่อทราบผู้ตาย ยังไม่ได้กลับบ้าน จึงระดมกำลังเพื่อนคนงานออกค้นหา จนกระทั่งมาพบถูกฆ่าเป็นศพดังกล่าว
ทางด้าน พ.ต.อ.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ กล่าวว่า เบื้องต้นสาเหตุที่ตั้งไว้เรื่องโกรธแค้นส่วนตัวและเรื่องชู้สาว หลังจากการเกิดเหตุได้ตรวจสอบดูภาพจากกล้องวงจรปิดภายในโรงงานและสอบปากคำเพื่อนพนักงานในโรงงาน ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีเป็นอย่างมาก ทำให้ทราบตัวผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าจะเป็นคนร้ายซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานที่เกิดเหตุ โดยอาจจะเป็นไปได้ว่าระหว่างผู้ตาย ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในโรงงานอาจจะไปพูดจาตักเตือน ดุด่า สร้างความไม่พอใจให้ สร้างความโกรธแค้นให้ คนร้าย โดยที่ไม่รู้ตัว นอกจากนั้น ทราบว่าผู้ต้องสงสัย ยังมี พฤติกรรมแอบชอบพอในตัวผู้ตาย เป็นอย่างมาก แม้จะทราบว่าผู้ตายมีครอบครัวแล้วก็ตาม หลังจากเกิดเหตุพบว่าผู้ต้องสงสัย ได้หายตัวไปจากโรงงาน ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวน คาดว่าสามารถติดตามตัวมาได้ในเร็วนี้.
ข่าวจาก ไทยรัฐ